แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

วิธีเดินทางปลอดภัยจาก “โควิด-19” ช่วงวันหยุด

 ในขณะที่ผู้คนเตรียมตัวไปเยี่ยมครอบครัวและเพื่อนฝูงในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี บางคนอาจสงสัยว่าจะปลอดภัยหรือไม่ที่จะเดินทางในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รู้จัก "ควันบุหรี่มือสาม" อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

 หลายคนอาจจะรู้จักเพียง “ควันบุหรี่มือสอง” ที่เป็นอันตรายจากควันบุหรี่ที่ผู้สูบพ่นออกมา แล้วคนรอบตัวที่ไม่ได้สูบบุหรี่สูดดมเอาควันเหล่านั้นเข้าร่างกายไปด้วย แต่จริงๆ แล้วควันบุหรี่มีอันตรายมากกว่าแค่บุคคลที่สอง เพราะยังสามารถส่งต่ออันตรายไปถึงบุคคลที่สาม หรือที่เราเรียกว่าอันตรายจาก “ควันบุหรี่มือสาม” ได้อีกด้วย

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ระบายแค้นสะสม10ปี !! หนุ่มถือ .38 เข้ามอบตัวคดียิง “กูเพื่อนมึงนะ”

จากกรณีนายธเนตร์ หรือแอ๊ด เพชรประกอบ อายุ 37 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้ากลางหน้าผาก 1 นัด ภายในบ้านพักเลขที่ 143/1 ซอยพหลโยธิน 34 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งช่วยกันนำตัวส่งร.พ.เมโย เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบคือ นายปิยะวิทย์ หรือเอ บุญฤทธิ์ อายุ 35 ปี ภายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์ สีเหลือง-ดำ หมายเลขทะเบียน 5 กผ 3960 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยพยานในที่เกิดเหตุได้ยินเสียงพูดของนายธเนตร์ก่อนถูกยิงว่า “กูเพื่อนมึงนะ” เมื่อตามออกมาดูพบว่าคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปแล้ว เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 01.00 น.วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 ธ.ค. ที่สน.พหลโยธิน นายปิยะวิทย์ หรือเอ บุญฤทธิ์ ได้เดินทางเข้าขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนขนาด.38 และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 5 นัด โดยมีพ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.พหลโยธิน รับมอบตัวและคุมตัวไว้ดำเนินคดี
พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุนั้นมีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้หญิง เรื่องพูดจาถากถางกันมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความโกรธแค้นสะสมมานานกว่า 10 ปี จนเป็นชนวนในการก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ที่มา:ข่าวสด
เราเล็งเห็นความสำเร็จของลูกค้าก็เปรียบเสมือนเป็นความสำเร็จของเราด้วย และเป็นที่มาของคำว่า ‘ทุกสิ่งเป็นไปได้’ ที่องค์กรของเรายึดถือนั้น จะทำให้คุณดำเนินธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO

วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

แห่โพสต์อาลัย! พยาบาลสาวขับเก๋งฝ่าน้ำท่วมไปเข้าเวร ตกคลองจมดับ เผย”เป็นคนขยัน-สู้งาน”

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. จากกรณีเกิดเหตุนางสุมาลี แคนยุกต์ อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลรัษฎา จ.ตรัง เสียชีวิตขณะขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ทะเบียน กง9035 ตรัง เพื่อเดินทางไปทำงานยังโรงพยาบาล แต่ปรากฎว่าเส้นทางที่ผ่านระหว่างบ้านพักกับโรงพยาบาลรัษฎานั้น ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร มีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจุด และสภาพถนนที่อาจชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ และจุดเกิดเหตุมืดไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างบนถนน ทำให้รถเกิดเสียหลักชนกับราวสะพาน และพลัดตกลงไปในคลองข้างทางจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว
ล่าสุดน้องสาวผู้ร่วมงานของผู้เสียชีวิตได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Tassaya Kanyook เพื่อแสดงความอาลัย โดยบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อนางสุมาลี ซึ่งเป็นคนขยัน สู้งาน และไม่เคยว่าร้ายใคร นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนผู้ร่วมงานก็ยังร่วมโพสต์แสดงความอาลัยถึงนางสุมาลีกันเป็นเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Tassaya Kanyook, แค่ไม่ทุกข์ ก็สุขแล้ว, ฤดีวรรณ เพชรสงค์, อรลี่ ไปใหนต้องขี้ ถ้าไม่ขี้แสดงว่าไปไม่ถึง
เราเล็งเห็นความสำเร็จของลูกค้าก็เปรียบเสมือนเป็นความสำเร็จของเราด้วย และเป็นที่มาของคำว่า ‘ทุกสิ่งเป็นไปได้’ ที่องค์กรของเรายึดถือนั้น จะทำให้คุณดำเนินธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

