แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องวงจรปิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องวงจรปิด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

‘ศานิตย์’เผยเซลส์แมนกำยาไอซ์ไว้ในมือแน่น! ตอนที่สลบก่อนไปสิ้นใจที่ศิริราช

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มขายรถยนต์หน้าตาดี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 โดยนายรัติภูมิได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมส่งโลเคชั่นบริเวณ ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ก่อนจะขาดการติดต่อไป
โดยเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตามที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้เบาะแสกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี ว่าได้นำตัวชายวิกลจริตซึ่งถูกพบนอนสลบบริเวณตอม่อ 147 เกาะกลางถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะเป็นนายรัติภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรยจเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่าใช่นายรัติภูมิจริงๆ โดยที่แขนมีรอยสักเป็นรูปดาวตรงกับคำให้การของครอบครัว โดยจากประวัติรับผู้ป่วยของร.พ.ศิริราช ระบุว่าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.59 ได้รับบุคคลนิรนามดังกล่าวจริง โดยเบื้องต้นพบมีอาการหมดสติและนอนพักรักษาตัวอยู่ 10 วัน ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 30 ธ.ค.59 เวลา 08.30 น.
ต่อมาเวลา 21.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพชายคนดังกล่าวแล้วเชื่อได้ว่าน่าจะใช่ผู้สูญหาย แต่ยังไม่การตรวจสอบทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆก็ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายรัติภูมิรวมถึงรอยสักรูปดาว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทราบจาการตรวจดีเอ็นเอจากพ่อและแม่เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงการขยายผลยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดดังกล่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่ก็มีข้อมูลว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมานั้นได้มีการกำยาไอซ์จำนวนประมาณ 1 กรัมมาด้วย นอกจากนี้ยังต้องให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ทำการพิสูจน์ทราบว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากสาเหตุใด มีลักษณะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือไม่ เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากสารเสพติดอย่างไร ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะทราบผลความชัดเจนในการตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าว
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

สาวแค้นจัด คว้ารองเท้าปรี่เข้าตบหน้าหนุ่มพม่าที่ขโมยรถจยย. กลางวงทำแผนฯ ตร.ห้ามวุ่น

วันที่ 18 ม.ค. พ.ต.อ.เรืองเดช สุวรรณพิกุล ผกก.สภ.ปากน้ำระนอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนร้ายขโมยรถจยย.ที่จอดอยู่ในลานจอดรถหน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง จึงสั่งการให้พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย ผะอบเพ็ชร รอง ผกก.สส.นำกำลังฝ่านสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน กำลังลักรถจยย.ฮอนด้า คลิ๊ก 110 สีขาวแดง และรถจยย.ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง โดยคนร้ายจะใช้กุญแจผีเข้ามาไขกุญแจ ก่อนจะขับหลบหนี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้นำรถจยย.ลงเรือหางยาว ข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ที่บริเวณชายฝั่งทะเล บ้านหินช้าง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ไปยังจังหวัดเกาะสอง ทันที
จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายคือนายอ่าว อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา อดีตคนขับเรือหางยาวข้ามฝาก จ.ระนอง และ จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนจะนำตัวนายอ่าว มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ลานจอดรถจักรยานยนต์หน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ โดยนายอ่าว รับสารภาพว่าตนและเพื่อนเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยจะเลือกคืนที่ฝนตกเพราะปลอดคน จากนั้นตนจะเป็นคนใช้กุญแจผีแทงบริเวณเบ้ากุญแจและบิดก่อนสตาร์ทรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนเพื่อนตนยังหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กำลังทำแผนอยู่นั้น ได้มีน.ส.นุศรา เย็นวงค์ อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ทราบข่าวว่ามีการจับกุมตัวคนร้ายได้ จึงเดินทางมาดูการทำแผน เมื่อเห็นคนร้ายนั่งอยู่บนท้ายรถกระบะ ก็ปรี่เข้าไปแล้วถอดรองเท้าตบหน้าไป 1 ที จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามปราม พร้อมบอกให้ใจเย็นๆ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

ตามล่ากระบะตีนผี!! พุ่งชนพ่อเฒ่าเดินข้ามถนน ดับสยอง แล้วซิ่งหนี เช็กกล้องวงจรปิด

เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 18 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับเเจ้งเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าเสียชีวิตเเล้วหลบหนีบริเวณหน้าวัดศรีสุนทร ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออก ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ชาตรี ชูวิเชียร ร้อยเวรจราจรจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพศรีสุนทรเเละมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพชายทราบชื่อภายหลัง คือ นายสงบ สุขแก้ว อายุ 78 ปี อยู่ในสภาพนอนคว่ำ เลือดไหลทางจมูกและปาก บริเวณเอวและช่วงล่างผิดรูป เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรยังโรงพยาบาลถลางจากการสอบถามเบื้องต้นพบมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นนายสงบเดินข้ามถนนก่อนจะมีรถยนต์กระบะไม่ทราบสีและป้ายทะเบียนวิ่งผ่านมาชนเข้าอย่างจัง จนเสียชีวิต ซึ่งรถคันดังกล่าวหลังเกิดเหตุก็รีบขับหลบหนีไปทางบ้านลิพอน อ.ถลาง อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหารถและคนขับรถคันก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สลดหนุ่มการบินไทย เลิกงานขี่ จยย. กลับห้องพัก ชนต้นไม้คอหัก บนถนนรอบสนามบิน

