แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัญญาณไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัญญาณไฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ญาติรมต.ขับเก๋งชนขาตั้งรถเครนเสียชีวิตริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 11 ต.ค. 59 ร.ต.อ.ทัศนัย กรุดทรัพย์ รองสว.(สอบสวน)สน.เทียนทะเล รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านอาหารคำขวัญ ซีฟู๊ด ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์นั่งยี่ห้อ BMW สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พท 1719 กรุงเทพมหานคร ชนกับขาตั้งรถเครน ยี่ห้อ TADANO ทะเบียน 76-9881 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย สภาพรถ BMW ด้านหน้าพังยับ ภายในพบร่างนาย อนุชา วัฒนวรางกูร อายุ 43 ปี อาชีพซื้อขายรถมือสอง คนขับติดอยู่ภายในบริเวณที่นั่งคนขับนอนหายใจรวยริน ทางชุดกู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้งจึงรีบช่วยนำร่างคนเจ็บออกจากตัวรถเพื่อช่วยเหลือ แต่นายอนุชา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนนาย อุทัย สิทธิคำ อายุ 39 ปี คนขับรถเครนของบ.บางกอกไพบูลย์ ซึ่งรับเหมางานวางท่อประปาริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุนำรถเครนมาจอดเพื่อเปิดฝาท่อวางท่อประปาโดยมีป้ายสัญญาณไฟติดตั้งอยู่บริเวณด้านท้ายชัดเจน ขณะกำลังทำงานอยู่ จู่ๆก็พบมีรถพุ่งมากระแทกที่บริเวณขารถเครนที่ตั้งอยู่ด้านข้างอย่างแรง เมื่อลงมาดูก็พบคนเจ็บติดอยู่ภายในจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
สำหรับนายอนุชา คนขับรถเก๋ง BMW พบเป็นญาตินางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบรอยเบรคเชื่อว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใครทั้งนี้ต้องรอสอบพยานรวมถึงตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รถเทลเลอร์พุ่งเสยท้ายกระบะจอดเสียคาไฟแดง หนุ่มถูกชนร่างกระแทกดับเจ็บอีก 4 ราย

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. พ.ต.ท.ชาติกาญ ทุมนัต สารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถเทลเลอร์ชนรถกระบะมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณสามแยกไฟแดง หน้าร้านสวนอาหารติ่ง หมู่ 5 ถ.สุขุมวิท ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และกู้ชีพรพ.จุฬารัตน์ 5 ที่เกิดเหตุบริเวณสามแยกไฟแดง หน้าร้านสวนอาหารติ่ง บนถนนสุขุมวิทขาเข้ามุ่งหน้าบางปู พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บต2154 เชียงใหม่ พลิกตะแคง สภาพด้านหน้าและด้านท้ายพังยับ และน้ำมันไหลนองออกมาบนถนน พบผู้บาดเจ็บนอนอยู่บนพื้นถนน ประกอบด้วยนายบุญรื้น ก้งทอง อายุ 39 ปี ถูกแรงกระแทกที่หน้าอก ซี่โครงหักหมดสติ กู้ชีพ รพ.จุฬารัตน์ 5 นำส่ง รพ. แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนอื่นเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ศาลาเพิงพัก คือนายสุริโย ร่มคม อายุ 17 ปี ขาซ้ายหัก นายเสกสรร ไทยเจริญ อายุ 27 ปี เจ็บปวดบริเวณขาทั้ง 2 ข้างน.ส.รุ่งพร สุขวิเศษ อายุ 21 ปี เจ็บที่หน้าอก และน.ส.พิมพ์วรีย์ ชื่นปทุม อายุ 30 ปี เจ็บที่หน้าอกเช่นเดียวกัน ทั้ง 4 รายนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่ง รพ.บางบ่อ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบรถพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ สีครีม ทะเบียนส่วนหัว 858231 ชลบุรี ทะเบียนส่วนท้าย 85-8217 ชลบุรี สภาพกระจกหน้าแตก กันชนด้านซ้ายยุบชน ติดกับเสาไฟฟ้าริมถนนหัก และยังมีรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผน6467 ชลบุรี จอดอยู่ริมถนนสภาพไฟท้ายด้านขวาแตก
สอบสวนนายเฉลิมศักดิ์ เตชะวันโต อายุ 39 ปี เพื่อนผู้บาดเจ็บ ให้การเบื้องต้นว่า ตนเป็นคนขับรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผน6467 ชลบุรี มากับเพื่อนที่บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยลากจูงรถกระบะอีกคันที่เสียมาจากบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จะไปโรงงานที่ลาดหวาย และเปิดสัญญาณไฟกระพริบไว้ตลอด จนกระทั่งมาจอดติดไฟแดง เพื่อนอีกคนเห็นว่า สลิงที่ใช้ลากรถจะหลุด จึงลงมาจากรถมายืนดู และช่วยกันมัดสลิงใหม่ ระหว่างนั้นมีรถพ่วงวิ่งมาจากด้านหลังพุ่งชนอย่างแรง จนรถกระบะคันที่ถูกลากพลิกตะแคง ทำให้รถกระเด็นมาชนพวกตนที่ยืนอยู่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนรถพ่วงเสียหลักพุ่งข้ามเกาะไปชนกับเสาไฟฟ้า และคนขับได้หลบหนีไปในช่วงชุลมุน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวคนขับรถพ่วง มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ขนส่งแม่สะเรียง ตรวจมาตรฐาน รถรับ-ส่ง นร. ย้ำคนขับต้องผ่านอบรม

จนท.ขนส่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยรถ นร. ป้องกันอุบัติเหตุ เน้นความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ขนส่ง ตรวจสภาพรถทุก 6 เดือน ย้ำ! พนง.ขับรถ ต้องผ่านการอบรม มีใบอนุญาต หากฝ่าฝืนดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
วันนี้ 31 พ.ค.59 เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. นายวัฒนา เลิศธนธร หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาแม่สะเรียง ร่วมกับพันเอกอดุลย์ จำปาทอง รอง ผบ.ฉก.ทพ.ที่ 36 นายวิเชียร ชูเกียรติ ผอ.ร.ร.แม่สะเรียง บริพัตรศึกษา จน.ตำรวจ สภ.แม่สะเรียง เจ้าหน้าที่ขนส่ง ได้ร่วมกันออก ตรวจรถรับ-ส่งนักเรียน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของรถ โดยในวันนี้ทำการสุ่มตรวจ 2 จุด คือ โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา และ โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร ซึ่งเป็นจุดที่มีรถรับส่งนักเรียน มารอรับมากที่สุดของ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนจากการตรวจรถรับส่งนักเรียนในวันนี้ เน้น รถรับ-ส่งนักเรียนทุกคันต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก เช่น รถทุกคันต้องมีอุปกรณ์ เช่น ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง ติดสัญญาณไฟและติดสติกเกอร์สะท้อนแสงข้อความว่า “รถรับ-ส่งนักเรียน” รวมทั้งต้องผ่านการตรวจสภาพรถทุก 6 เดือน พนักงานขับรถต้องได้รับการอบรมผ่านการรับรอง และรับใบอนุญาตจากสำนักงานขนส่งจังหวัดฯ อย่างถูกต้อง
ขณะนี้ 3 อำเภอที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาแม่สะเรียง ประกอบไปด้วย อ.แม่สะเรียง อ.แม่ลาน้อย อ.สบเมย มีรถที่ขึ้นทะเบียนรับ-ส่งนักเรียน ณ สำนักงานขนส่งฯ ประมาณ 100 คัน มีรถรับ-ส่งนักเรียน ทั้งรถตู้ รถกระบะสองแถว ผลการตรวจพบว่า รถรับส่งนักเรียนบางส่วนได้รับการตรวจสภาพและขออนุญาตถูกต้องตามหลักเกณฑ์ แต่ยังมีบางส่วนที่มีการดัดแปลงต่อเติม รวมทั้งที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสภาพรถ รวมถึงรถที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นรถรับส่งนักเรียนอย่างถูกต้องอีกจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เจ้าของรถไปดำเนินการให้ถูกต้องในวันพรุ่งนี้ หลังจากนี้ต่อไปหากทางเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะมีการเปรียบเทียบปรับดำเนินคดีตามกฎหมานายวัฒนา กล่าวว่า หลังจากที่มีการออกตรวจและแจ้งเตือนไปแล้ว หากทางผู้ตรวจการขนส่งได้ออกทำการตรวจ และพบว่ามีรถรับ – ส่งนักเรียนรายใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ กรมการขนส่งทางบก หรือฝ่าฝืน เปลี่ยนแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้ และไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง ก็จะถูกดำเนินการเอาผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
” อย่างไรก็ตาม ทางขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาแม่สะเรียง ยังได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกแห่งได้ช่วยตรวจ รถยนต์ที่ดัดแปลงสภาพ และไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องนำมาวิ่งรับ-ส่งนักเรียน หากพบให้ดำเนินการจับกุมและดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทันที ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียนที่ใช้บริการรถรับส่งนักเรียน” นายวัฒนา กล่าว.
ที่มา>>>Thairath