‘ศานิตย์’เผยเซลส์แมนกำยาไอซ์ไว้ในมือแน่น! ตอนที่สลบก่อนไปสิ้นใจที่ศิริราช

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มขายรถยนต์หน้าตาดี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 โดยนายรัติภูมิได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมส่งโลเคชั่นบริเวณ ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ก่อนจะขาดการติดต่อไป
โดยเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตามที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้เบาะแสกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี ว่าได้นำตัวชายวิกลจริตซึ่งถูกพบนอนสลบบริเวณตอม่อ 147 เกาะกลางถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะเป็นนายรัติภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรยจเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่าใช่นายรัติภูมิจริงๆ โดยที่แขนมีรอยสักเป็นรูปดาวตรงกับคำให้การของครอบครัว โดยจากประวัติรับผู้ป่วยของร.พ.ศิริราช ระบุว่าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.59 ได้รับบุคคลนิรนามดังกล่าวจริง โดยเบื้องต้นพบมีอาการหมดสติและนอนพักรักษาตัวอยู่ 10 วัน ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 30 ธ.ค.59 เวลา 08.30 น.
ต่อมาเวลา 21.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพชายคนดังกล่าวแล้วเชื่อได้ว่าน่าจะใช่ผู้สูญหาย แต่ยังไม่การตรวจสอบทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆก็ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายรัติภูมิรวมถึงรอยสักรูปดาว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทราบจาการตรวจดีเอ็นเอจากพ่อและแม่เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงการขยายผลยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดดังกล่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่ก็มีข้อมูลว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมานั้นได้มีการกำยาไอซ์จำนวนประมาณ 1 กรัมมาด้วย นอกจากนี้ยังต้องให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ทำการพิสูจน์ทราบว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากสาเหตุใด มีลักษณะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือไม่ เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากสารเสพติดอย่างไร ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะทราบผลความชัดเจนในการตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าว
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

ตามล่ากระบะตีนผี!! พุ่งชนพ่อเฒ่าเดินข้ามถนน ดับสยอง แล้วซิ่งหนี เช็กกล้องวงจรปิด

เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 18 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับเเจ้งเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าเสียชีวิตเเล้วหลบหนีบริเวณหน้าวัดศรีสุนทร ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออก ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ชาตรี ชูวิเชียร ร้อยเวรจราจรจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพศรีสุนทรเเละมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพชายทราบชื่อภายหลัง คือ นายสงบ สุขแก้ว อายุ 78 ปี อยู่ในสภาพนอนคว่ำ เลือดไหลทางจมูกและปาก บริเวณเอวและช่วงล่างผิดรูป เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรยังโรงพยาบาลถลางจากการสอบถามเบื้องต้นพบมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นนายสงบเดินข้ามถนนก่อนจะมีรถยนต์กระบะไม่ทราบสีและป้ายทะเบียนวิ่งผ่านมาชนเข้าอย่างจัง จนเสียชีวิต ซึ่งรถคันดังกล่าวหลังเกิดเหตุก็รีบขับหลบหนีไปทางบ้านลิพอน อ.ถลาง อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหารถและคนขับรถคันก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

เสี่ยใหญ่โมโหวัยรุ่นขับปิกอัพเปิดเพลงดัง โบกให้จอดแล้วชักปืนรัวยิงตาย 1 เจ็บอีก 6

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 3 ม.ค. นายชาตรี จันทร์วีรชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปที่ ร.พ.กุยบุรี เพื่อสอบสวนเหตุกลุ่มวัยรุ่นถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณบ้านเขาขวาง หมู่ 9 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นจำนวน 7 รายถูกยิงด้วยอาวุธปืน สันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเป็นขนาด 9 ม.ม.และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย
ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย นายสราวุธ แกมไทย อายุ 25 ปี น.ส.ทิพย์สลาลี แกมไทย อายุ 24 ปี นายศิริวัฒน์ แกมไทยอายุ 16 ปี น.ส.สาวิตรี คีรีนิล อายุ 25 ปี นายกรวิชญ์ พิมพ์ศักดิ์ อายุ 18 ปี นายเกรียงไกร แต้ประเสริฐ อายุ 21 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณลำตัวและศีรษะอาการสาหัส ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นายราเชนทร์ ปราชญ์เปรื่อง อายุ 19 ปี
นายธนกิต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลกุยเหนือ ให้การว่า ช่วงหัวค่ำ นายสราวุธ แกมไทย ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะติดเครื่องเสียงเปิดเพลงเข้าไปส่งญาติในหมู่บ้าน และวิ่งผ่านบ้านนายธนโชติ เย็นใจ เจ้าของแพกุ้งโชคศิริชัย ระหว่างขากลับออกมาจากหมู่บ้าน คาดว่าถูกเรียกให้จอดแล้วจ่อยิง พอเสียงปืนดังขึ้นกลุ่มเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ตามเข้าไปดู ก็ถูกยิงเรียงตัวจนหมดแม็ก นอนบาดเจ็บจมกองเลือดอาการสาหัสเกลื่อนบริเวณที่เกิดเหตุ บางคนถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ลำตัว แขนและขา อาการสาหัส หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้พาครอบครัวหลบหนีไป
ต่อมาพ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.กุยบุรี พร้อมด้วยร.ต.อ.บัญชา สุขกรง พงส.สภ.กุยบุรี ประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิวัดกุยบุรี ร่วมเข้าให้ความช่วยเหลือนำส่งร.พ.กุยบุรี เพื่อให้แพทย์ดำเนินการรักษาและช่วยชีวิตในเบื้องต้น ก่อนที่จะทยอยนำส่งต่อโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงฝากถึงเจ้าหน้าที่ให้ช่วยรีบดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น เพราะถือว่ากระทำการอุกอาจโหดร้าย
จากการสอบสวนผู้บาดเจ็บทราบว่า ก่อนเกิดเหตุวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสราวุธ แกมไทย และเพื่อนได้เปิดเพลงในรถปิกอัพส่งเสียงดัง ทำให้หลานชายนายธนโชติ หรือเสี่ยน้อย ไม่พอใจจนเกิดมีปากเสียงและชกต่อยกัน ซึ่งหลานเสี่ยน้อยกล่าวอาฆาตว่า “แล้วพบกัน”
กระทั่งคืนวันที่ 2 เวลาประมาณ 20.30 น. เสี่ยน้อยมาดักรอบริเวณริมถนนเลียบชายทะเลสายโพธิ์เรียง-ทุ่งน้อย เมื่อกลุ่มนายสราวุธขับปิกอัพและจยย.ผ่านมา เสี่ยน้อยได้เอาปืนโบกให้รถหยุด แล้วเกิดการทะเลาะเสียงดัง เสี่ยน้อยใช้ปืนจ่อยิงนายราเชนทร์ ปราชญ์เปรื่อง หรือป๊อบ อายุ 19 ปี หลานชายของผู้อำนวยการโรงเรียนกุยบุรีวิทยาเสียชีวิต ก่อนจะยิงเพื่อนๆของนายราเชนทร์ที่วิ่งตามมาช่วยอีก 6 คนได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 4 ผู้หญิง 2 คน
นายอำเภอกุยบุรี ได้รายงานให้ ดร.ทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ทราบเหตุการณ์เบื้องต้นเนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชน พร้อมกับหารือร่วมกับ พ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.กุยบุรี และพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ทราบว่าเสี่ยน้อยได้พาครอบครัวหลบหนีออกจากกุยบุรีไปแล้ว พร้อมประสานให้กำนันผู้ใหญ่บ้านภายในพื้นที่ อ.กุยบุรี ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาแจ้งข่าวหรือจับกุมตัวเสี่ยน้อยมาดำเนินคดีด้วย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เจอตัวแล้ว!! สาวนั่งกระโปรงท้าย โผล่ สน.หัวหมาก จ่ายค่าปรับ ยังไม่จบเรียกฝ่ายคนขับด้วย