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.ท.สมชาติ มณีรัตน์ สว.เวร สภ.สุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่การท่า และมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายกริชไกรฤกษ์ มนตรา อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นพนักงานฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้น บมจ.การบินไทย นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างต้นไม้ข้างทางในสภาพคอหัก ศีรษะแตก ใกล้กันพบหมวกกันน็อกครึ่งใบตกหล่นอยู่ ส่วนรถจักรยานยนต์ พบกระเด็นตกลงไปในคูน้ำข้างทาง เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สี ฟ้า หมายเลขทะเบียน 2 กฮ 1443 กทม
เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่สายตรวจการท่า ระบุว่า ขณะกำลังลาดตะเวนอยู่นั้นมีรถจักรยานยนต์พลเมืองดีมาแจ้งว่า มีชายนอนอยู่ข้างทางจึงมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งเลิกงานออกมาและกำลังจะกลับห้องพักโดยขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงทีเกิดเหตุอาจหลับในจนรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันและจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งว่าเกิดเหตุอย่างไร
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

อำมหิต! ทุบหัวปาดคอทารกแรกเกิดทิ้งถังขยะ ตร.ล่าตัว 1 ชาย 2 หญิงวัยรุ่นต้องสงสัย

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 1 ธันวาคม พ.ต.ท.นัทธกานต์ วรรณพันธ์ สารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่า พบศพเด็กทารกแรกเกิดถูกฆ่า แล้วนำมาถึงไว้ในถังขยะข้าง สวนสาธารณะวังมัจฉาริมหนองบัว ถนนเลียบริมหนองบัว คุ้มกาฬสินธุ์ ชุมชนหนองเหล็ก เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ร.ต.ท.เจริญชัย พิกุลกาญจน์ รองสวป., เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ,เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน,แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และมูลนิธิอุดรส่งเสริมธรรม
ที่เกิดเหตุพบศพของทารกเพศหญิงแรกเกิดพร้อมกับสายรก อายุครรภ์ 7- 8 เดือน อยู่ในถุงพลาสติกสีดำ อยู่ในถังขยะสีดำ สภาพศพ ที่บริเวณศีรษะ มีรอยเขียวช้ำและยุบลงไปหลายแห่ง เหมือนถูกของแข็งทุบหัวและที่บริเวณลำคอขาดถูกของมีคม ลึก 2 ซ.ม.ยาว7.5 ซ.ม.จนหลอดลมขาด
จากการสอบสวน นางหนูแดง ศรีกลาง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/2 ถนนโพธิ์ศรี ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ผู้พบศพเด็กทารก มีอาชีพเก็บขยะบริเวณรอบสวนสาธารณะวังมัจฉาริมหนองบัวให้การว่า มีอาชีพนี้มาได้ 6 ปี ซึ่งจะเก็บขยะที่นี้ทุกคืน ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังเก็บขยะอยู่ก็เห็นวัยรุ่นซ้อนรถจยย. มาด้วยกัน 3 คนมีผู้ชายเป็นขับ ส่วนผู้หญิงอีก 2 คนนั่งซ้อนท้ายได้ขับรถผ่านตนไป ส่วนที่ถังขยะนั้นปิดฝาอยู่เมื่อตนเปิดถังขยะออกมาแล้วพบถุงดำอยู่จึงแกะออก ถึงกับตกใจพบศพเด็กทารก ถูกฆ่าแล้วนำมาทิ้ง ไว้ในถังขยะดังกล่าว
พ.ต.ท.นัทธกานต์ เปิดเผยว่า คดีนี้ถือว่าเป็นเหตุฆาตกรรมเด็กทารก ก่อนนำศพมาทิ้งไว้ในถังขยะ โดยจะได้ในตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด เส้นทางบริเวณรอบสวนสาธารณะริมหนองบัว และ ตามหอพัก ต่างๆ ที่อยู่ใกล้แถวนี้ เพื่อเป็นเบาะแส ในการติดตามตัวคนร้ายที่อาจจะเป็นพ่อแม่เด็กทารกที่ไม่พร้อมจะมีลูก แล้วก่อเหตุฆ่าเด็กทารกอย่างอำมหิต
พ.ต.ท.นัทธกานต์กล่าวว่า ส่วนวัยรุ่น3 คน จะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามตัว มาสอบสวนข้อเท็จจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการเก็บดีเอ็นเอ ที่กระพุ้งแก้มและบริเวณรกศพเด็กทารก ในการนำไปเปรียบ เพื่อหาตัวพ่อแม่ของเด็ก และเพื่อเป็นหลักฐาน ในทางนิติวิทยาศาสตร์ ในรูปคดีต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สะเทือนใจ! ศพทารกยัดใส่กล่องโยนริมถนนลาดพร้าว เปิดวงจรปิดล่าคนทิ้ง

