วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เสี่ยเจอเต่าท้องแก่กลางถนน อุ้มขึ้นปิกอัพก่อนฟักไข่ออกมา ชาวบ้านแห่ดูไข่-ทะเบียนรถ

เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นที่ตลาดเทศบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว เมื่อมีผู้พบเห็นเสี่ยหนุ่มเขียงหมูในตลาดฯ และชาวตลาดมุงดูแม่เต่าที่กำลังฟักไข่บนรถยนต์กระบะ ทะเบียน ฆฒ 6872 กทม.
เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย นายวิรุฬห์ โพธิ์สันเทียะ อายุ 30 ปี เจ้าของเขียงหมูในตลาดเทศบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว เล่าว่า ขณะที่ตนและภรรยากำลังเดินจะออกไปขายของที่ตลาด ช่วงประมาณ 03.40 น. โดยใช้เส้นทางถนนสายกลางหมู่บ้านนั้น ตนภรรยาที่นั่งมาด้วยได้สังเกตุเห็นกองดำๆอยู่กลางถนน โดยมองเห็นไม่ชัดเพราะขณะนั้นได้มีน้ำฝนตกลงมาอย่างหนัก พอแสงไฟจากรถยนต์ที่ตนและภรรยาขับด้วยกันมาส่องแสวงจึง ทำให้มองได้ชัดว่าเป็นเต่าขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 1.4 กก.
นายวิรุฬห์กล่าวว่า ตนจึงจอดรถเดิมทีแรกกะว่าจะรอให้แม่เต่าตัวนี้เดินข้ามถนนไปก่อน แต่พอมองไปรอบรอบข้างทางทั้งสองฝั่งไม่มีหนองน้ำเลย ตนจึงตัดสินใจลงรถฝ่าสายฝนที่กำลังตกหนักอุ้มเต่าตัวนี้ขึ้นหลังกระบะ และบอกกับภรรยาว่าเดี๋ยวตอนเช้าจะนำไปปล่อยคืนสู่หนองน้ำหรือลำน้ำชีที่ไหลผ่านหมู่บ้านอีกด้วย
ขณะที่ตนกำลังขายของอยู่นั้นก็มีเสียงลูกน้องตะโกนมาจากท้ายรถยนต์เฮี่ยๆเต่าคลอดลูกบนรถ จึงทราบว่าเป็นแม่เต่าท้องแก่ที่กำลังจะฟักไข่ จึงรีบจัดหากาละมังใส่ทรายมาให้แม่เต่าท้องแก่รายนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพราะตนเคยดูในสารคดีสัตว์โลก เมื่อตรวจดูแม่เต่าท้องแก่ตัวนี้ดีดีก็พบบาดแผลเหมือนโดนของมีคมเจาะตรงกลางหัวร่องรอยแผลยังสดๆ คงจะโดนชาวบ้านหรือใครทำร้ายมาและหนีมาได้ แล้วตนกับภรรยาก็มาพบเข้า ซึ่งตนถือว่าเป็นบุญที่ได้ช่วยชีวิตแม่เต่าท้องแก่ตัวนี้ไว้ และยังฟักไข่บนรถยนต์ของตนอีก
ชาวตลาดและลูกค้าได้รู้ข่าวก็แห่กันเข้ามาดูต่างก็วิเคราะห์ถามไถ่เพื่อจะหาเลขเด็ด โดยมุ่งไปที่รถกระบะวีโก้ 4ประตูสีบรอน์เงิน ทะเบียน ฆฒ 6872 กทม.ที่รับแม่เต่าท้องแก่ตัวนี้มา ขณะที่ชาวตลาดมุงดูกันอยู่แม่เต่าท้องแก่รายนี้ก็ได้ฟักไข่ออกมาเป็นระยะให้แม่ค้าพ่อค้าได้เห็นทั้งหมดจำนวน 6 ฟอง หลายคนบอกตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นแม่เต่าฟักไข่ก็ครั้งนี้ จึงเชื่อว่าแม่เต่ารายนี้คงมาให้โชคให้ลาภกับทุกคนอีกด้วย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ระทึก! ปล่องลิฟท์อาคารเก่าถล่มที่บางโพงพาง

เวลา 22.55 วันที่ 6 พ.ย. ร.ต.อ.วินัย ราชทรัพย์รองสวป.สน.บางโพงพาง กทม. รับแจ้งว่ามีอาคารถล่ม ที่อาคารศุภาลัย ไกล้ๆธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ ริมถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยทางเจ้าของสถานที่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปข้างใน
จาการตรวจสอบเบื่องต้นพบว่าเป็นการรื้อถอนปล่องลิฟท์ของตัวอาคารเก่าที่สูงประมาณ 30 ชั้น โดยได้รื้ออาคารออกไปหมดแล้ว เหลือแต่ปล่องลิฟท์ โดยที่ปล่องลิฟท์ที่เหลืออยู่มีทั้งหมด 3 ปล่อง รื้อไปแล้ว 1 ปล่อง และวันนี้ได้ทำรื้อปล่องลิฟท์ปล่องที่ 2 จนล้มลงมา ทำให้เกิดเสียงดัง
ร.ต.อ. วินัย ราชทรัพย์ รอง สวป.สน.บางโพงพาง เปิดเผยว่า จากการเข้าไปตรวจสอบภายใน พบว่าเป็นการรื้อถอนที่มีใบอนุญาตถูกต้อง มีวิศวกรควบคุมดูแล และการรื้อถอนไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ทำให้เกิดเสียงดังตื่นกลัวแก่ผู้อื่น ควบคุมตัวผู้ดูแลไปส่งพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ ที่สน.บางโพงพาง
ที่มา>>>ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พ่อเลี้ยงตีนโหด เตะปลายคางดช. 5 ขวบจนหัวฟาดพื้นดับอนาถ อ้างเด็กซน!!

เหตุสลดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายของวันที่ 4 พ.ย. ตำรวจสน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุเด็กถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว 80 แยก 22 แขวงเขตวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพบศพด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 ปี โดนพ่อเลี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิต โดยพบว่าผู้ที่ทำร้ายคือนายนัท ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล เป็นพ่อเลี้ยงของด.ช.เอ ซึ่งหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ
ต่อมาตำรวจสน.วังทองหลาง เชิญตัวน.ส.เปิ้ล ผู้เป็นแม่ มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยน.ส.เปิ้ลให้การว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตนฝากลูกชายไว้กับแฟนหนุ่มชื่อนัท ระหว่างนั้นลูกชายอยากไปเล่นน้ำ แต่ทางพ่อเลี้ยงไม่อนุญาตให้ไปเล่น เพราะกลัวเด็กซน จึงเตะเข้าไปที่คางของลูก 1 ครั้งจนหงายหลังไปฟาดกับขอบพื้นห้อง หมดสติไปทันที
น.ส.เปิ้ลให้การว่า ต่อมาพ่อเลี้ยงได้นำลูกชายไปแต่งตัวใส่เสื้อผ้าและอุ้มร่างไปไว้บนเตียง จนเวลาผ่านไป พ่อเลี้ยงสังเกตุเห็นลูกชายมีเลือดไหลออกปากออกจมูก จึงนำตัวไปโรงพยาบาลเปาโล สาขาโชคชัย 4 โดยให้รถ 3 ล้อไปส่ง ส่วนพ่อเลี้ยงหลบหนีไป และไม่สามารถติดต่อได้ โดยมีพ่อเลี้ยงได้ตั้งมือถือโอนสายมาที่มือถือของตนตลอด ซึ่งเวลาใครโทรมาจะมีการโอนสายมาที่ตนทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ส่งตำรวจออกติดตามจับกุมตัวนายนัทมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งประสานทางโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพด.ช.เอ วัย 5 ขวบว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร คาดว่าจะทราบผลชันสูตรในเร็ววันนี้
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

จับคาห้างเอ็มโพเรี่ยม “แต๊ก แม็กซิม”ฉกชุดเดรสสีดำหรูราคาเกือบหมื่น ตรวจพบฉี่ม่วงซ้ำ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ย. ขณะที่ร.ต.อ.อชิรเวชชน์ สุพรรณเภสัช รองสวป.สน.ทองหล่อ กำลังปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรี่ยม ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. ว่าสามารถควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้หลังลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ภายในห้าง จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบ
พบผู้ต้องหาทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ณชรต หรือแต๊ก พลอยพลาย อายุ 30 ปี อดีตผู้เข้าประกวดมิสแม็กซิมปี 2010 พร้อมของกลางชุดเดรสสีดำ ยี่ห้ออินกู๊ด ราคา 9,500 บาท โดยมีน.ส.วรยา เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการร้านอินกู๊ด ยืนชี้ตัวเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สน.ทองหล่อ
น.ส.วรยาให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ทำทีเข้ามาเลือกซื้อสินค้าภายในร้าน ก่อนนำชุดของกลางไปลองใส่ที่ห้องลองตามปกติ หลังจากนั้นเมื่อสวมชุดเสร็จ ได้เดินออกมาบอกกับตนว่าชุดมีขนาดเล็กไปให้ช่วยหาไซซ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าชุดที่ลอง ระหว่างนั้นตนจึงหันไปหยิบชุดไซซ์อื่นให้ แต่ผู้ต้องหากลับรีบเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ยังสวมใส่ชุดของกลางอยู่โดยไม่ได้จ่ายเงิน ตนรีบวิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างให้ช่วยกันจับกุมจนสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการตามกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ โดยผู้ต้องหายังไม่ยอมให้การเป็นประโยชน์ ทางเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลปรากฏว่าเป็นสีม่วง จากนี้จะนำปัสสาวะส่งตรวจที่ร.