แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีเอ็นเอ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีเอ็นเอ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

‘ศานิตย์’เผยเซลส์แมนกำยาไอซ์ไว้ในมือแน่น! ตอนที่สลบก่อนไปสิ้นใจที่ศิริราช

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มขายรถยนต์หน้าตาดี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 โดยนายรัติภูมิได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมส่งโลเคชั่นบริเวณ ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ก่อนจะขาดการติดต่อไป
โดยเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตามที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้เบาะแสกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี ว่าได้นำตัวชายวิกลจริตซึ่งถูกพบนอนสลบบริเวณตอม่อ 147 เกาะกลางถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะเป็นนายรัติภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรยจเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่าใช่นายรัติภูมิจริงๆ โดยที่แขนมีรอยสักเป็นรูปดาวตรงกับคำให้การของครอบครัว โดยจากประวัติรับผู้ป่วยของร.พ.ศิริราช ระบุว่าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.59 ได้รับบุคคลนิรนามดังกล่าวจริง โดยเบื้องต้นพบมีอาการหมดสติและนอนพักรักษาตัวอยู่ 10 วัน ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 30 ธ.ค.59 เวลา 08.30 น.
ต่อมาเวลา 21.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพชายคนดังกล่าวแล้วเชื่อได้ว่าน่าจะใช่ผู้สูญหาย แต่ยังไม่การตรวจสอบทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆก็ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายรัติภูมิรวมถึงรอยสักรูปดาว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทราบจาการตรวจดีเอ็นเอจากพ่อและแม่เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงการขยายผลยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดดังกล่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่ก็มีข้อมูลว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมานั้นได้มีการกำยาไอซ์จำนวนประมาณ 1 กรัมมาด้วย นอกจากนี้ยังต้องให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ทำการพิสูจน์ทราบว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากสาเหตุใด มีลักษณะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือไม่ เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากสารเสพติดอย่างไร ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะทราบผลความชัดเจนในการตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าว
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดีเอ็นเอชี้ชัดสัมพันธ์ “บรรยิน” กับ “ป้อนข้าว” ตร.รื้อคดีเมียเก่าประกอบสำนวนฆ่าชูวงษ์

จากกรณีกองปราบปรามจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน หลังมีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตปริศนาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้านจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับโดย พ.ต.ท.บรรยินไปพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 นอกจากนี้ ขณะจับกุมยังพบ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว โบรกเกอร์สาว 1 ในผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ต่อมาศาลได้ให้ประกันตัว พ.ต.ท. บรรยิน ในวงเงิน 2 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสืบสืบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานทางคดี ทั้งนี้ มีรายงานว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. สั่งการให้ทีมสืบสวนนำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านของน.ส.อุรชา ในหมู่บ้านบางกอกบลูเลอวาร์ด ย่านพระราม 9 พบเครื่องใช้เด็กแรกเกิดและหลักฐานต่างๆ โดยตำรวจยึดไว้พร้อมกับนำส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบหาดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างพ.ต.ท.บรรยินและน.ส.อุรชา
โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พฐ.นำเครื่องใช้ของเด็กที่พบไปตรวจสอบแล้ว ก็ประสานทางวาจากับพ.ต.อ.จิรภพ เพื่อแจ้งผลการตรวจสอบปรากกฎว่า มีดีเอ็นเอตรงกับน.ส.อุรชาและพ.ต.ท.บรรยิน ทั้งนี้สำหรับดีเอ็นเอของพ.ต.ท.บรรยินนั้น เจ้าหน้าที่พฐ.ตรวจเก็บไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนดีเอ็นเอของน.ส.อุรชานั้น หลังจากน.ส.อุรชาเดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนบก.ป.ตามหมายเรียกนั้น ตำรวจได้ประสานพฐ.เพื่อมาเก็บดีเอ็นเอของน.ส.อุรชาในวันนั้นด้วย
สำหรับผลตรวจที่ออกมาแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.ท.บรรยินและน.ส.อุรชาว่าคบหากันฉันชู้สาว โดยคำนวณจากอายุเด็กที่คลอดมาได้ 3 เดือน ทำให้รู้ว่ามีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ.ต.ท.บรรยินและน.ส.อุรชา ตั้งแต่ช่วงเดือนมิ.ย.2558 ใกล้เคียงกับวันที่นายชูวงษ์เสียชีวิต คือวันที่ 26 มิ.ย.2558 ก่อนที่ญาติของนายชูวงษ์จะร้องต่อกองปราบ เพื่อให้ตรวจสอบการโอนหุ้นโดยมีพิรุธของนายชูวงษ์ โดยครั้งนั้น พ.ต.ท.บรรยินปฏิเสธว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับน.ส.อุรชา แต่หลักฐานที่ปรากฏสามารถยืนยันความสัมพันธ์ลึกซึ้งของทั้งสองคนได้
ขณะเดียวกันทางพ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. ยังไปตรวจสอบคดีเก่าเมื่อครั้ง พ.ต.ท.บรรยิน ดำรงตำแหน่ง ร.ต.ท. ที่จ.นครสวรรค์ แล้วไปประสบอุบัติเหตุรถชน จนทำให้น.ส.รสรินทร์ ศรีนุกูล ภรรยาเสียชีวิต เพราะหักหลบรถสิบล้อสวนทางมา จนไปพุ่งชนต้นไม้ ซึ่งจากสอบปากคำพยานทุกคนต่างยังสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากว่าส่วนตัวน.ส.รสรินทร์ขับรถไม่เป็น แต่ในบันทึกประจำวัน ระบุว่าน.ส.รสรินทร์เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว สภาพบาดแผลที่ระบุว่า คอหักก็ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ อีกทั้งหลังเกิดอุบัติเหตุก็ทราบว่าอีกว่า ยังมีการฌาปนกิจศพอย่างเร่งรีบ ซึ่งหลักฐานในส่วนนี้ ทีมสืบสวนกองปราบฯ จะนำมาใช้ประกอบสำนวนในคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ต่อไป เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมที่คล้ายๆกันอีกด้วย
ที่มา>>>ข่าวสด