แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้องเช่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้องเช่า แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ช่วยระทึกสาวอุดรธานีสุดอัั้นปวดท้องบนรถกระบะขณะไปรพ. กู้ภัยทำคลอดปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งมีหญิงสาวคลอดลูกภายในรถกระบะ หน้าห้องเช่าภายใน ซ.ลุงโพธิ์ ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจิงประสานทีมแพทย์กู้ชีพ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบเข้าให้การช่วยเหลือชีวิต ไปถึงพบใน รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บต-632 มุกดาหาร บนเบาะข้างคนขับพบ น.ส.นาตยา โพธิ์ศิริ อายุ 30 ปี ชาวจ.อุดรธานี กำลังเบ่งคลอดบุตรทารก เพศชาย ออกมาอยู่ตรงหว่างขา มี นายไกรสร สุพรรณ อายุ 26 ปี สามี ยืนเฝ้าดูด้วยความห่วงใย ไม่นาน ทารกก็ออกมา และส่งเสียงร้อง สภาพร่างกาย สมบูรณ์แข็งแรง จึงเร่งนำตัวแม่และลูก ส่งยัง โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10
สอบถาม นายไกรสร เล่าว่า ภรรยาตนคลอดบุตรคนนี้เป็นท้องที่ 4 ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้ามีอาการเจ็บท้อง ตนจึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล แต่ขณะนำภรรยาขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ภรรยาตนก็อั้นไม่ไหว คลอดลูก ออกมาก่อนจะโทรเรียกเจ้าหน้าที่ มาให้การช่วยเหลือดังกล่าว
ที่มา:ข่าวสด
Wynnsoft Solution เราให้บริการด้านการออกแบบเว็บไซต์ , รับทำเว็บไซต์,ออกแบบกราฟฟิก,พัฒนาโปรแกรม, เว็บแอปพลิเคชั่น, SEO, โฆษณา Facebook และบริการต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงเว็บไซต์ และสามารถเพิ่มยอดขายให้สินค้าและบริการของท่าน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สุดวุ่น!! แม่สามีวางแผนจ้างลูกน้องลักพาตัวหลานจากสะใภ้ เหตุรักหลานมาก

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 พ พ.ย. ด.ต.นัฐพงษ์ ศรีไสว ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ บขส.อุดรธานี แห่งที่ 1 ถนนสายอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มี น.ส.รัตนาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปีและนายวงปิยะ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี 2 สามีภรรยา เข้ามาแจ้งว่า ลูกสาวอายุ 4 ขวบถูกลูกจ้างโรงเรียนแม่ผัวลักพาตัว เหตุเกิดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
น.ส.รัตนาวดี ให้การว่า ได้แต่งงานกับนายวงปิยะ จนมีลูกสาว 1 คน ชื่อน้องบี (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ซึ่งพวกตนมีกิจการรีสอร์ท 2 แห่งอยู่ห่างกัน 700 เมตร ที่บ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรฯ คือ บุษบารีสอร์ท 1 เป็นห้องเช่าแบบรายวัน และบุษบารีสอร์ท 2 เป็นห้องเช่าแบบรายเดือน ปกติแล้วตนจะดูแลกิจการรีสอร์ทกับลูกสาว ส่วนนายวงปิยะ สามีจะอยู่ อ.กระทุ่มแบน จะเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ล่าสุดสามีเดินทางมาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน
นางรัตนาวดี ให้การต่อไปว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาได้มี น.ส.นา ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อายุประมาณ 40 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผิวสีดำ รูปร่างท้วม สวมแว่นสายตา เป็นคนงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งของแม่สามี ได้นั่งรถทัวร์ตามมาบอกว่าจะเอาเสื้อผ้ามาให้ และตนให้พักอยู่ในบุษบารีสอร์ท 1 ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 11.00 น. เช้าวันนี้ น.ส.นา ได้ยืมรถ จยย.ของแม่ตน อ้างว่าจะขับขี่พาน้องบี ไปดูบุษบารีสอร์ท 2 จนเที่ยงวัน น.ส.นา ได้นำรถมาจอดหน้ารีสอร์ท แล้วก็หายไปพร้อมกับน้องบี ตนได้โทรศัพท์หา น.ส.นา ก็บอกว่าพาน้องบี มาหาพ่อที่ร้านสะดวกซื้อใกล้รีสอร์ท ตนนั่งรอ จนนายวงปิยะกลับมา ไม่เห็นน้องบี จึงโทรศัพท์หา น.ส.นา อีก กลับบอกว่ามาไกลแล้ว ไม่ต้องตาม ตนจึงรู้ว่า น.ส.นา ลักพาตัวน้องบี จึงออกตามหาที่ บขส.แห่งที่ 1 แต่ไม่พบ จึงแจ้งตำรวจให้ช่วยสกัดเส้นทางที่ น.ส.นา หลบหนี และมาแจ้ง พ.ต.ต.นันทพล เชื้อพรหมมา สว.สส.สภ.เมืองอุดรฯ เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.นา
พ.ต.ท.อาทิตย์ฯ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ และสอบปากคำ พบว่านายวงปิยะ มีพิรุธหลายอย่าง จึงได้นำตัวทั้งสองมาให้ชุดสืบสวนสอบปากคำหาสาเหตุ หลังสอบปากคำทราบว่า น.ส.รัตนาวดี และ นายวงปิยะ 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องบี แต่งงานจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มแรกทั้งสองอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่นายวงปิยะ จนกระทั่งมีลูกคือน้องบี ซึ่งปู่และย่ารักหลานมาก แต่ระยะหลังทั้งสองมักจะมีทะเลาะมีปากเสียงกัน พ่อแม่นายวงปิยะจะเข้าข้างลูก ทำให้ น.ส.รัตนาวดี อึดอัดและได้หอบลูกหนีกลับมาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ จ.อุดรธานี
พ.ต.ท.อาทิตย์ฯ กล่าวต่อไปว่า นายวงปิยะ ได้เดินทางมาง้อเมียและเยี่ยมลูกเป็นประจำ แต่มาครั้งนี้ ได้มี น.ส.นา ซึ่งเป็นคนงานในโรงเรียนของแม่นายวงปิยะ ตามมาในตอนหลังด้วย และได้ลักพาตัวน้องบีไป ซึ่งขณะสอบสวนปากคำแม่นายวงปิยะ โทรศัพท์มาหา จนในที่สุดได้สารภาพกับตำรวจว่า แม่ได้วางแผนให้ น.ส.นา ให้มาเอาน้องไบร์ทไปหาปู่และย่า จึงขอให้ทั้งสองกลับไปไกล่เกลี่ยพูดคุยกันที่บ้าน เพราะว่าทั้งสองครอบครัว ต่างรักน้องบี ทุกคน ส่วนการดำเนินคดีตำรวจยังไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.นา แต่ได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ ขอให้ตรวจสอบว่าน้องบี กลับถึงบ้านปู่ย่าหรือไม่ ถ้ายังไม่พบตัวน้องบี จะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

หนุ่มช็อก!! กลับห้องเจอแฟนสาวนศ.ปี1สถาบันดังเป็นศพ สลดข้อความสุดท้ายก่อนตาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว. (สอบสวน) สภ.ขุนทะเล รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า ซอยสายตรี หมู่ 9 ต.ขุนทะเล อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพิสูจน์หลักฐาน 8 และกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี 201609201710225-20050615140928-horzที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวแบ่งเช่า จำนวน 3 ห้อง เหตุเกิดห้องที่ 3 พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.วรรฑณ ศรีน้อย อายุ 19 ปี ชาว จ.นราธิวาส นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับเหล็กดัดหน้าต่าง โดยมีเลือดไหลหยดตรงบริเวณฝาผนัง