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 11 พ.ย. ร.ต.ท.ภาณุ กาฬสินธ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.โชคชัย รับแจ้งพบศพทารกแรกเกิด ภายในรถเก็บขยะ กทม. ซึ่งจอดอยู่ตรงข้ามปากซอยนาคนิวาส 3 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบรถเก็บขยะของสำนักงานเขตลาดพร้าวหมายเลขทะเบียน 61-7987 กทม.จอดอยู่ริมถ.นาคนิวาส พบกล่องสีน้ำตาลถูกปิดปากกล่องด้วยเทปกาวสีดำ จากการตรวจสอบภายในกล่องกระดาษพบศพทารกแรกเกิดเพศชาย อายุในครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน มีสายสะดือติดอยู่ ถูกใส่อยู่ภายในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม ซึ่งห่อหุ้มด้วยลังกระดาษ
จากการสอบสวน นายองอาจ ถูพรมมี อายุ 46 ปี พนักงานฝ่ายเก็บขน สำนักงานเขตลาดพร้าว ให้การว่า เกิดก่อนเหตุตนได้นำรถเก็บขยะของกทม.ออกมาเก็บขยะตามปกติอยู่บริเวณถนนนาคนิวาส จนมาถึงสถานที่ก่อนพบศพประมาณ 100 เมตร พบกองขยะซึ่งเป็นถุงดำและกล่องดังกล่าว ก่อนที่ตนจะโยนใส่ในบริเวณที่เก็บขยะด้านหลังรถ และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนได้คัดแยกขยะจนพบกล่องดังกล่าวและเปิดดูภายในกล่องพบว่าเป็นศพทารก จึงรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ
ด้าน ร.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำศพทารกรายนี้ไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต ก่อนที่จะประสานฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย เพื่อทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและใกล้เคียงว่าผู้ใดเป็นคนนำกล่องดังกล่าวมาทิ้ง ก่อนที่จะเชิญตัวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ ต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ญาติรมต.ขับเก๋งชนขาตั้งรถเครนเสียชีวิตริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 11 ต.ค. 59 ร.ต.อ.ทัศนัย กรุดทรัพย์ รองสว.(สอบสวน)สน.เทียนทะเล รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านอาหารคำขวัญ ซีฟู๊ด ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์นั่งยี่ห้อ BMW สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พท 1719 กรุงเทพมหานคร ชนกับขาตั้งรถเครน ยี่ห้อ TADANO ทะเบียน 76-9881 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย สภาพรถ BMW ด้านหน้าพังยับ ภายในพบร่างนาย อนุชา วัฒนวรางกูร อายุ 43 ปี อาชีพซื้อขายรถมือสอง คนขับติดอยู่ภายในบริเวณที่นั่งคนขับนอนหายใจรวยริน ทางชุดกู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้งจึงรีบช่วยนำร่างคนเจ็บออกจากตัวรถเพื่อช่วยเหลือ แต่นายอนุชา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนนาย อุทัย สิทธิคำ อายุ 39 ปี คนขับรถเครนของบ.บางกอกไพบูลย์ ซึ่งรับเหมางานวางท่อประปาริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุนำรถเครนมาจอดเพื่อเปิดฝาท่อวางท่อประปาโดยมีป้ายสัญญาณไฟติดตั้งอยู่บริเวณด้านท้ายชัดเจน ขณะกำลังทำงานอยู่ จู่ๆก็พบมีรถพุ่งมากระแทกที่บริเวณขารถเครนที่ตั้งอยู่ด้านข้างอย่างแรง เมื่อลงมาดูก็พบคนเจ็บติดอยู่ภายในจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
สำหรับนายอนุชา คนขับรถเก๋ง BMW พบเป็นญาตินางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบรอยเบรคเชื่อว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใครทั้งนี้ต้องรอสอบพยานรวมถึงตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

โจรตีเนียน เหมือนเจ้าของบ้านมาเอง ถอยกระบะเข้าบ้าน ขึ้นกวาดทรัพย์สินเรียบ

วันที่ 31 ส.ค. ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 26 / 821 หมู่ 1 ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี กวาดทรัพย์สินไปหลายรายการ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรุดเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนายขวัญชัย นวมดี อายุ 45 ปี พนักงานการไฟฟ้าของจังหวัดชลบุรี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่พร้อมพาตรวจสอบภายในบ้าน พบคนร้ายงัดลูกบิดประตูโรงรถข้างบ้าน เข้าไปรื้อค้นข้าวของจนกระจุยกระจาย โดยได้ทรัพย์สินไปเป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 10 บาท และทีวีแอลอีดี จอแบน 42 นิ้ว 1 เครื่อง โน๊ตบุ๊คและพระเครื่องอีกประมาณ 100 องค์ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงประมาณ เวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา มีรถกระบะมิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 8524 ชลบุรี ซึ่งมีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปี ลงมาจากรถหลัง จากนั้นเดินลงไปเปิดประตูหน้าบ้านดังกล่าวโดยใส่ถุงมือสีขาว แล้วโบกรถกระบะคันให้ถอยเข้าไปในภายในบ้าน และก็มีชายวัยรุ่นมากัน 2-3 คน โดยสวมชุดคล้ายกับพนักงานการไฟฟ้า หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปในบ้านช่วยกันขนของขึ้นรถกระบะเหมือนกับเจ้าของบ้านมาขนของ โดยตนคิดว่าเป็นลูกน้องของเจ้าของบ้านจึงไม่สนใจเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดีจึงมาลงมือก่อเหตุ กลางวันแสกๆ แบบใจเย็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้าน พร้อมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

