วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

มหันตภัย’ขี้ปลาวาฬ’ทำน้ำเสีย ชาวประมงคลองด่าน วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

เครดิตภาพจาก:ชาวบ้านในพื้นที่
ชาวประมงคลองด่าน ยังเดือดร้อนเจอมหันตภัย ‘ขี้ปลาวาฬ‘ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ไม่สามารถสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้งและปลาได้ ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังทางการแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า ทำชาวบ้าน 5,000 ครัวเรือน เดือดร้อนหนัก วอนรัฐเร่งเยียวยาช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 19 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนพจน์ ทรงกรานต์ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 3 วันที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ ตามลำคลองต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบลคลองด่าน ซึ่งมีชายฝั่งเชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย ระยะทาง 17 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย และมีกลิ่นเหม็น ชาวประมงซึ่งเป็นลูกบ้านของตนราว 5,000 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เพราะปกติจะใช้สูบน้ำจากทะเลเข้าบ่อเพื่อใช้เลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้งและปลา ซึ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงไม่สามารถสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงได้ นอกจากนี้ยังมีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังชีพด้วยการจับสัตว์น้ำก็ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ลงมาตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด หรือหาทางช่วยเหลือ เพราะหากยังปล่อยให้น้ำเน่าเสียต่อไป สัตว์น้ำที่ชาวประมงเลี้ยงก็จะไม่มีน้ำใหม่เข้าไปเปลี่ยนถ่าย อาจทำให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ตาย ไม่สามารถนำไปขายได้ ซึ่งในพื้นที่คลองด่าน จะมีเงินหมุนเวียนจากการทำประมง จำนวน 500 ล้านบาทต่อปี จึงอยากให้ทางประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบบ้าง เพราะขณะนี้ชาวประมงคลองด่านและ ธุรกิจต่อเนื่องจากการประมงได้รับความเดือดร้อน
ส่วนสาเหตุที่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เพิ่มปริมาณจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และตายลงจนทำให้น้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นนั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่อาจจะเกิดจากการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลของโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง ที่มีสารประกอบไนเตรท และฟอสเฟต ซึ่งเป็นธาตุอาหารอย่างดีของสาหร่ายชนิดดังกล่าว จนทำให้มีการเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติด้วยหรือไม่นั้น คงต้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวซ้ำอีกต่อไป.
ที่มา>>>Thairath

