แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เส้นทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เส้นทาง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

แจ้งเตือนเส้นทางหลัก พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ ซ่อมแซมผิวถนนตลอดเส้นทาง

แขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 (วังทอง) เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ที่มีการซ่อมแซมผิวถนนตลอดเส้นทาง ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย ขณะความคืบหน้าของการปรับปรุงซ่อมแซมผิวถนนแล้วเสร็จ 80%แล้ว และจะสามารถคืนผิวถนนจราจร ได้ตามปกติก่อนสิ้นเดือนมกราคม 2560
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 59 นายสุพจน์ ศิริลักษณ์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 (วังทอง) เปิดเผยว่า ขณะนี้การก่อสร้างปรับปรุงถนนเส้นทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก –หล่มสัก ที่แขวงทางหลวงพิษณุโลก เขต 2 รับผิดชอบตั้งแต่ช่วงสี่แยกอินโดจีน ถึงเขตติดต่อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รวมระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร ขณะนี้กำลังมีการปรับปรุงเส้นทาง เป็นระยะๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่กำหนด ทำให้การจราจรในช่วงนี้อาจไม่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ จะมีประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนาและการเดินทางไปท่องเที่ยวตามถนนสายหมายเลข 12 ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย โดยขณะนี้การปรับปรุงผิวการจราจรได้กว่า 80 % แล้ว และคาดว่าก่อนสิ้นเดือนมกราคม 2560 ก็จะสามารถคืนผิวจราจร ให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ตามเดิม โดยในช่วงที่มีการก่อสร้างผิวการจราจรนั้นทางผู้รับเหมาก็จะมีการติดตั้งป้ายเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดระยะเส้นทาง
นายสุพจน์ ศิริลักษณ์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 (วังทอง) กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงผิวการจราจร แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนก็สามารถวิ่งทำความเร็วได้ตามปกติ หรือตามกฎหมายที่กำหนดไว้ แต่ใช้ในช่วงปีใหม่นั้นควรจะระมัดระวังเป็นพิเศษคือช่วง กม.ที่ 60-70 หรือบริเวณก่อนถึงแยกบ้านแยง ซึ่งบริเวณดังกล่าว มักเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ซึ่งทางแขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 ก็จะมีการนำป้ายขนาดใหญ่ไปติดตั้งไว้ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้สังเกตเห็นได้ชัดเจนและลดความเร็วลง เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตามก็ขอให้ขับขี่รถตามกฎหมายที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยและความสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้อีกด้วย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ชาวบ้านอรัญประเทศโวยถนนคอนกรีตพังเหล็กโผล่ จยย.ขับผ่านล้มเจ็บแล้วหลายราย

 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าบริเวณถนนคอนกรีต จากวัดหนองผักบุ้ง ไปยังบ้านหนองคู หลังชาวบ้าน ม.3 และ ม.10 ต.ฝากห้วย อ.อรัญประเทศ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างถนนโผล่ขึ้นมากลางถนน ทำให้รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่ใช้เส้นทางนี้เข้า-ออก ล้มบาดเจ็บไปจำนวนหลายรายแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าถนนเส้นนี้ชำรุดอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นถนนหินมากกว่าที่จะเป็นถนนคอนกรีต ช่วงกลางของถนน ยังมีเหล็กเส้นโผล่ขึ้นมาให้เห็นอยู่หลายช่วง ทำให้รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่ขับขี่ไม่ระมัดระวัง ถูกเหล็กที่โผล่ขึ้นมาเกี่ยวรถจักรยานยนต์ล้มบาดเจ็บไปแล้วหลายคัน นายสวรรค์ สุพร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/1 ม. 10 ต. ฝากห้วย อ.อรัญประเทศ กล่าวว่า ถนนเส้นนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2556 ระยะทาง 1 กิโลเมตรเศษ เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก เชื่อมระหว่าง ม.3 กับ ม.10 ต.ฝากห้วย หลังสร้างได้ไม่นานก็ปรากฏเป็นสภาพอย่างที่เห็น ทำให้ชาวบ้านที่ต้องใช้เส้นทางนี้ต่างเดือดร้อน จากการสังเกตของผู้สื่อข่าว พบว่าเหล็กที่ใช้รองพื้นคอนกรีต มีขนาดเล็กมาก ใหญ่กว่าก้านไม้ขีดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จริงๆแล้ว ขนาดของเหล็กที่ใช้รองพื้นคอนกรีตไม่น่ามีขนาดเล็กเช่นนี้ และอีกอย่างหนึ่ง จากการสังเกตปูนที่นำมาผสมไม่น่าจะได้มาตรฐาน เนื่องจากมีสีขาวคล้ายแป้งฝุ่น ทำใช้ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ปลิวหายไปหมด จึงเหลือแต่ลูกหินโผล่ให้เห็น
ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ต่างบอกว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เพราะอายุของถนนมันใช้ไม่คุ้มค่า ซึ่งจากป้ายบอกการก่อสร้างใช้งบประมาณของปี พ.ศ.2556 ไปจำนวน 1,070,000 บาท สร้างได้เพียง 2 ปีเศษๆ เท่านั้นถนนก็มีสภาพเช่นนี้แล้ว
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยังไม่ทราบชะตากรรม เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกหนุ่มใหญ่ลักพาตัว ที่ตราด