นศ.หนุ่มชะตาขาด! ซิ่งบิ๊กไบค์ BMW เจอเก๋งกลับรถ เบรกไม่ทัน อัดท้ายเก๋งดับคาที่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ก.ค. 59 ร.ต.ท.พีรพัฒน์ มั่นยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งยูเทิร์นถูกจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนท้ายคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ที่บริเวณถนนปทุมติวานนท์ มุ่งหน้าแยกบางคูวัต กม.ที่ 4+800 ตรงข้ามหมู่บ้านเอื้ออาทรบางคูวัด หมู่ที่ 7 ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญ    ที่เกิดเหตุยูเทิร์นกลับรถหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรบางคูวัด พบรถจักรยานยนต์สีดำ ยี่ห้อ BMW S1000 ทะเบียน อยย55 กทม สภาพเสียหายทั้งคัน คนขับชื่อ นายปรัชญา บุญชอบ อายุ 22 ปี  นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นอนหงายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุอยู่ข้างรถจักรยานยนต์   ฝั่งตรงข้างพบรถเก๋งสีเทา ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กธ4646 นนทบุรี ท้ายรถด้ายซ้ายถูกชนเสียหายยับ คนขับชื่อนายอำนาจ ผ่องแผ้ว อายุ 60 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถามนายอัฑฒอาชว์ จารุปราโมทย์ อายุ 21 ปี เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ตนกับเพื่อนขับรถไปล้างรถกันมา โดยขับรถจักรยานยนต์มากันคนละคัน จำนวน  3 คน มุ่งหน้าราชพฤกษ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อนที่ขับตามหลังมากลับประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ตนจึงกลับรถจักรยานยนต์มาดูพบว่าเพื่อเสียชีวิตไปก่อนแล้ว    ด้านนายอำนาจ ผ่องแผ้ว คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ตนเองขับรถออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปดูแลลูกน้อง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกำลังจะกลับรถที่ยูเทิร์นหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรบางคูวัด ซึ่งขณะที่กลับรถนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ขับมาอยู่แล้วแต่เห็นว่าไกลมาก และได้หักเลี้ยงได้เพียงชั่วเวลาแป๊บเดียว รถจักรยานยนต์ก็พุ่งมาชนท้ายอย่างจังทำให้รถของตนนั้นหมุนจนมาหยุดอยู่ฝั่งตรงข้างยูเทิร์นดังกล่าว
ส่วนร.ต.ท.พีรพัฒน์ มั่นยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่ารถจักรยานยนต์ทั้งสามคันขับมาด้วยความเร็ว ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงและสอบปากคำเพิ่มเติมจากเพื่อนผู้ตายที่มาด้วยกัน รวมถึงคนขับรถเก๋ง ด้านผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตพร้อมประสานญาติมารับศพนำไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คุมตัวหนุ่มตกงานควงอิโต้ชิงทรัพย์มินิมาร์ทซ.ลำลูกกา27 สารภาพแค้นที่ถูกไล่ออก

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.วรพันธ์ พิสุทธานนท์ รอง ผกก. พ.ต.ท.ปรากฎ นาคใหญ่  สว.สส.สภ.คูคต พร้อมชุดสืบสวน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน คุมตัวผู้ต้องหา ทราบชื่อคือนายพรเทพ หรือกอล์ฟ แซ่ทั้ง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/594 หมู่ 14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสด จำนวน 1,536 บาท 2.มีดทำครัว จำนวน 1 เล่ม 3.เสื้อผ้า ชุดที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ 1 ชุด 4.รองเท้าแตะ จำนวน 1 คู่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ หลังก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธมีดอิโต้ จี้ชิงทรัพย์ภายในมินิมาร์ท ร้านแฟมิลี่มาร์ท สาขา 4539 ปากซอยลำลูกกา 27 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่น.ส.ศิริพร เมฆพรม พนักงานมินิมาร์ทให้บริการอยู่ที่เคาเตอร์ฯ แล้วชิงทรัพย์เป็นเงินสดในเครื่องเก็บเงินหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 23 มิ.ย. โดยหลังจากก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่พบว่าคนร้ายใส่หมวกคุมปิดบังใบหน้า ถืออาวุธมีดแบบอิโต้ เข้ามาภายในร้าน แล้วใช้อาวุธมีดกดหันกล้องวงจรปิดให้ไม่สามารถจับภาพขณะก่อเหตุ จากนั้น ใช้อาวุธมีดจี้บังคับพนักงานให้เปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน ชิงทรัพย์เงินสดหลบหนีไป สามารถจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากสถานที่ก่อเหตุประมาณ 200 เมตร นายพรเทพ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานที่ร้านมินิมาร์ทดังกล่าว แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากมีปัญหาเรื่องยอดเงินที่จะส่งบริษัทฯ หายไปจำนวน 100 บาท จากนั้น ตนจึงถูกไล่ออก จึงเกิดความรู้สึกแค้นที่ถูกไล่ออกจากงาน ซึ่งตนเองก็ตกงานอยู่ จึงใช้อาวุธมีดที่มีอยู่ในห้องเข้ามาก่อเหตุดังกล่าว แต่ไม่คิดว่าพนักงานจะจำลักษณะของตนได้ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้
พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านค้ามินิมาร์ท เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 03.30 น. เป็นคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร เข้าไปในร้าน ใช้มีดขู่จะทำร้ายบังคับเอาทรัพย์สินไป เมื่อเข้าไปสอบสวนพนักงานของร้าน ซึ่งถูกก่อเหตุ ได้ทราบว่าคนร้ายมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพนักงานคนเก่าที่เพิ่งออกจากงานไป และทราบว่าพักอาศัยอยู่ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ จึงตรวจสอบประวัติเดิมของพนักงาน ประกอบกับรูปพรรณของคนร้ายที่สามารถตรวจสอบได้จากภาพกล้องวงจรปิด
ต่อมาเวลา 07.30 น. จึงเดินทางไปยังหอพักภายในซอย เมื่อไปถึงห้องดังกล่าวพบว่าประตูถูกเปิดทิ้งเอาไว้ และพบรองเท้าแตะของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกบุคคลภายในห้องพบว่าอยู่ภายในห้องน้ำ สวมเสื้อสีดำ และมีอาการตกใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงสอบสวนจนยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง พร้อมทั้งแจ้งว่าเกิดความคับแค้นใจที่ถูกไล่ออกจากงาน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาก่อเหตุชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธปิดบังใบหน้า หรือรับของโจร
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โจ๋นั่งคุยกัน มือมีดปรี่ทำร้าย-แทงหนุ่ม20 ล้มดับสยองต่อหน้าเพื่อน