จากกรณีมีการแชร์คลิปหญิงสาวนั่งอยู่บนท้ายกระโปรงรถซึ่งกำลังวิ่งอยู่บนถนนพระรามเก้า โดยปรากฏคลิปด้วยกันทั้งหมด 3 คลิป ตั้งแต่ยังไม่มืดจนถึงช่วงค่ำซึ่งทำให้ทราบว่า มีการนั่งในลักษณะนี้เป็นเวลานาน ก่อนที่คลิปจะจบลงที่หญิงสาวลงมาทุบรถ
ล่าสุด พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา หญิงคนดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปรับเป็น 500 บาท ตามความผิด พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2552 ในข้อหานั่งบนรถยนต์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในขณะที่รถยนต์เคลื่อนที่
จากการสอบปากคำฝ่ายหญิง ทราบเพียงว่าเป็นปัญหาทะเลาะกันภายในครอบครัว และรถที่ปรากฏในคลิปก็ไม่ได้เป็นรถสวมทะเบียน ส่วนเจ้าของรถซึ่งเป็นผู้ชาย ทราบตัวบุคคลและออกหมายเรียกแล้ว แต่ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน เบื้องต้นทราบว่ายังอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ผู้ช่วยพยาบาลก่อเหตุขโมยเด็กทารกแรกเกิดจาก รพ. อ้างตัวเองแท้งกลัวโดนสามีทิ้ง


ผู้ช่วยพยาบาลเข้าให้ปากคำพร้อม ผอ.รพ.น่าน
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.วีระชัย บั้งเงิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผู้กำกับ สภ.เมืองน่าน นำกำลังชุดสืบสวน เร่งติดตามคนร้ายก่อเหตุลักพาเด็กทารกแรกเกิดอายุ 10 วัน หนีออกจากโรงพยาบาลน่าน หลังได้รับแจ้งจาก นายแพทย์พงษ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ รพ.น่าน โดยเร่งสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นหญิง อายุ 22 ปี เป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลน่าน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล  พบว่าผู้ก่อเหตุได้อุ้มเด็กทารก หลบหนีออกจากประตูหลังของโรงพยาบาลโดยมีรถยนต์มารอรับ
 โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.น่าน และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน เร่งติดตามค้นหา ทั้งที่หอพัก บ้านพัก บ้านญาติและเพื่อนๆ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่ในแผนกเดียวกัน จนสามารถทราบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุได้พาเด็กทารกมาพักหลบอยู่ที่ร้านเสริมสวย นางญวน (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นร้านของแม่แฟนหนุ่ม ซึ่งคบกันมาประมาณ 1 ปี อยู่ห่างจากโรงพยาบาลน่านเพียง 500 เมตร จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุม พร้อมนำเด็กทารกส่งกลับคืนสู่อ้อมอกครอบครัวอย่างปลอดภัย
 จากการสอบสวนนางญวน ให้การว่า ลูกชายพร้อมด้วยผู้ก่อเหตุ ได้พากันมาที่บ้านซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ทำเป็นร้านเสริมสวย โดยผู้ก่อเหตุบอกว่าคลอดลูกแล้ว ขอมาพักก่อน ซึ่งตนก็เห็นว่าไม่ได้เตรียมของสำหรับเด็กอ่อน จึงได้ให้เงินลูกชายได้ซื้อของใช้จำเป็นมา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม จึงได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุขโมยเด็กทารกออกมาจากโรงพยาบาล ขณะที่ตัวของแฟนหนุ่มก็ยังรู้สึกงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 ทางด้าน พ.ต.อ.ประยูร  ชำนาญคง ผู้กำกับ สภ.เมืองน่าน  เปิดเผยหลังสอบปากคำผู้ต้องหา โดยมีเพื่อนสนิทและ นพ.พงษ์เทพ  วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ รพ.น่าน ร่วมกันให้ข้อมูล ทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหามีประวัติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลน่าน มีกำหนดคลอดวันที่ 20 พ.ย.59 แต่ผู้ต้องหาให้การว่าได้แท้งลูก และกลัวว่าจะถูกฝ่ายชายทอดทิ้ง จึงได้วางแผนทำทีไปขอชั่งน้ำหนักเด็กทารกในแผนกคลอดกับผู้เป็นแม่ จากนั้นจึงได้นำเด็กหนีออกจากโรงพยาบาลโดยหลอกให้แฟนหนุ่มมารอรับ จนกระทั่งถูกติดตามจับกุม
 โดยพนักงานสอบสวนได้บันทึกคำให้การพร้อมตั้งข้อกล่าวหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ฝากแจ้งเตือนถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดขึ้นจากความไว้เนื้อเชื่อใจเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่อ้างถึงการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามขอให้พ่อแม่ทุกคนอย่าได้ไว้ใจปล่อยเด็กไปกับคนแปลกหน้าไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามขอให้ติดตามเด็กอย่าให้คลาดสายตา
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เสี่ยเจอเต่าท้องแก่กลางถนน อุ้มขึ้นปิกอัพก่อนฟักไข่ออกมา ชาวบ้านแห่ดูไข่-ทะเบียนรถ

เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นที่ตลาดเทศบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว เมื่อมีผู้พบเห็นเสี่ยหนุ่มเขียงหมูในตลาดฯ และชาวตลาดมุงดูแม่เต่าที่กำลังฟักไข่บนรถยนต์กระบะ ทะเบียน ฆฒ 6872 กทม.
เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย นายวิรุฬห์ โพธิ์สันเทียะ อายุ 30 ปี เจ้าของเขียงหมูในตลาดเทศบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว เล่าว่า ขณะที่ตนและภรรยากำลังเดินจะออกไปขายของที่ตลาด ช่วงประมาณ 03.40 น. โดยใช้เส้นทางถนนสายกลางหมู่บ้านนั้น ตนภรรยาที่นั่งมาด้วยได้สังเกตุเห็นกองดำๆอยู่กลางถนน โดยมองเห็นไม่ชัดเพราะขณะนั้นได้มีน้ำฝนตกลงมาอย่างหนัก พอแสงไฟจากรถยนต์ที่ตนและภรรยาขับด้วยกันมาส่องแสวงจึง ทำให้มองได้ชัดว่าเป็นเต่าขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 1.4 กก.
นายวิรุฬห์กล่าวว่า ตนจึงจอดรถเดิมทีแรกกะว่าจะรอให้แม่เต่าตัวนี้เดินข้ามถนนไปก่อน แต่พอมองไปรอบรอบข้างทางทั้งสองฝั่งไม่มีหนองน้ำเลย ตนจึงตัดสินใจลงรถฝ่าสายฝนที่กำลังตกหนักอุ้มเต่าตัวนี้ขึ้นหลังกระบะ และบอกกับภรรยาว่าเดี๋ยวตอนเช้าจะนำไปปล่อยคืนสู่หนองน้ำหรือลำน้ำชีที่ไหลผ่านหมู่บ้านอีกด้วย
ขณะที่ตนกำลังขายของอยู่นั้นก็มีเสียงลูกน้องตะโกนมาจากท้ายรถยนต์เฮี่ยๆเต่าคลอดลูกบนรถ จึงทราบว่าเป็นแม่เต่าท้องแก่ที่กำลังจะฟักไข่ จึงรีบจัดหากาละมังใส่ทรายมาให้แม่เต่าท้องแก่รายนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพราะตนเคยดูในสารคดีสัตว์โลก เมื่อตรวจดูแม่เต่าท้องแก่ตัวนี้ดีดีก็พบบาดแผลเหมือนโดนของมีคมเจาะตรงกลางหัวร่องรอยแผลยังสดๆ คงจะโดนชาวบ้านหรือใครทำร้ายมาและหนีมาได้ แล้วตนกับภรรยาก็มาพบเข้า ซึ่งตนถือว่าเป็นบุญที่ได้ช่วยชีวิตแม่เต่าท้องแก่ตัวนี้ไว้ และยังฟักไข่บนรถยนต์ของตนอีก
ชาวตลาดและลูกค้าได้รู้ข่าวก็แห่กันเข้ามาดูต่างก็วิเคราะห์ถามไถ่เพื่อจะหาเลขเด็ด โดยมุ่งไปที่รถกระบะวีโก้ 4ประตูสีบรอน์เงิน ทะเบียน ฆฒ 6872 กทม.ที่รับแม่เต่าท้องแก่ตัวนี้มา ขณะที่ชาวตลาดมุงดูกันอยู่แม่เต่าท้องแก่รายนี้ก็ได้ฟักไข่ออกมาเป็นระยะให้แม่ค้าพ่อค้าได้เห็นทั้งหมดจำนวน 6 ฟอง หลายคนบอกตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นแม่เต่าฟักไข่ก็ครั้งนี้ จึงเชื่อว่าแม่เต่ารายนี้คงมาให้โชคให้ลาภกับทุกคนอีกด้วย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พ่อถึงช็อก-ลูก2ขวบดับ รถนักเรียนทับ สยองต่อหน้าต่อตา