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

รวบหนุ่มหัวหมอ ฉกรถตู้จากชลบุรี ไปรับผู้โดยสารที่บึงกาฬ อ้างหาค่าน้ำมัน

ตำรวจทางหลวงบางปะกง สกัดจับหนุ่ม 35 ลักรถตู้ของบริษัทไปใช้นอกเส้นทาง แล้วไปวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารของบริษัทรถทัวร์ที่บึงกาฬ เอาคนมาส่งที่ กทม.และระยอง อ้างไปวนรับลูกแล้วหาค่าน้ำมันขับรถกลับ…
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 เม.ย.59 พ.ต.อ. ลือชัย นนท์ปฎิมากุล ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.ท.จิราวุฒิ ขวัญคุ้ม สารวัตรทางหลวงฉะเชิงเทรา สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 3 บางปะกง ได้แถลงข่าวการจับกุมนายโกเมนทร์ วัฒนะแสง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 30 หมู่ 6 ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบอร์น ทะเบียน ฮพ 7195 กรุงเทพมหานคร ของ บริษัทคฑาทองทรานสปอร์ต จำกัด จากจังหวัดชลบุรี ไปเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว
ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงได้รับการประสานจากนายปรากาศิทณ์ อื้อประสิทธิ์ อายุ 43 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ว่าตรวจพบสัญญาณจีพีเอส รถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงบางนา วิ่งเข้าชลบุรี พ.ต.ท.จิรวุฒิ ได้วิทยุประสานรถตรวจเขตขับขึ้นไปไล่ติดตามพร้อมประสานสถานีตรวจภาคพื้นดิน ให้คอยสกัดจับหากรถตู้คันดังกล่าวขับลงจากทางด่วน จนขับไล่มาถึงทางลงด่านบางปะกง กม. 46 รถตู้คันดังกล่าวได้ขับลงไปใช้เส้นทางบางนา-ตราด แล้วจึงประสานกับตำรวจทางหลวงชลบุรี ให้ช่วยปิดถนนบางนา-ตราด ช่องคู่ขนาน ช่วง กม. 54 ทำให้ตำรวจทางหลวงจับกุมรถตู้คันได้กล่าวได้ที่ กม.53 อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบภายในรถพบเด็กผู้หญิงวัย 7 ขวบซึ่งเป็นลูกสาวของนายโกเมนทร์ และผู้โดยสารผู้หญิงอีกสองคน  อายุ 23 และ 24 ปี ซึ่งนายโกเมนท์อ้างว่า เป็นลูกสาวของภรรยา ส่วนผู้โดยสารทั้งสองคนเผยว่า ได้ซื้อตั๋วมาจากบริษัทรถทัวร์ที่ท่ารถอำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แต่ทางท่าบอกว่า รถทัวร์หมดมีแต่รถตู้ให้เดินทางเข้า กทม. โดยขายตั๋วในราคา 700 บาท ซึ่งก็เป็นรถตู้ของนายโกเมนทร์ขับเข้าคิวโดยมีผู้โดยสารขึ้นเต็มคันบางส่วนลง กทม. ส่วนพวกตนจะลงที่ปลวกแดง จนมาถูกตำรวจจับโดยไม่ทราบว่าเป็นรถตู้เถื่อนทำให้งงว่าทางบริษัทรถทัวร์ทำไมถึงให้รถตู้เถื่อนมาวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารได้
ด้านนายโกเมนทร์อ้างว่า ได้มาเซ็นรับรถตู้ออกไปรับลูกสาวที่จ.บึงกาฬ หลังภรรยานั้นทิ้งลูกสาวทำให้ต้องปิดจีพีเอสแล้ววิ่งออกนอกเส้นทาง แล้วขากลับอยากจะหาค่าน้ำมันเดินทางกลับจึงเข้าไปรับคิววิ่งผู้โดยสารขาล่องกลับช่วงสงกรานต์ จนมาเปิดจีพีเอสในเขต กทม. ก่อนที่จะถูกตำรวจไล่สกัดจับดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวให้กับทางตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ที่มา>>>Thairath

สลด สาวน้อยวัย13 ปีขี่ จยย. ถูกรถขนดินทับสยองคาล้อ

เด็กหญิงวัย13ปีที่อุทัยธานีเคราะห์ร้าย ขี่จยย.มาคนเดียว ถูกรถบรรทุกดินที่เลี้ยวเข้าซอยเฉี่ยวชนจนล้ม ก่อนทับซ้ำจนเสียชีวิตอนาถคาล้อ…
เมื่อเวลา 14.15 น. วัยที่ 18 เม.ย. ร.ต.อ.สรวี อ้นโต ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี รับแจ้งจาก ว่ามีเด็กถูกรถบรรทุกเหยียบเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี แพทย์เวรโรงพยาบาลอุทัยธานี รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุถนนสายบริรักษ์ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 4
พบรถสิบล้อขนดินเต็มคันรถ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีนายปรีชา คำชา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/3 ม.4 ต.หนองแก อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นคนขับ บริเวณช่วงล้อหลัง มีรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่น ฟีโน่ สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน กพข 181 อุทัยธานี สภาพพังยับ และร่างของ ด.ญ.ปรานต์ชญาน์ วัฒนสิทธิวิโรฒ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 ม.2 ต.น้ำซึม อ.อุทัยธานี สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน เสียชีวิตในสภาพโดนล้อรถเหยียบบริเวณลำตัว ขาทั้งสองข้างผิดรูป ติดคากับรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทัยธานี ต้องประสานขอรถแบ็กโฮ มายกรถบรรทุกเพื่อนำศพออกจากการสอบสวน ทราบว่า นายปรีชา ได้ขับรถบรรทุกดินเพื่อนำไปเทที่หน้างาน ภายในตัวเมืองอุทัยธานี ช่วงจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอย มองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ทำให้ชนและทับจนเสียชีวิตในที่สุด หลังสอบสวนเบื้องต้น ได้ควบคุมตัวนาย นายปรีชา ส่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ที่มา>>>Thairath

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

BTS สายสุขุมวิท วิ่งปกติแล้ว หลังระบบเดินรถขัดข้อง ทำคนตกค้างอื้อ

(ภาพจากทวิตเตอร์ @ssugarcane)
รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท ระบบเดินรถมีปัญหาที่สถานีหมอชิต 1 ขบวน จนท.ลากเข้าโรงจอดแล้ว คนตกค้างบนสถานีวันแรกของการทำงานหลังหยุดสงกรานต์อื้อ ล่าสุด เปิดวิ่งรถปกติแล้ว
เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 18 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท เกิดปัญหาในระบบเดินรถที่สถานีหมอชิต 1 ขบวน เจ้าหน้าที่ทำการลากกลับเข้าโรงจอดแล้ว และเร่งดำเนินการจัดขบวนทดแทน เพื่อรองรับประชาชนที่ยังคนตกข้างบนสถานีทั้งสายสุขุมวิท ในเช้าวันแรกของการทำงานหลังจากหยุดยาวช่วงสงกรานต์
ซึ่งล่าสุดขณะนี้ ขบวนรถวิ่งให้บริการได้ตามปกติแล้ว โดยอยู่ในระหว่างระบายประชาชนผู้ใช้บริการที่ตกค้าง.
ที่มา>>>Thairath

คลังผวาตื่น! สั่งรื้อใหญ่กฎหมายรายได้ ลุยอุดช่องโหว่ปราบขบวนการโกงภาษี

นายประภาศ คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะที่รับผิดชอบกลุ่มรายได้ซึ่งประกอบด้วย 3 กรมภาษีคือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร เปิดเผยว่า “ภายในปีนี้กระทรวงการคลังจะเสนอแก้ไขกฎหมาย 3 กรมภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของระยะเวลาการสิ้นสุดอายุความ เนื่องจากกฎหมายของกรมศุลกากร กรณีจับกุมผู้กระทำความผิดทางภาษี เช่น หลีกเลี่ยง หรือเสียภาษี ไม่ครบ มีอายุในการพิจารณานานถึง 10 ปี ขณะที่อีก 2 กรมภาษีคือ กรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตมีอายุความเพียง 2 ปีเท่านั้น ทำให้เกิดความสูญเสียโอกาสที่จะติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษเพิ่มเติม”
นายประภาศกล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเสนอแก้ไขการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) กรณีที่ผู้ส่งออกในกลุ่มซื้อมาขายไปชำระหนี้ด้วยเงินสด จะเปลี่ยนเป็นการชำระหนี้ด้วยเช็ค หรือเอกสารทางการเงินอื่นๆ ที่ผู้ส่งออกต้องชำระหนี้ผ่านสถาบันการเงินเท่านั้น เพราะจากการตรวจสอบกรณีการโกงภาษีแวตมูลค่า 4,000 ล้านบาท ของผู้ส่งออกเหล็กไปต่างประเทศพบว่า ใช้รูปแบบการชำระหนี้เป็นเงินสดไม่ว่ามูลค่าของสินค้านั้นจะมีราคาไม่กี่แสนบาท ไปถึงระดับ 100 ล้านบาท ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การชำระหนี้ที่มูลค่าสูงๆควรชำระหนี้ด้วยเช็ค หรือใช้วิธีการโอนจากสถาบันการเงินไปยังผู้ขายสินค้า ทำให้เกิดช่องโหว่ในการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงิน
“ขณะนี้เราตรวจสอบพบช่องโหว่ของทั้ง 3 กรมภาษี ซึ่งเป็นต้นตอของการหลบเลี่ยงภาษี และในบางกรณีมีการใช้ช่องโหว่ดังกล่าว โกงภาษีจากรัฐอีกด้วย กระทรวงการคลังจึงนำเรื่องดังกล่าว เสนอไปยัง รมว.คลัง ซึ่งล่าสุด รมว.คลัง ได้เห็นชอบแล้ว และคาดว่าไม่เกินกลางปีนี้จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว”.
ที่มา>>>Thairath