วันที่ 9 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เกรียงไกร แสงยศ สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งวัยรุ่นแทงกันได้รับบาดเจ็บจากหมู่บ้านเอื้ออาทรเสมาฟ้าคราม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปทุมเวช จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายชโลธร พึ่งเทพา อายุ 20 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ชายโครงด้านซ้าย 1 แผล และที่หน้าอกซ้าย 1 แผล จากการสอบถาม นายวงศกร อายุ 18 ปี เพื่อนผู้ตาย บอกว่า ขณะที่ตนกับผู้ตายและเพื่อนๆ นั่งกันอยู่บันไดชั้น 2 ตึก 56 หมู่บ้านเอื้ออาทรเสมาฟ้าคราม ได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน วิ่งเข้ามาทำร้าย
จากนั้น นายจาไม่ทราบชื่อจริง ได้ใช้อาวุธที่เตรียมมาแทงผู้ตาย โดยผู้ตายได้วิ่งหนี และมาล้มที่หน้าหมู่บ้าน พวกตนจึงช่วยกันพาส่งโรงพยาบาลปทุมเวช แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จึงได้นำกำลังชุดสืบสวนออกหากล้องวงจรปิดในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะหลบหนี พร้อมทั้งได้นำตัวเพื่อนผู้ตายไปสอบสวนเพิ่ม เพื่อตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

หนุ่มใหญ่แจ้ง ตร. พบเถ้ากระดูกถูกเผา หลังวัดแก้วพิทักษ์ฯ คาดเป็นพี่ชาย

เครดิตภาพ : ห้องข่าว ปภ.
หนุ่มใหญ่แจ้งตำรวจ สน.ประเวศ หลังพบเถ้ากระดูก ถูกเผาหลังวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม คาดเป็นพี่ชาย หลังหายตัวไปติดต่อไม่ได้ ดูวงจรปิดภายในคอนโดฯ ที่พัก พบเด็กวัดต้องสงสัยลากกระเป๋า ออกจากห้องไป ตร.คุมสอบ …
วันที่ 5 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ เข้าตรวจสอบเหตุพบศพถูกเผา บริเวณหลังวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 55 หลังพระลูกวัด แจ้งว่า มีคนนำศพมาเผาบริเวณหลังวัด เบื้องต้น พบเป็นศพชายถูกเผาจนไหม้เกรียมเจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ รอตรวจสอบ
ขณะที่ นายกิตติวัฒน์ ศรินิธิโรจน์ อายุ 53 ปี ผู้ที่เข้ามาพบกองเถ้ากระดูกเป็นคนแรกและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากสงสัยว่า ศพดังกล่าวอาจจะเป็น นายสมพงษ์ บุญยืน อายุ 58 ปี พี่ชายของตนเอง พร้อมกับเปิดเผยว่า พี่ชายของตน รู้จักและมีความสนิทกับเด็กวัด ที่วัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ซึ่งตนเจอพี่ชายล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และตนได้มาส่งพี่ชาย กับเด็กวัดคนหนึ่งที่วัดแห่งนี้ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ ด้วยความสงสัย จึงได้ไปตามหาพี่ชายที่คอนโดฯ ย่านสุทธิสาร แต่ไม่เจอ จึงได้ขอดูกล้องวงจรปิด ก็พบว่า เด็กวัดได้ลากกระเป๋าออกจากห้องพักของพี่ชาย ตนจึงได้เดินทางมาดูที่วัด เมื่อเดินตามหา ก็มาเจอเถ้ากระดูกจึงไปตามสัปเหร่อมาดู ก็พบว่าเป็นกระดูกมนุษย์ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้เข้ามาตรวจสอบ
ทั้งนี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวเด็กวัดที่ต้องสงสัยไว้ เพื่อนำไปสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว ส่วนเถ้ากระดูกที่พบนั้น จะได้นำไปชันสูตรว่า เป็น นายสมพงษ์ บุญยืน หรือไม่.
ที่มา>>>Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อุกอาจ! หนุ่มบุกเดี่ยวใช้มีดจี้ร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งในภูเก็ต