 จากการสอบถาม นายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 20 ปี เพื่อนชายผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนเจ้าของห้องดังกล่าว เดินทางออกจากห้องเช่าเพื่อไปเที่ยว อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยผู้ตายซึ่งเป็นแฟนสาว พักอยู่ที่ห้องตามลำพัง จากนั้นตนได้ติดต่อกลับมาหาผู้ตาย ในช่วงเย็นวันเดียวกัน แต่ไม่มีคนรับสาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดการทะเลาะผิดใจกันจากนั้นตนและเพื่อนเจ้าของห้อง ได้เดินทางกลับมา ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพผู้ตาย เมื่อเวลา 14.40 น. วันนี้ ทั้งนี้จากการสอบสวนเจ้าของห้องเช่าไม่ได้ยินเสียงใดๆ และภายในห้องไม่มีการรื้อค้นข้าวของใดๆอีกทั้งการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก นักศึกษาสาวผู้ตาย ได้เข้าไปอัพเดตประวัติของตัวเองเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตด้วยว่า “ถ้ากุเป็นคนอื่นก็คงจะดีไปหมด อะไรที่เป็นกุ ไม่ชอบสักอย่าง” แถมยังมีข้อความตัดพ้อถึงชีวิตครอบครัวที่มีปัญหา พูดกับใครไม่ได้อีกด้วย201609201710224-20050615140928%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อุกอาจ! หนุ่มบุกเดี่ยวใช้มีดจี้ร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งในภูเก็ต

หนุ่มวัย 26 ปี อุกอาจ บุกเดี่ยวใช้มีดจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งใน 3 พื้นที่ภูเก็ต สุดท้ายหนีไม่รอดถูกรวบคาห้องเช่า
เมื่อช่วงเย็น วันที่ 1 มิ.ย. ชุดสืบสวน สภ.ถลาง สนธิกำลังชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง และ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต ร่วมกันจับกุม นายวีระชัย สิงห์เหนียว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/90 ม.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลางเงินสด 3,560 บาท อาวุธมีดยาว 28 ซม. รถจยย.ฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียน ขคว 744 ภูเก็ต เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีชมพู ได้ที่ท๊อปอินท์ ม.8 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังก่อเหตุใช้มีดบุกเดี่ยวเข้าจี้ชิงเงินภายในร้านแฟมิลี่มาร์ท บ้านลิพอน หมู่ 5 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จากนั้นได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 มิ.ย. โดยพฤติกรรมดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุร้านสะดวกซื้อในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. และในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศาล จ.ภูเก็ต ได้อนุมัติออกหมายจับไว้แล้วจากนั้น ชุดสืบสวน สภ.ถลาง ได้ออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี พร้อมกับสอบปากคำพนักงานร้านสะดวกซื้อ จนกระทั่งทราบว่า คนร้ายสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีชมพู ใส่กางเกงสามส่วน สีดำ ขี่รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียนจำได้ 744 ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด หลังก่อเหตุได้ขี่รถหลบหนีไปตาม ถ.เทพกระษัตรี มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร อ.ถลาง แล้วเลี้ยวซ้ายไปในพื้นที่ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง และหายไป
เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายคือ นายวีระชัย สิงห์เหนียว และเป็นคนเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ และพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จึงได้ออกติดตาม และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามถนนใกล้เคียง จนกระทั่งพบว่าคนร้ายหรือนายวีระชัย อาจซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเช่าในพื้นที่หมู่ 8 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง และได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมตัวได้ในที่สุด จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ในข้อหาชิงทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรตามสมควรแก่พฤติการณ์ ต่อไป
ที่มา>>>Thairath

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ทั้งลากทั้งดัน! หมูบ้านยักษ์ หนักเกือบ 100 กก. ตกคลองขึ้นไม่ได้

จนท.เร่งช่วยหมูบ้านยักษ์เพศเมีย หนักประมาณ 100 กก. ตกคลองที่สมุทรสาคร แล้วหาทางขึ้นเองไม่ได้ เพราะตามองไม่ค่อยเห็น-ประกอบกับน้ำหนักมาก คาด ออกมาตามหาเจ้าของที่ออกไปทำธุระนอกบ้าน
เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งชาวบ้านขอความช่วยเหลือให้ช่วยลูกหมู ตกลงไปในคลอง ซอยหลังหมู่บ้านมาสุข ซอย 1 หมู่ที่ 7 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ท่าไม้ ให้เข้าช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้มีการจัดส่งกำลังประมาณ 5 นาย ไปที่เกิดเหตุพบเจ้า “งามแท้” หมูบ้านเพศเมีย สีดำ ขนาดใหญ่ น้ำหนักราวๆ 100 กิโลกรัม ลอยคออยู่ริมฝั่งคลองด้านหลังห้องเช่า ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเรียกให้ว่ายน้ำข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผลในที่สุดต้องมีการนำเรือมาพายไปหาเจ้างามแท้ แล้วให้เจ้าหน้าที่ผูกเชือกเข้ากับลำตัวของงามแท้เพื่อที่จะได้ดึงข้ามฝั่งมา แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี เนื่องจากเจ้างามแท้ไม่คุ้นกลิ่น จึงพยายามดิ้นหนีและเข้าไปติดกับซอกไม้
ต่อมา ลุงแหยม เจ้าของที่เลี้ยงเจ้างามแท้ไว้ได้รีบมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับตะโกนเรียกเจ้างามแท้ ซึ่งเจ้าหมูบ้าน(ยักษ์)ตัวนี้ ก็พยายามที่หันมาตามเสียงที่เรียก แต่เนื่องจากลำตัวเข้าไปติดกับซอกไม้จึงหันมาไม่ได้ สุดท้าย ลุงแหยม ก็ต้องลุยน้ำไปผูกเชือกที่ตัวของงามแท้ด้วยตัวเอง ซึ่งเจ้างามแท้ก็อยู่นิ่งให้ผูกแต่โดยดี เพราะคุ้นกับกลิ่นของลุงแหยม เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ อปพร.ท่าไม้ ก็ช่วยกันลากเจ้างามแท้ข้ามฝั่งมาได้เป็นผลสำเร็จ แต่กว่าจะขึ้นฝั่งได้ก็ต้องทั้งลากทั้งดันกันอย่างเต็มกำลัง เพราะเจ้างามแท้ ไม่ใช่หมูธรรมดาเลย แต่มันเป็นหมูยักษ์ที่ตัวใหญ่มากลุงแหยม บอกว่า เจ้างามแท้ตัวนี้ลุงกับลูกสาวได้ซื้อมาเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนกลับไปเยี่ยมบ้านที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เพราะกำลังจะถูกนำไปฆ่า จึงขอซื้อมาในราคาตัวละ 2,000 บาท ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่ลูกหมู ตัวไม่ใหญ่มากนัก แต่เมื่อนำมาเลี้ยงที่บ้านที่กระทุ่มแบน เจ้างามแท้ กลายเป็นหมูที่กินเก่งมาก จนตัวโตใหญ่ผิดปกติหมูทั่วไป เวลาเดินท้องห้อยแทบจะติดดิน ตาก็มองไม่ค่อยเห็นเพราะกินมากจนตัวอ้วนหน้าใหญ่ แก้มห้อย เปลือกตาลงมาปิดดวงตาแทบจะมิดเลย โดยปกติทุกวันลุงแหยม จะอยู่กับบ้านจึงทำให้เจ้างามแท้ไม่ออกไปไหนจะเดินอยู่แต่ในบริเวณบ้านเท่านั้น แต่วันนี้ลุงแหยมออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งเชื่อว่า เจ้างามแท้ น่าจะเดินตามกลิ่นของลุงแหยมออกมานอกบ้านจึงตกลงคลองก็เป็นไปได้ เพราะตอนเล็กๆ เจ้างามแท้ ก็เคยตกคลองมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากเดินตามลุงแหยมที่ออกไปทำธุระนอกบ้านแบบนี้ แต่คราวนี้ตกลงคลองแล้วหาทางขึ้นมาเองไม่ได้ ก็น่าจะเป็นเพราะตาที่มองไม่ค่อยเห็น และตัวที่อ้วนใหญ่มากนั่นเอง
ที่มา>>>Thairath