พ.ตำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่าเป็นสารเสพติดจริง จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พ่อเฒ่าวัยชราปั่นจักรยานตกข้างถนน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 พ.ต.ท.อุทัย เวียงทอง รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองแพร่ รับแจ้งจากสายตรวจตำบลนาจักร ว่า มีคนปั่นจักรยายนตกข้างถนนเสียชีวิต ขอให้ไปทำการสอบสวนด้วย หลังรับแจ้งจึงรายงานพ.ต.อ.ชลทฤษ ชัชวาล ผกก.สภ.เมืองแพร่ ทราบและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับหน่วยกู้ภัยแพร่, แพทย์ร.พ.แพร่
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายสว่าง บทกลอน หรือลุงสว่าง อายุ 68 ปี อดีตนักการภารโรง โรงเรียนอนุบาลแพร่ อยู่บ้านเลขที่ 23 บ้านเหล่า ม.5 ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ จากการสอบสวนชาวบ้านทราบว่า นายสว่าง หรือลุงสว่าง ปั่นรถจักรยานกลับมาจากนั่งเล่นที่ป่าช้านาจักร และรถจักรยานได้ตกถนนคอนกรีตสายบ้านเหล่า-นาจักร ม.8 ต.นาจักร ใกล้ถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านขับรถผ่านถนนเห็นรถจักรยานตกข้างถนน และร่างลุงสว่างนอนคว่ำหน้าอยู่กับกอข้าว ได้พยายามช่วยแต่ลุงเสียชีวิตแล้ว
สันนิษฐานว่าเกิดอาการวูบจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หลังชันสูตรพลิกศพแล้วญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงมอบศพให้นำไปประกอบพิธีตามประเพณีต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กทม. ขอความร่วมมืองดงานรื่นเริง ห้ามจุดพลุ ดอกไม้ไฟ งานลอยกระทง เน้นจัดตามประเพณี

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยถึงการจัดเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2559 ว่า จะทำหนังสือแจ้งถึงหัวหน้าหน่วยงานในเรื่องการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2559 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พ.ย. นี้ ซึ่งกทม. จะยังคงจัดงานลอยกระทงตามประเพณีปกติ โดยขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง ห้ามจุดพลุและดอกไม้ไฟ อย่างไรก็ตามในวันที่ 11 พ.ย. นี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหารจะลงพื้นที่ตรวจท่าเรือต่างๆ ตลอดเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา
รายงานข่าว แจ้งว่า ทั้งนี้ กทม.จะเน้นการจัดงานตามประเพณี ในส่วนของจุดจัดงานใหญ่ ที่เคยจัดแต่ละปี คือ บริเวณสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และคลองผดุงกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จะเปิดให้ลอยกระทงเหมือนเดิม แต่ไม่มีการจัดงานเหมือนที่ผ่านมา โดยให้สำนักงานเขตเป็นผู้รับผิดชอบดูแลแทนสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว เน้นการจัดงานตามประเพณี และเหมาะกับสถานการณ์พระราชพิธี นอกจากนี้จะเปิดสวนสาธารณะให้ลอยกระทงตามปกติ โดยจะกำหนดกฎระเบียบให้ปฏิบัติ ตามเพื่อความสงบเรียบร้อย
ด้านนางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สสล. กำหนดเปิดสวนสาธารณะ 28 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนพาครอบครัวเข้าไปลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 15.00–24.00 น. ได้แก่ 1. สวนลุมพินี 2. สวนจตุจักร 3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 4. สวนพระนคร 5. สวนสราญรมย์ 6. สวนรมณีนาถ 7. สวนสันติชัยปราการ 8. สวนนาคราภิรมย์ 9. สวนธนบุรีรมย์ 10. สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม) 11. สวนนวมินทร์ภิรมย์ 12. สวนหนองจอก 13. อุทยานเบญจสิริ 14. สวนน้ำบึงกระเทียม 15. สวนวารีภิรมย์ 16. สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) 17. สวนสันติภาพ 18. สวนกีฬารามอินทรา 19. สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน 20. สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร
21. สวนวนธรรม 22. สวนทวีวนารมย์ 23. สวนเบญจกิติ 24. สวนหลวงพระราม 8 25. สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 26. สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ 27. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (บางกอกน้อย) และ 28. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร) อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือย่อยสลายง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณขยะตกค้าง รวมทั้งห้ามจุดประทัด พลุ ดอกไม้เพลิงภายในสวนสาธารณะโดยเด็ดขาด
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องลี้ลับในวังหลวง! “สิ่งลึกลับในสระอโนดาต”

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชวังสวนดุสิต ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มรื่น ทั่วบริเวณพระราชวัง ผลหมากรากไม้ในพระราชวังแห่งนี้ออกดอก ออกผลลูกเล็กลูกใหญ่ เต็มไปหมด มีทั้งฝรั่ง ทับทิม มะม่วง กระท้อน ฯลฯ เมื่อผลไม้มีมากมายเช่นนี้ก็ย่อมเป็นที่ต้องการของชาววังมือดีทั้งหลาย ทั้งๆ ที่เป็นของที่อยู่ในเขตพระราชฐาน ผลไม้หลายๆ ต้นยังถูกสอยเอาไปรับประทานเป็นจำนวนไม่น้อยและเป็นประจำจนผิดสังเกต
แถมผลไม้หลายๆ ลูกยังพบร่องรอยของฟันแทะไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย ครั้งนั้นเรื่องการขโมยผลไม้ในวังกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาด รัชกาลที่ 5 ต้องเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง และตรัสว่าไม่น่าจะใช่รอยฟันของกระรอก กระแต น่าจะเป็นรอยฟันของคนมากัดแทะเสียมากกว่า เห็นจะต้องหาตัวหัวขโมยมาลงโทษให้ได้ กระทั่งคืนหนึ่งเล่ากันว่าเป็นคืนเดือนมืด ทั่วทั้งพระราชวังเงียบสงัด แต่พวกชาววังก็ยังซุ่มล่าหัวขโมยอยู่เช่นเดิม ชาววังกลุ่มหนึ่งมาแอบซุ่มอยู่ใกล้ต้นฝรั่งซึ่งกำลังออกผลเต็มต้นใกล้จะสุกเก็บกินได้แล้ว และต้นนี้เองเป็นต้นเดียวกับที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เคยทอดพระเนตรพบรอยฟันแทะทิ้งไว้
จากภาพคือ พระตำหนักน้อยใหญ่ในพระราชวังดุสิต (พระที่นั่งอัมพรฯ)
ภาพด้านล่างคือภาพตัวอย่างประกอบ ที่เห็นคือบ่อน้ำในราชอุทยานเกาะสีชัง
คืนนั้นพอดึกสงัดก็ปรากฏว่ามีเสียงประหลาด พร้อมมีเงาดำๆวิ่งผ่านไปทางต้นฝรั่ง ทำให้ชาววังผู้ล่าหัวขโมยใจเต้นระทึก คาดว่าจะต้องเป็นหัวขโมยที่หวังจะจับแน่แล้ว จึงพากันแอบซุ่มมอง ทันใดก็เห็นเจ้าของร่างนั้นปีนขึ้นไปบนต้นฝรั่งนั่งกัดฝรั่งเคี้ยวกินอย่างกระหายหิว พวกล่าจับหัวขโมยพากันดีใจกรูเข้าไปล้อมรอบโคนต้นฝรั่ง หวังจะดูหน้าหัวขโมยให้ชัดๆซะที ต่างจึงพากันร้องเรียกขู่ให้หัวขมายลงมาจากต้นฝรั่ง เจ้านั่นก็ยังไม่ยอมลงมา
ร้องเรียกอยู่นานจนในที่สุดเงาดำบนต้นก็กระโดดตูมลงมา ข้าหลวงชายพากันตะครุบจับแต่ก็จับไม่ได้เพราะตัวลื่นเป็นเมือกแถมยังว่องไว ปราดเปรียว ผิดปกติมนุษย์ธรรมดา ฉับพลันทันใดก่อนที่ใครจะคาดคิดเจ้าหัวขโมยรายนี้ก็กระโจนพรวดเดียวลงไปในสระอโนดาตภายในพระราชวัง แล้วจมหายไม่ขึ้นมาอีกเลย แม้แต่หน้าก็ยังไม่มีใครได้เห็น มีสิ่งเดียวที่ทุกคนสัมผัสได้คือ กลิ่นตัวที่สาปรุนแรงเป็นเมือกติดตามมือตามตัว คล้ายกลิ่นคนตาย ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่หัวขโมยโดดหายลงไปในน้ำแล้ว ทุกคนจึงได้สติว่าถูก “ผีหลอก” แล้วพากันวิ่งหนีร้องเสียงดังลั่นขวัญกระเจิง
ที่มา>>>Sanook