ความคืบหน้าคดีหนุ่มใหญ่ วัย 55 ปี ลักพาตัวเด็กหญิงอายุ 13 ปี หายข้ามคืน ก่อนมาพบศพหนุ่มใหญ่ใช้เชือกผูกคอตายข้างถนน ส่วนเด็กหญิงนั้น ยังไม่พบตัวและไม่ทราบชะตากรรม
ความคืบหน้าคดีที่ นายสมพงษ์ วงศ์ทอง อายุ 55 ปี ก่อเหตุหลอกพาตัว น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี มาจากโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ใน ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด เมื่อเช้าวันที่ 27 พ.ค. และหายไปข้ามคืน จนมาพบศพ นายสมพงษ์ วงศ์ทอง อายุ 55 ปี มาผูกคอเสียชีวิตติดกับต้นไม้ข้างทาง ถนนสายทุ่งไก่ดัก–โพรงตะเฆ่ ที่บริเวณบ้านเลขที่ 22/1 ม.4 บ้านทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด ส่วน น้องเอ นั้นยังไม่พบตัว และยังไม่ทราบชะตากรรมความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. (29 พ.ค.) พ.ต.ท.จตุถรัตน์ รัตนไชยศรี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ตราด นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ตราด และสืบสวน สภ.เมืองตราด สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ จ.ตราด ผู้นำชุมชนหมู่บ้าน รวมกว่า 100 คน เข้าทำการค้นหาน้องเอ ที่ถูก นายสมพงษ์ อายุ 55 ปี พาตัวมาตั้งแต่เช้าวันที่ 27 พ.ค. ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเก็บภาพตามกล้องวงจรปิดต่างๆ จนทราบว่า นายสมพงษ์ ได้ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 8654 ตราด ไปรับ น้องเอ อายุ 13 ปี มาจากโรงเรียน ด้านท้ายกระบะได้บรรทุกรถจักรยานสีชมพูซึ่งเป็นของ น้องเอ มาด้วย โดยได้ขับผ่านเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกทุ่งไก่ดัก ม.1 ต.ท่ากุ่ม เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.45 น. ของวันที่ 27 พ.ค. มีทิศทางมุ่งหน้าไปทาง ม.7 ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด ซึ่งเป็นทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปสวนยางพาราของ นายสมพงษ์ ก่อนจะขับกลับออกมา ช่วงเวลาประมาณ 11.07 น. ของวันเดียวกัน และมีทิศทางมุ่งหน้าไปทางวัดทุ่งไก่ดัก
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังค้นหาทั้งบริเวณสวนยางพาราของ นายสมพงษ์ เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ออกค้นหาตามเส้นทางต่างๆ ทั้ง ม.7 และ ม.4 ที่คาดว่า นายสมพงษ์ จะใช้เป็นเส้นทางเดินทางนำรถยนต์ไปเข้าซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง ข้างวัดวิเวกวราราม เขตเทศบาลท่าพริกเนินทราย อ.เมืองตราด โดยได้ตรวจดูตามคลอง แหล่งน้ำทุกแห่งตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังไร้วี่แววเบื้องต้น พ.ต.ท.จตุถรัตน์ รัตนไชยศรี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ตราด ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด ได้ติดตามเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดทุกแห่งจากโรงเรียน จนมาถึงสวนยางพาราของนายสมพงษ์ เพื่อหาเส้นทางที่แท้จริง เนื่องจากระยะเวลาที่ นายสมพงษ์ ไปหลอกรับ น้องเอ ที่โรงเรียน จนมาพบเห็นรถยนต์ของนายสมพงษ์ ในกล้องวงจรปิดที่สี่แยกทุ่งไก่ดักนั้น มีระยะเวลาห่างนานกว่า 2 ชม. ซึ่งคาดว่า นายสมพงษ์ อาจจะไปแวะที่อื่นก่อนจะเดินทางมาสวนยางพารา
นอกจากนี้ บริเวณสวนยางพาราของนายสมพงษ์ ที่มีเศษอาหารเฟรนช์ฟรายด์ตกอยู่ พร้อมแก้วน้ำบริเวณหน้าขนำ เจ้าหน้าที่คาดว่า นายสมพงษ์ น่าจะนำรถยนต์เข้ามาทำความสะอาดกวาดเศษอาหารที่ตกอยู่ในรถยนต์ออก ขณะที่ ภายในรถยนต์ยังมีคราบดินที่เบาะคนนั่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่นายสมพงษ์ อาจจะไปแวะลงมือทำอะไรสักอย่างกับน้องเอ ที่ไหนสักแห่ง ก่อนจะนำรถยนต์มาทำความสะอาดที่สวนยางพารา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงจะทำการติดตามสืบหา ต่อไป.
ที่มา>>>Thairath