แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมากฝรั่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมากฝรั่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

เผลอกลืน "หมากฝรั่ง" อาจเข้าไปพันลำไส้ได้ จริงหรือ?

 ตอนเด็กๆ เราน่าจะเคยได้ยินผู้ใหญ่เตือนว่า ห้ามกลืนหมากฝรั่งไม่งั้นมันจะไปพันลำไส้ แล้วเกิดอันตรายได้ วันนี้มีข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ไม่จริง 

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล อาจเสี่ยง “ท้องเสีย” ได้


ข่าวล่ามาแรงที่ประเทศอเมริกาที่กำลังแพร่สะพัดไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ คือ ข่าวที่ Sean Spicer โฆษกประจำทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์กับ Washington Post ว่าเขาติดหมากฝรั่งแบบ sugar-free หรือหมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาลมาก โดยกินวันละ 35 แผ่นเลยทีเดียว ชาวอเมริกันหลายคนที่อ่านข่าวนี้ จึงสงสัยว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งมากขนาดนั้นในวันเดียว ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายหรือไม่
Roshini Rajapaksa นายแพทย์โรคทางเดินอาหาร ประจำศูนย์ Langone Medical Center ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค และบรรณาธิการเว็บไซต์ Health.com กล่าวว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งจำนวนมากในวันเดียว ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกาย หากแต่การเลือกเคี้ยวหมากฝรั่งแบบ sugar-free หรือสูตรไม่มีน้ำตาล ที่ใส่สารทดแทนความหวาน (ซอร์บิทอล) ในปริมาณมาก สารทดแทนความหวานนั้นอาจทำปฏิกิริยากับร่างกายคล้ายกับยาระบาย ที่อาจทำให้ท้องอืด รวมไปถึงท้องเสียได้
มีรายงานในปี 2008 จากทั้ง 2 กรณีศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ BMJ ว่า การบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลแบบซอร์บิทอล (sorbitol ที่พบมากในหมากฝรั่ง) ในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรัง เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร และน้ำหนักลดลงอย่างรุนแรง (ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย)
นอกจากนี้ยังพบรายงานจากกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งในวารสาร Gastroenterology ในปี 1983 พบว่าผู้ที่บริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลชนิดซอร์บิทอลไปราว 10 กรัม ประสบปัญหาท้องอึด มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป และเมื่อเพิ่มปริมาณเป็น 20 กรัม ก็จะเริ่มมีอาการตะคริว และท้องเสีย (หมากฝรั่ง 1 แผ่น มีซอร์บิทอล 2 กรัมโดยประมาณ)

อย่างไรก็ตาม การบริโภคหมากฝรั่งที่มีซอร์บิทอล หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในปริมาณมาก จนอาจมีอาการท้องเสีย หรืออาการข้างเคียงอื่นๆ นั้น ไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว กล่าวคือ หากหยุดทาน สุขภาพก็จะกลับมาเป็นปกติได้
ถึงอย่างไร ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบกับปัญหานี้ เพราะซอร์บิทอลอาจส่งผลต่อร่างกายของคนทุกคนไม่เหมือนกัน หากคุณทานอาหาร ขนม หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานชนิดซอร์บิทอลเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเลย ก็ถือว่าโชคดีไป และไม่มีอะไรที่ต้องกังวล แต่หากคุณมีอาการอย่าง ตะคริว ท้องเสีย หรือท้องอืด อย่างไม่ทราบสาเหตุ ลองสังเกตตัวเองดูว่าทานอาหารเหล่านี้มากเกินไปหรือไม่ เช่น หมากฝรั่ง น้ำอัดลม ผลไม้ตากแห้ง ลูกอม แบบ sugar-free หรือสูตรไม่มีน้ำตาล (แล้วใส่สารเพิ่มความหวานแทน)

ความรู้เพิ่มเติม
หากกลืนหมากฝรั่งลงไปในท้อง จะเกิดอะไรขึ้น?
หากเผลอกลืนหมากฝรั่งลงไปในท้องจำนวนเล็กน้อย และบังเอิญโชคดีที่หมากฝรั่งไปไม่ได้เข้าไปอุดตันที่ส่วนไหนในร่างกาย ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก อาจจะลูกลำเลียงลงลำไส้ใหญ่ไปภายใน 1-3 วันโดยประมาณ แต่หากกลืนหมากฝรั่งเข้าไปในท้องจำนวนมาก หมากฝรั่งอาจรวมตัว และถูกบีบอัดจนกลายเป็นก้อน หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจอุดตันทางเดินอาหารได้ ซึ่งอาจเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหาร และทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหาได้
ที่มา:sanook