ทับเด็ก – นายประวิน ใจหา ชี้รถตู้รับส่งนักเรียน คันที่ตนเองขับทับด.ญ.กมลวรรณ ตันริน อายุ 2 ขวบ น.ร.เตรียมอนุบาลโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.แพร่ เสียชีวิต ขณะมาส่งบ้าน โดยอ้างว่าเด็กวิ่งตัดหน้า
ด.ญ.สองขวบดับสลด รถนักเรียนมาส่งกลับบ้าน แล้วเฉี่ยวเด็กล้มก่อนทับ ขณะกำลังวิ่งข้ามถนนเข้าบ้าน ที่บ้านแม่ลานใต้ ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ พ่อ-แม่สุดเศร้า เผยลูกสาวลงรถพร้อมพี่ชาย เห็นพ่อมายืนรอรับ เลยวิ่งมาหา โวยคนขับไม่ยอมจอดให้สนิท ดูเด็กเข้าบ้านแล้วค่อยออกรถ ด้านตร.เผยรอเสร็จงานศพจะมาทำแผนประกอบคดีพร้อมแจ้งข้อหาคนขับ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ร.ต.ท.สินทอน กาศสนุก รองสารวัตรสอบสวน สภ.ลอง จ.แพร่ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.ลอง รับแจ้งจากนางสาลินี ตันริน อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ 5 ต.เวียงต้า อ.ลอง ว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. น้องฟางฟาง หรือด.ญ.กมลวรรณ ตันริน อายุ 2 ขวบ 4 เดือน บุตรสาว นักเรียนเตรียมอนุบาล โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอ.ลอง ถูกรถตู้รับส่งนักเรียนคันที่มาส่งชนเสียชีวิต
โดยนายประวิน ใจหา อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 12 ต.ห้วยอ้อ เป็นผู้ขับรถตู้โดยสารรับส่งนักเรียน ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน นข. 5446 ลำปาง มาส่งน้องฟางฟาง และเป็นผู้ขับเฉี่ยวชนขณะเด็กกำลังข้ามถนน เหตุเกิดบริเวณถนนในหมู่บ้าน ที่บ้านเลขที่ 41 บ้านแม่ลานใต้ หมู่ 12 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง หลังจากนั้นได้นำน้องฟางฟางที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลลอง ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแพร่ และเสียชีวิตในช่วงกลางคืนวันเดียวกัน
นางสาลินีกล่าวว่า ขณะที่ลูกสาวลงจากรถนักเรียนที่มาถึงหน้าบ้าน ลูกสาวดีใจที่เห็นพ่อกำลังเดินมารับ และวิ่งตัดหน้ารถตู้นักเรียนที่กำลังเคลื่อนตัวออก เป็นเหตุให้ถูกรถยนต์ทับบาดเจ็บสาหัส จึงนำส่งร.พ.ลอง แต่ลูกสาวอาการสาหัส จึงส่งตัวไปรักษาตัวที่ ร.พ.แพร่ และชีวิตที่ ร.พ.แพร่ เมื่อเวลา 21.00 น. คืนวันที่ 5 ต.ค.201610061849373-20021119163042-1ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่บ้านพักของน้องฟางฟาง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีศพ นายวีระชาติ ตันริน อายุ 33 ปี และนางสาลินี พ่อ-แม่ของน้องฟางฟาง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อนายประวินซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ขับรถตู้นักเรียนมาส่ง น้องฟางฟาง และด.ช.จิตภันธ์ ตันริน น้องแอนฟิลล์ อายุ 10 ขวบ พี่ชาย เด็กๆได้ลงรถด้านซ้าย ขณะที่ตนเองอยู่ที่หน้าบ้านทางขวามือ ลูกสาวเห็นตนก็วิ่งมาทางด้านหน้ารถในจังหวะที่รถออกพอดี ทำให้ถูกรถชนล้มลงและถูกล้อหลังด้านขวาทับอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
นายวีระชาติ กล่าวว่า ตนมีลูกสาวคนเดียวเป็นคนสุดท้อง น้องฟางฟางกำลังน่ารัก เหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้นคนขับรถน่าจะดับเครื่องจอดให้สนิท ดูนักเรียนข้ามมาถึงบ้าน แล้วถึงจะขับรถออกไป นักเรียนเล็กในรถยังอีกหลายคน จอดรถยังเปิดเครื่องเสียงเสียงดังด้วย
นายวีระชาติกล่าวอีกว่า ส่วนนายประวินทราบว่าวันนี้ขับรถส่งนักเรียนไม่ได้ ต้องให้ญาติไปขับรถส่งนักเรียนแทน ในเบื้องต้นนายประวินยินยอมว่า จะช่วยจัดการงานศพและจะมอบเงินที่ได้จากจากพ.ร.บ.รถยนต์ แต่ตนยังไม่ได้ตกลงใดๆ ทั้งสิ้น ทางด้านตำรวจได้มาดูที่เกิดเหตุแล้ว แต่เนื่องจากติดเต็นท์ที่กางหน้าบ้าน เพื่อจัดงานศพให้น้องฟางฟาง โดยตำรวจจะรอให้ผ่านพิธีเผาในวันเสาร์ที่ 8 ต.ค.ก่อน ถึงจะทำแผนประกอบคดีสำหรับทางโรงเรียนคาดว่าคณะครูคงจะเดินทางมาร่วมงานศพในคืนนี้
ด้านร.ต.ท.สินทอน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับนายประวิน ต้องรอให้ทางบ้านผู้เสียชีวิตจัดการศพเรียบร้อย ตำรวจจะออกไปทำแผนประกอบคดีและแจ้งข้อหา
นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นและได้สั่งการให้ขนส่งอำเภอลองตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องคดีเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขนส่งจะตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ หากมีความผิดชัดเจนก็อาจถึงขั้นพักใบอนุญาต และปรับสูงสุด ขนส่งจังหวัดแพร่ได้กำชับอยู่เสมอสำหรับรถรับส่งนักเรียนและจัดอบรมเป็นประจำทุกปี และเพิ่งจัดอบรมไปไม่นานมานี้ ขอให้ผู้บริการรถรับส่งนักเรียนได้ระมัดระวังอย่าให้เกิดเหตุเหมือนกับที่อำเภอลองอีกเลย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

สลดกระบือ 5 ตัวถูกรถชนตาย 1 สาหัส 2 ตัว – ย่านลำลูกกา

เมื่อเวลา22.00 น.วันที่ 26 กันยายน 2559 ศูนย์วิทยุมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรลำลูกกา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีฝูงกระบือ 5 ตัวถูกรถยนต์ชนเสียชีวิตจำนวนหลายตัว บริเวณถนนหลังวัดทำเลทอง หมู่ที่ 11 ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ และให้การช่วยเหลือกลางสายที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ที่เกิดเหตุพบฝูงกระบือจำนวน 5 ตัวได้ถูกรถชนเสียชีวิตคาที่ 1 ตัวและสาหัสอีก 2 ตัว ส่วนอีก2ตัวนั้นยังคงยืนรออย่างไม่ห่างจากที่เกิดเหตุโดยเห็นกระบือทั้ง 2 ตัวมันยืนอยู่ใกล้ๆเห็นภาพแล้วต่างพากันสลดใจเมื่อมันคงรู้ว่าฝูงกระบือที่มาด้วยกันได้ถูกรถชนเสียชีวิตและได้มีชาวบ้านขับรถบรรทุกแผ่นปูนซึ่งเป็นรถเฮียบที่มีอุปกรณ์การยกแผ่นปูนผ่านมาที่เกิดเหตุได้นำกระบือทั้งสองตัวขึ้นรถนำไปไว้ที่สภ. ลำลูกกาโดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงส่วนที่เหลืออีก 3 ตัวพยายามจากขึ้นรถและเดินรอบรอบไม่ห่างจากฝูงและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามหาเจ้าของกระบือกับรถที่ชนมาสอบถามเพิ่มเติมต่อไป.
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