หนุ่มวัย 26 ปี อุกอาจ บุกเดี่ยวใช้มีดจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งใน 3 พื้นที่ภูเก็ต สุดท้ายหนีไม่รอดถูกรวบคาห้องเช่า
เมื่อช่วงเย็น วันที่ 1 มิ.ย. ชุดสืบสวน สภ.ถลาง สนธิกำลังชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง และ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต ร่วมกันจับกุม นายวีระชัย สิงห์เหนียว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/90 ม.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลางเงินสด 3,560 บาท อาวุธมีดยาว 28 ซม. รถจยย.ฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียน ขคว 744 ภูเก็ต เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีชมพู ได้ที่ท๊อปอินท์ ม.8 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังก่อเหตุใช้มีดบุกเดี่ยวเข้าจี้ชิงเงินภายในร้านแฟมิลี่มาร์ท บ้านลิพอน หมู่ 5 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จากนั้นได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 มิ.ย. โดยพฤติกรรมดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุร้านสะดวกซื้อในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. และในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศาล จ.ภูเก็ต ได้อนุมัติออกหมายจับไว้แล้วจากนั้น ชุดสืบสวน สภ.ถลาง ได้ออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี พร้อมกับสอบปากคำพนักงานร้านสะดวกซื้อ จนกระทั่งทราบว่า คนร้ายสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีชมพู ใส่กางเกงสามส่วน สีดำ ขี่รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียนจำได้ 744 ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด หลังก่อเหตุได้ขี่รถหลบหนีไปตาม ถ.เทพกระษัตรี มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร อ.ถลาง แล้วเลี้ยวซ้ายไปในพื้นที่ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง และหายไป
เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายคือ นายวีระชัย สิงห์เหนียว และเป็นคนเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ และพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จึงได้ออกติดตาม และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามถนนใกล้เคียง จนกระทั่งพบว่าคนร้ายหรือนายวีระชัย อาจซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเช่าในพื้นที่หมู่ 8 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง และได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมตัวได้ในที่สุด จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ในข้อหาชิงทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรตามสมควรแก่พฤติการณ์ ต่อไป
ที่มา>>>Thairath

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยังไม่ทราบชะตากรรม เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกหนุ่มใหญ่ลักพาตัว ที่ตราด

ความคืบหน้าคดีหนุ่มใหญ่ วัย 55 ปี ลักพาตัวเด็กหญิงอายุ 13 ปี หายข้ามคืน ก่อนมาพบศพหนุ่มใหญ่ใช้เชือกผูกคอตายข้างถนน ส่วนเด็กหญิงนั้น ยังไม่พบตัวและไม่ทราบชะตากรรม
ความคืบหน้าคดีที่ นายสมพงษ์ วงศ์ทอง อายุ 55 ปี ก่อเหตุหลอกพาตัว น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี มาจากโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ใน ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด เมื่อเช้าวันที่ 27 พ.ค. และหายไปข้ามคืน จนมาพบศพ นายสมพงษ์ วงศ์ทอง อายุ 55 ปี มาผูกคอเสียชีวิตติดกับต้นไม้ข้างทาง ถนนสายทุ่งไก่ดัก–โพรงตะเฆ่ ที่บริเวณบ้านเลขที่ 22/1 ม.4 บ้านทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด ส่วน น้องเอ นั้นยังไม่พบตัว และยังไม่ทราบชะตากรรมความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. (29 พ.ค.) พ.ต.ท.จตุถรัตน์ รัตนไชยศรี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ตราด นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ตราด และสืบสวน สภ.เมืองตราด สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ จ.ตราด ผู้นำชุมชนหมู่บ้าน รวมกว่า 100 คน เข้าทำการค้นหาน้องเอ ที่ถูก นายสมพงษ์ อายุ 55 ปี พาตัวมาตั้งแต่เช้าวันที่ 27 พ.ค. ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเก็บภาพตามกล้องวงจรปิดต่างๆ จนทราบว่า นายสมพงษ์ ได้ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 8654 ตราด ไปรับ น้องเอ อายุ 13 ปี มาจากโรงเรียน ด้านท้ายกระบะได้บรรทุกรถจักรยานสีชมพูซึ่งเป็นของ น้องเอ มาด้วย โดยได้ขับผ่านเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกทุ่งไก่ดัก ม.1 ต.ท่ากุ่ม เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.45 น. ของวันที่ 27 พ.ค. มีทิศทางมุ่งหน้าไปทาง ม.7 ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด ซึ่งเป็นทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปสวนยางพาราของ นายสมพงษ์ ก่อนจะขับกลับออกมา ช่วงเวลาประมาณ 11.07 น. ของวันเดียวกัน และมีทิศทางมุ่งหน้าไปทางวัดทุ่งไก่ดัก
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังค้นหาทั้งบริเวณสวนยางพาราของ นายสมพงษ์ เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ออกค้นหาตามเส้นทางต่างๆ ทั้ง ม.7 และ ม.4 ที่คาดว่า นายสมพงษ์ จะใช้เป็นเส้นทางเดินทางนำรถยนต์ไปเข้าซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง ข้างวัดวิเวกวราราม เขตเทศบาลท่าพริกเนินทราย อ.เมืองตราด โดยได้ตรวจดูตามคลอง แหล่งน้ำทุกแห่งตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังไร้วี่แววเบื้องต้น พ.ต.ท.จตุถรัตน์ รัตนไชยศรี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ตราด ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด ได้ติดตามเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดทุกแห่งจากโรงเรียน จนมาถึงสวนยางพาราของนายสมพงษ์ เพื่อหาเส้นทางที่แท้จริง เนื่องจากระยะเวลาที่ นายสมพงษ์ ไปหลอกรับ น้องเอ ที่โรงเรียน จนมาพบเห็นรถยนต์ของนายสมพงษ์ ในกล้องวงจรปิดที่สี่แยกทุ่งไก่ดักนั้น มีระยะเวลาห่างนานกว่า 2 ชม. ซึ่งคาดว่า นายสมพงษ์ อาจจะไปแวะที่อื่นก่อนจะเดินทางมาสวนยางพารา
นอกจากนี้ บริเวณสวนยางพาราของนายสมพงษ์ ที่มีเศษอาหารเฟรนช์ฟรายด์ตกอยู่ พร้อมแก้วน้ำบริเวณหน้าขนำ เจ้าหน้าที่คาดว่า นายสมพงษ์ น่าจะนำรถยนต์เข้ามาทำความสะอาดกวาดเศษอาหารที่ตกอยู่ในรถยนต์ออก ขณะที่ ภายในรถยนต์ยังมีคราบดินที่เบาะคนนั่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่นายสมพงษ์ อาจจะไปแวะลงมือทำอะไรสักอย่างกับน้องเอ ที่ไหนสักแห่ง ก่อนจะนำรถยนต์มาทำความสะอาดที่สวนยางพารา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงจะทำการติดตามสืบหา ต่อไป.
ที่มา>>>Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รถเมล์สาย 3 ชน จยย. กลางแยกซังฮี้ ดับ 1 สาหัส 1 อ้างถูกตัดหน้า

สาวโชเฟอร์รถเมล์สาย 3 ขับชนจักรยานยนต์พุ่งออกจากฝั่ง ถ.ราชวิถี ชนกันอย่างจังกลางแยกซังฮี้ ส่งผลหนุ่ม 19 คนซ้อนท้ายร่างกระเด็นตกรถเสียชีวิต ขณะชายวัย 27 บาดเจ็บสาหัส ด้านโชเฟอร์อ้างถูกตัดหน้าเบรกไม่ทัน
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 พ.ค. 59 ร.ต.อ.รามน้อย สายอ่อง รอง สว.สส.สน.สามเสน รับแจ้งอุบัติเหตุรถประจำทางชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณแยกซังฮี้ ถนนสามเสน ตัดถนนราชวิถี แขวงและเขตดุสิต กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชวชิรพยาบาล และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบริเวณกลางแยกดังกล่าว พบรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สีแดง เป็นรถเมล์ฟรี สาย 3 หมอชิต-คลองสาน เลขข้างรถ 8-80472 ทะเบียน 12-0541 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถมีรอยบุบ บริเวณล้อหลังด้านขวาพบศพ นายไพรินทร์ ศรีโชค อายุ 19 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด มีบาดแผลฐานกะโหลกแตก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 3กข 9572 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าเสียหาย เบาะหลุด พลิกคว่ำอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นายชัยเทพ วงกลิ่น อายุ 27 ปี มีอาการสาหัส ถูกนำส่ง รพ.วชิรพยาบาล โดยมี น.ส.ณภาภัช สวนสุข อายุ 37 ปี โชเฟอร์รถเมล์ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่รถเมล์สาย3 คันเกิดเหตุ ชนรถจยย. เสียชีวิต1 เจ็บสาหัส1 กลางแยกซังฮี้
น.ส.ณภาภัช ให้การว่า ขับรถมาตามถนนสามเสน มุ่งหน้าแยกบางโพ โดยขณะนั้นเป็นสัญญาญไฟเขียว แต่เมื่อขับมาถึงแยกดังกล่าว รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุพุ่งออกมาตัดหน้าจากฝั่งถนนราชวิถี เลี้ยวขวาจะเข้าถนนสามเสน พยายามจะเบรกแต่ไม่ทันจึงชนเข้าอย่างจัง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตดังกล่าว
ด้าน ร.ต.อ.รามน้อย เผยว่า จากการสอบสวนพยานซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ ให้การว่า รถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บเป็นผู้ขี่ และผู้เสียชีวิตซ้อนท้าย ก่อนเกิดเหตุ รถจักรยานยนต์จอดอยู่ ถนนราชวิถี เพื่อมองรถ กระทั่งขี่พุ่งออกมา และเนื่องจากจุดดังกล่าวมีป้อมจราจรทำให้อับสายตา จึงทำให้รถเมล์ที่ขับมาชนเข้าอย่างจัง ซึ่งหลังจากนี้ต้องสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมว่ารถคันใดเป็นผู้กระทำผิดก่อนที่จะดำเนินคดีต่อไป.
ที่มา>>>Thairath

