แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถดับเพลิง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถดับเพลิง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ร่วมงานบุญสวดศพเพื่อนบ้าน รับข่าวร้ายไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง-ช่วยได้เพียงรถอีแต๊ก

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 ส.ค.  ร.ต.อ.นิรันดร์ นามศรีคุณ ร้อยเวร สภ.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 114 ม. 5 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน โดยไฟได้ลุกไหม้บ้านอย่างรุนแรง ชาวบ้านช่วยกันดับไฟแต่เอาไม่อยู่ หลังรับแจ้งจึงรีบแจ้งขอรถดับเพลิง จาก อบต. ช่องกุ่ม อบต.หนองหมากฝ้าย อบต.หนองน้ำใส และรถดับเพลิงจาก ทหารจาก ร.12 พัน 2 เข้ามาช่วยดับเพลิง แต่เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนทำด้วยไม้ ไฟจึงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว รถดับเพลิงทั้งหน่วยงานทหาร และ อบต. ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดไฟได้ลุกลาม โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ นายจรุง พลแก้ว อายุ 60 ปี บอกกับตำรวจว่า ตนเองอยู่กัน 3 คน คือภรรยา และหลานอีก 1 คน ขณะเกิดเพลิงไหม้ไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากไปร่วมฟังพระสวดอภิธรรมศพเพื่อนบ้าน ขณะนั่งฟังพระสวดอยู่นั้น มีเพื่อนบ้านวิ่งไปบอกว่า ไฟได้ไหม้บ้าน ตนเองพร้อมกับเพื่อนบ้านที่ร่วมฟังพระสวดอภิธรรมศพ จึงได้รีบวิ่งมาช่วยกันดับไฟ แต่เนื่องจากไฟได้ลุกไหม้ขึ้นไปชั้นบนแล้ว จึงเอาไม่อยู่“กว่ารถดับเพลิงจะมา ไฟจึงได้ไหม้บ้านจนไม่เหลือ เจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.12 ได้ช่วยกันเข้าไปเอารถอีแต๊กออกมาได้เพียงคันเดียวเท่านั้น สิ่งของอย่างอื่นถูกไฟไหม้ไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นหม้อข้าว หม้อแกง และที่หลับที่นอน เสื้อผ้า เอาอะไรออกมาไม่ได้เลย”
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รักของแม่! ไฟไหม้บ้าน ยาย 82 ฝ่าเปลวเพลิงช่วยลูกพิการ รอดหวุดหวิด

เกิดเหตุไฟไหม้บ้าน ที่สุโขทัย ยายวัย 82 วิ่งฝ่าเปลวเพลิง ช่วยลูกพิการทางสมอง จนแขนถูกไฟลวกเป็นแผลพุพอง รอดมาอย่างหวุดหวิด ส่วนบ้านวอดเสียหายทั้งหลัง สูญราว 5 แสน จนท. คาด ไฟฟ้าลัดวงจร…
วันที่ 5 พ.ค.59 พ.ต.ท.นิพนธ์ เขียวเรือง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสุโขทัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 237 ม.4 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จึงรายงาน พ.ต.อ.สุเทพ ประภากรณ์ ผกก.ทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสาน นายภูมินทร์ บุญลือ นายกเทศมนตรี ต.บ้านกล้วย นำรถดับเพลิง จำนวน 3 คัน ไปยังที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ พบว่า บ้านต้นเพลิงเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ปลูกอยู่หลังเดียว เพลิงกำลังโหมลุกไหม้ บริเวณชั้นสองของตัวบ้านอย่างรวดเร็ว จนวอดหมดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงไม้ให้ลุกลามออกไป โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพลิงจึงสงบสอบสวนนางอารี มณีนิล อายุ 82 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีเพียงตน และนางสาวศิริวรรณ มณีนิล อายุ 57 ปี บุตรสาว ซึ่งมีอาการพิการทางสมอง พักอาศัยกันเพียงสองคน ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนลงมาข้างล่าง ได้กลิ่นควันไฟโชยออกมา ก่อนเห็นเพลิงกำลังลุกไหม้มาจากบริเวณห้องครัว ด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว จึงรีบวิ่งฝ่าเปลวเพลิงกลับขึ้นไป พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ทำให้แขนทั้งสองข้างถูกไฟลวกเป็นแผลพุพอง แต่ก็สามารถช่วยบุตรสาวออกมาได้สำเร็จ แล้วนำไปฝากไว้ที่บ้านญาติแล้ว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ประเมินความเสียหายครั้งนี้ ประมาณ 500,000 บาท
หลังเกิดเหตุ นางอัจฉรา สมอุปฮาด นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ และนายสมเกียรติ ยอดเพชร ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำเงินพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค และของใช้ที่จำเป็น เข้าไปมอบให้แก่นางอารี เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว.
ที่มา>>>Thairath