จับหลวงพี่ไร้วัดซิ่งเก๋งหนีตร.แหกโค้งชนดะ ค้นรถเจอทั้งยาบ้า-เหล้าขาว

 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ก.ย. พ.ต.ท.วชิรพันธุ์ โพธิราช พ.ต.ท.สมพงษ์ ศิลาวงษ์ สว.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรี สืบทราบว่าจะมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีแดง หมายเลขทะเบียน กค 9316 ภูเก็ต จะนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้า ที่บริเวณใกล้ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางกำลังตามจุดที่ได้รับแจ้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถเป้าหมายคันดังกล่าววิ่งมาตาม ถนนสุวินทวงศ์ หมู่ที่ 1 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ใกล้สามแยกไฟแดงศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแสดงตัว เพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่าคนขับรถคันดังกล่าวจึงซิ่งรถหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนไปถึงบริเวณสามแยกไฟแดง ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้แหกโค้งไปชนเสาหลักกิโลเมตรที่ ปจ 3008 ที่อยู่บนเกาะกลางถนน จนเสาหลักกระเด็นข้ามฝากไปหล่นใส่ทะลุกระจกหน้ารถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 5041 ปราจีนบุรี ของนายสันติ ร่วมพงศ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/3 หมู่ที่ 3 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ โดยรถโตโยต้าสีแดง ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับต่อไปได้ จอดอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับตัวคนขับ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูรถออกมา พบว่าคนขับ คือพระอธิป หรือนายอธิป พาสี อายุ 40 ปี พระลูกวัดสันทรีย์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 128 หมู่ที่ 1 ตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมืองปราจีนบุรี จากการตรวจค้นภายในรถบริเวณเบาะที่นั่ง เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน 10 เม็ด พร้อมเหล้าขาวบรรจุอยู่ในขวดน้ำ จำนวน 1 ขวด ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวพระอธิปไปขยายผลยังวัดสันทรีย์ หมู่ที่ 9 ต.วัดโบสถ์ อ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมทำการจับสึก
จากการตรวจค้นภายในกุฏิ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อสอบถามผู้ต้องหา จึงทราบว่า ถูกเจ้าอาวาสไล่ออกจากวัดและไปอาศัยบ้านพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำการตรวจค้นหายาเสพติดต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เจอเก๋งวีออสจอดริมถนนพระราม9 ส่องดูถึงผงะ พบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตที่เบาะคนขับ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ส.ค. ร.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตในรถบริเวณถนนพระราม 9 ขาออก ใกล้ประตูทางเข้า รฟม. แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชรพ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน ฌส 4779 กรุงเทพ จอดอยู่หนในสภาพไม่ติดเครื่องยนต์ ภายในรถด้านคนขับพบศพน.ส.เกษศิรินทร์ เกตุประยูร อายุ 39 ปี ชาวต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ สวมชุดกระโปรงสีดำ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเบาะสภาพปรับเอนเล็กน้อย มือหงิกเกร็ง ประตูทั้งสี่ด้านไม่ได้ล็อค ไม่พบร่องรอยรื้อค้นแต่อย่างใด เบื้องต้นมีผู้เห็นรถคันดังกล่าวจอดนิ่งอยู่ จึงเดินไปดูพบว่ามีคนนอนอยู่ภายในแต่ไม่ได้ติดเครื่องยนต์ ก่อนจะเคาะเรียกและลองเปิดประตูดูพบว่าไม่ได้ล็อค เปิดดูพบว่าหญิงคนดัวกล่าวเสียชีวิตแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและติดต่อญาติพี่น้อง
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สลด หนุ่มจอดรถข้างทางมอเตอร์เวย์ ตัดสินใจดับชีวิตทิ้งจดหมาย คาดตายแล้ว 4-5 วัน

14706472691470648102lผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งว่า พบศพผู้เสียชีวิตในรถยนต์บนถนนมอเตอร์เวย์ กม.47 ขาเข้ากรุงเทพ หมู่ 5 ต.ท่าสะอ้าน โดยเป็นรถมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว ทะเบียน กง. 6348 ทราบชื่อต่อมา คือ นายอดิศรศิษย์ ลิดสี อายุ 32 ปี ชาวหนองคาย สภาพศพผู้เสียชีวิต นอนเอนอยู่เบาะคนขับ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน ใกล้กันพบยาฆ่าหญ้า จดหมายลาตาย ซึ่งพบว่าสภาพศพของผู้ตายมีหนังยางขนาดใหญ่รัดคอตัวเองอยู่ด้วย
ทั้งนี้ สอบสวนต่อมาทราบว่า ผู้ตายหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. หลังจากเดินทางไปโรงพยาบาล โดยได้คุยกับภรรยาก่อนหายตัวไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมียเดินตามหาผัวหายจากบ้าน ก่อนเจอเป็นศพคอหักใต้สะพาน!!

 เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 4 ส.ค. ร.ตอ.อุดมศักดิ์ มาศมาลัย รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตบริเวณใต้สะพานศรีสุราษฎร์ ม.3 ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี  จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมพ.ต.ท.สมสิน เกิดผล รอง ผกก.(สอบสวน) พต.ท.โยธินทร์ สิทธิโยธี รองผกก.ป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ที่เกิดเหตุใต้สะพานศรีสุราษฎร์ เป็นพื้นหญ้า มีความสูงจากบนสะพานกว่า 20 เมตร พบศพนายฉัตรชัย อมรวัฒน์ อายุ 34 ปี เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนตะแคง สวมเสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขาสั้นผ้าร่มสีดำแถบแดง ขาข้างซ้ายหักและคอหัก ตามลำตัวไม่พบบาดแผล จากการสอบสวนน.ส.พิมกาญจน์ คงสงค์ อายุ 32 ปี ภรรยาผู้ตายทราบว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาผู้ตายได้ขับรถยนต์ไปประสบอุบัติเหตุจนทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดมาตลอด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้หายออกจากบ้านพักตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 3 ที่ผ่านมาและญาติได้ออกตามและได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จนมาพบว่าเป็นศพดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายอาจเกิดจากความเครียดเรื่องที่ขับรถยนต์ไปประสบอุบัติเหตุ จึงตัดสินใจคิดสั้นกระโดดสะพานเพื่อฆ่าตัวตาย ทั้งนี้จะได้นำศพส่งพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แม่ดับสยองคาเก๋ง!! ลูกชายซิ่งเสยใต้ท้องสิบล้อ บาดเจ็บพร้อมแฟนสาว

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ร.ต.อ.ประเดิม พร้อมสัตย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถบรรทุกสิบล้อมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายเอเซีย หลักกิโลเมตรที่ 317-318 พิษณุโลก-เด่นชัย ขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ หมู่ 6 บ้านบึงหลัก ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ รุดยังที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์หญิงณัฐกานต์ บุญธรรม แพทย์เวรโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และหน่วยกู้ภัยวัดหมอนไม้ พบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นพริอุส หมายเลขทะเบียน ฆค-6419 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1780 พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจอดอยู่ข้างทาง ในลักษณะสอดอยู่ใต้รถบรรทุก สภาพด้านหน้ารถตั้งแต่กันชนไปจนถึงห้องเครื่องยนต์พังยับเยิน ไม่ต่างไปจากเศษเหล็ก ตรวจสอบภายในรถยนต์เก๋งด้านหน้าบริเวณที่นั่งคู่คนขับ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ คือ นางระเบียบ มหิงษ์ อายุ 62 ปี อยู่แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ในสภาพถูกเครื่องยนต์อัดก๊อปปี้เข้าไปถึงตัวที่นั่ง โครงเหล็กของตัวรถยนต์ได้บาดเข้าที่บริเวณแขนด้านซ้ายขาดหลุดเป็นชิ้นน่าสยดสยองต่อผู้พบเห็นยิ่งนัก ที่บริเวณลำคอศีรษะหักหมุนได้รอบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเครื่องมือตัดถ่างช่วยกันงัดเอาร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรถยนต์ ใช้เวลาตัดถ่างประมาณ 15 นาที สามารถนำศพออกมาได้
อุบัติเหตุครั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อภายหลังว่า นายอภิชาติ มหิงษ์ อายุ 37 ปี คนขับรถยนต์เก๋ง และเป็นบุตรชายของผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บจุกเสียดและแน่นหน้าอก จากผลพวงของถุงลมนิรภัยที่ช่วยไม่ให้เสียชีวิต พร้อม น.ส.วิมลวรรณ เจาะจง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าอกเช่นกัน เพราะเกิดจากแรงกระแทกขณะนอนหลับอยู่เบาะด้านหลังที่นั่งคนขับ ทั้งหมดได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อไปธุระเยี่ยมญาติที่จังหวัดแพร่
จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์บรรทุกสิบล้อ ขับโดยนายทนงศักดิ์ ไวว่อง อายุ 51 ปี อยู่ ต.โพธิ์ออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งขับรถบรรทุกยาสีฟันเพื่อเตรียมไปส่งให้กับลูกค้า ที่ จ.แพร่ และขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีไฟสว่างรายทาง จึงจอดเพื่อลงปัสสาวะ โดยจอดอยู่ข้างทาง เพียงไม่กี่นาที ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นอยู่ที่บริเวณท้ายรถบรรทุก เมื่อเดินไปดู พบรถยนต์เก๋งเสยเข้าที่บริเวณท้ายรถสิบล้อแล้วในลักษณะมุดเข้าใต้ท้องรถ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะนายอภิชาติ คนขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ายังไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สุดอนาถ! หนุ่มต่างด้าวซิ่งจยย.หนีด่านตรวจ ชรบ. โดดน้ำหนี-ดับสยอง