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

โจรซุปเปอร์จิ๋ว ฝีมือไม่ธรรมดา! เจาะทะลวงห้างฯ ลักมือถือ-เงินไปเล่นเกม

ตีนแมวรุ่นจิ๋ววัยแค่ 13 ปี แต่วิชาโจรไม่ธรรมดา บุกเดี่ยวงัดฝาเหล็กเข้าไปลักเครื่องมือร้านซ่อมรถหน้าห้างฯ แล้วทะลวงฝายิปซั่มบอร์ดอีกชั้น เข้าไปลักทรัพย์ร้านขายโทรศัพท์ในห้างฯ ตร.ดูกล้องวงจรปิดจำหน้าได้บุกรวบคาร้านเกม…
วันที่ 25 เม.ย. 59 พ.ต.ท.สังวาลย์ รางสถิต รอง ผกก.สส. รรท.ผกก. สภ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กฤษกร หานุสิงห์ สว.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวน นำตัว ด.ช.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บ้านอยู่ ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ ผู้ต้องหาลักทรัพย์ มาสอบปากคำหลังจากที่ติดตามไปจับกุมได้ที่ร้านเกมแห่งหนึ่งในตัวอำเภอขุนหาญ
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายอนุพงษ์ นามวงษ์ อายุ 37 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.สิ อ.ขุนหาญ เจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้างเทสโก้โลตัส สาขาขุนหาญ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ. สมเดช ไชยเทพ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ขุนหาญ ว่า ถูกคนร้ายขโมยโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์และเงินสด 5,800 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน 25,100 บาท
หลังได้รับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวนได้ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นเด็กชาย เห็นใบหน้าชัดเจน คล้ายเด็กที่เคยก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่อำเภอขุนหาญมาแล้วหลายครั้ง ชอบเล่นเกม และตำรวจได้ทำประวัติไว้แล้ว จึงสืบสวนก่อนตามไปจับกุมได้ที่ร้านเกมแห่งหนึ่ง พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สายชาร์จ หูฟังเงินสด1,523 บาท ซิมโทรศัพท์ 2 อัน เสื้อกีฬาสีส้มขาว 1 ตัว และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทะเบียน กษน 143 ศรีสะเกษ เป็นรถที่เจ้าของได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.กันทรอม ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาของกลางที่ ตร.ยึดได้
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาวัย 13 ปี ให้การรับสารภาพว่าได้งัดฝาผนังที่เป็นเหล็กและใช้นอตยึดไว้ เข้าไปขโมยกุญแจเครื่องมือมาจากร้านขายอุปกรณ์รถยนต์ที่อยู่หน้าห้างฯ ก่อนที่จะเจาะทะลุฝาผนังชั้นในที่เป็นแผ่นยิปซั่มบอร์ด เข้าไปขโมยโทรศัพท์และเงินสดในร้าน ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ ดำเนินคดีต่อไป.
ที่มา>>>Thairath

ตู้โดยสาร กทม.-ระยอง พุ่งชนเก๋งขณะยูเทิร์น ก่อนเสยอีกคัน เจ็บ 7

รถตู้พุ่งชนเก๋ง ขณะกลับรถยูเทิร์นอย่างจัง บนถนนสุขุมวิท ขาเข้าบางแสน ก่อนไถลไปชนอีกคัน ส่งผลเจ็บ 7 ราย ตร.เช็กวงจรปิด หาสาเหตุ ดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 เม.ย. พ.ต.ท.ประทีป ทองดี สว.( สอบสวน) สภ.เสม็ด รับแจ้งมีรถชนกันบริเวณช่องยูเทิร์น หน้าแฮปปี้เวิลด์ ถนนสุขุมวิท ขาเข้าบางแสน หมู่ 4 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมกู้ภัยไตรคุณธรรม
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ – ระยอง ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน ป้ายเหลือง 10 – 3066 ระยอง สภาพด้านหน้าพังยับเยินพลิกตะแคงอยู่ร่องน้ำข้างถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งคนขับ ซึ่งยังไม่ทราบชื่อ 7 ราย กู้ภัยฯ นำส่ง รพ.ชลบุรี 2 ราย, รพ.เอกชล 1 ราย, รพ.ม.บูรพา 2 ราย และ รพ.จุฬารัตน์ชลเวช 2 ราย และที่กลางถนนพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กค 7771 พระนครศรีอยุธยา สภาพหน้าพังยุบถึงเครื่อง ทราบชื่อคนขับ นายวีระวิทย์ วชิรเรืองเวช อายุ 21 ปี ชาว อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยฯ นำส่ง รพ.เอกชล 2เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายปฐมพงษ์ สาระ อายุ 32 ปี ขับรถตู้วิ่งมาจากทางตัวเมืองชลบุรี มุ่งหน้าไปทางบางแสน ถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งฮอนด้า แอดคอร์ด เลี้ยวกลับรถช่องยูเทิร์น แล้วเกิดชนกันขึ้นอย่างแรง ก่อนรถตู้เสียหลักไปเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีขาว ทะเบียน ญต 5793 กทม. ได้รับความเสียหายอีกคัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบวงจรปิดให้แน่ชัด พร้อมสอบปากคำผู้บาดเจ็บทั้งหมด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดี กับรถที่เป็นฝ่ายผิดต่อไป.
ที่มา>>>Thairath