วันที่ 15 ก.ค. พ.ต.ตบุญเรือง พันธุ์ธนู รอง.สว.สอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีผู้จมน้ำและเสียชีวิตบริเวณถนนเลียบคลองสาม หมู่ที่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลธัญบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายชื่อ นายหลอย แก้ววิไลพร อายุ 31 ปี สัญชาติลาว เป็นช่างไฟฟ้า เดินไฟรถยนต์ สภาพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ไม่สวมรองเท้า ห่างออกไป 300 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า โซนิค สีน้ำเงิน ทะเบียน มธบ-837 กรุงเทพมหานคร จอดล้มอยู่ริมคลอง จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายขับรถมาถึงที่บริเวณปากซอย 1/1 ต.คลองสาม ซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่าง อ.คลองหลวง กับ อ.ธัญบุรี และมีเจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.(สวมชุดดำ) ของ อ.คลองหลวง 8-9 คน ตั้งจุดตรวจที่บริเวณดังกล่าว เมื่อผู้ตายขับรถผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุด ชรบ. ได้เรียกตรวจค้น แต่ผู้ตายขับรถจยย.เพื่อหลบหนี คาดว่าคงไม่มีบัตรต่างด้าว ระหว่างนั้นรถจยย.ได้ล้มลง ผู้ตายจึงวิ่งหนีต่อไป โดยหนึ่งในชุดของ ชรบ. ใช้อาวุธปืนยิง 1 นัด ทำให้ผู้ตายวิ่งหนีกระโดดลงน้ำ และไปเสียชีวิตดังกล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการตั้งจุดตรวจของชุด ชรบ.ดังกล่าวว่าไม่เหมาะสม เพราะบ่อยครั้งพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมการจับกุมและตรวจฉี่ประชาชน เข้าข่ายผิดระเบียบกรมการปกครองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผลคดีที่เกิดจากผู้ตายวิ่งหนีและมาเสียชีวิตในพื้นที่อำเภอธัญบุรีนั้นอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงว่าสาเหตุมาจากอะไร และเพราะเหตุใดหนุ่มชาวลาวจึงเสียชีวิต
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ดาบตำรวจเมาขับกระบะแหกโค้งชนสะพาน พุ่งชนคนบาดเจ็บ 3 ราย เด็กสาหัส

เวลา 17.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2559  บริเวณสะพานเสม็ดแดง รอยต่อ ต.ท่าพริกและ ต.ท่ากุ่ม  อ.เมือง จ.ตราด ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คัน และผู้บาดเจ็บหลายราย ในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดและรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราด เดินทางรับผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้ง ร.ต.อ.ยอดคม อินไข ร้อยเวร สภ.เมืองตราด ทราบซึ่งระหว่างรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพเดินทางรับผู้บาดเจ็บ กู้ภัยตราดได้นำผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ซึ่งเป็นเด็กหญิง อายุประมาณ 10 ขวบ ที่ยังอยู่ในชุดนักเรียน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าและศีรษะแตก และมีบาดแผลตามร่างกาย ออกมาจากที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บบริเวณหน้าวัดวิเวกวราราม โดยมีพ่อผู้บาดเจ็บนั่งมาด้วย ส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราด ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 คน บาดเจ็บเล็กน้อยเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดได้ทยอยนำส่งโรงพยาบาล
ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บค 94 ตราด สภาพรถหน้ารถพังยับ ยางล้อหลังแตก เป็นรถของ ดต.ปราการ ไม่ทราบนามสกุล สังกัด กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 117 บ้านท่าเพ ซึ่งนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในภายที่เกิดเหตุ ด้วยอาการเมาสุรา คันที่สอง รถยนต์กระบะ เซฟโลแลต หมายเลขทะเบียน บบ 8758 จันทบุรี สภาพหน้ารถพังเสียหายพังยับไม่สามารถขับต่อได้ และคันที่สามเป็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 7598 ตราด ด้านหน้ารถเสียหายไม่มากนัก ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุพบทรัพย์สิน กระโปรงนักเรียน รองเท้านักเรียนตกอยู่
นายเอกชัย พาทีทิน อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ กล่าวว่า ตนเองและพ่อตา รวมถึงผู้บาดเจ็บอีก 2 คน กำลังยืนตกกุ้งและวางลอบดักกุ้ง ดักปูกันอยู่บริเวณสะพาน ระหว่างนั้นรถยนต์ของตำรวจที่มุ่งหน้ามาจาก ต.ท่ากุ่ม ขับมาด้วยความเร็ว แล้วแหกโค้งพุ่งชนคอสะพานและเสียหลักพุ่งชนเด็กและผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่บนสะพานบาดเจ็บไป 3 ราย โดย 1 ใน 3 ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กมีอาการสาหัสมาก ตนเองกระโดดหนีทันจึงรอดชีวิตได้หวุดหวิด
ด้าน ดต.ปราการ พูดด้วยความเมา ไม่ได้อยากให้เกิด ขับมาปกติ เพราะขับเส้นนี้ประจำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

หนุ่มช่างแอร์วิ่งข้ามถนน รถแวนลงสะพานเบรกไม่ทัน-พุ่งชนดับสยองที่ปทุมฯ

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.วีระพล อุปชิต รองสว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุรถเก๋งแวนชนคนข้ามถนนเสียชีวิต บริเวณถนนบางขันธ์-หนองเสือ มุ่งหน้าถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อนายสด อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา นอนเสียชีวิตอยู่เลนซ้ายของถนน ห่างออกไปประมาณ 50 เมตรพบรถเก๋งแบบแวน ยี่ห้อเชพโรเลต ทะเบียน ญล 8902 กรุงเทพมหานคร หน้ารถด้านซ้ายมีรอยชนได้รับความเสียหายและหม้อน้ำแตก ส่วนคนขับทราบชื่อนายลภัสวินท์ พิมสอน อายุ 42 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตกใจ
นายลภัสวินท์ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถจะไปกินข้าวกับเพื่อน ขณะขับรถลงสะพานข้ามแยกโฮมเพลสมาเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้วิ่งข้ามถนน ตนเองเบรกไม่ทันจึงชนเข้าอย่างแรง เหตุการณ์ครั้งนี้มีเพื่อนของตนเองขับรถยนต์คู่กันมา กล้องหน้ารถจับภาพตอนชนเอาไว้ได้   จากการสอบสวนทราบว่า นายสดทำงานอยู่โรงงานแอร์ กำลังจะกลับบ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆ ขณะเกิดเหตุวิ่งข้ามถนนแล้วถูกรถเก๋งที่ลงจากสะพานพุ่งชนเสียชีวิต จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายลภัสวินท์ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.คลองหลวง พร้อมให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช ร.พ.ธรรมศาสตร์ฯ ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด