แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฟซบุ๊ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฟซบุ๊ก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565

เตือน! “เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ” ป้องกันโควิด-19 ไม่ได้

 อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เตือนผู้บริโภคในเฟซบุ๊กว่า อย่าหลงเชื่อผู้ผลิต “เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ” เพราะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564

สวม “หน้ากากอนามัย” แบบ “ไขว้สาย” เพิ่มป้องกันโควิด-19 ได้เกือบ 2 เท่า

 เฟซบุ๊กเพจ หมอเวร ระบุว่า ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) เปิดเผยผลการทดสอบค่า FFE (ค่าประสิทธิภาพการกรองอากาศและเชื้อโรค) ของหน้ากากอนามัย โดยทดลองจากวิธีการรัดหลายแบบด้วยกัน 

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

"หน้ากากคลุมหน้า" (face shield) ป้องกัน "โควิด-19" ได้หรือไม่?

เทรนด์ในช่วงนี้นอกจากหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าสารพัดลายแล้ว หลายคนอาจจะเริ่มเห็นหน้ากากคลุมหน้า หรือ face shield ที่เป็นพลาสติกสวมศีรษะแล้วให้ส่วนของพลาสติกใสคลุมปิดใบหน้าเหมือนปึกหมวกใหญ่ๆ การใช้หน้ากากคลุมหน้าลักษณะนี้ช่วยป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ได้มากน้อยแค่ไหน?

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

‘กระแต’ถึงกุมขมับ โดนคนไม่หวังดีแฮ็กไลน์ ตัดพ้อทำไมต้องแกล้งคนทำงานสุจริต

โดนเข้าจนได้สำหรับลูกทุ่งสาว ‘กระแต อาร์สยาม’ เมื่อโดนคนไม่หวังดีแฮ็กไลน์ โดยลูกทุ่งสาวโพสต์เฟซบุ๊กว่า “ช่วยด้วยค่ะ #ฝากทุกคนแชร์ให้หน่อยนะคะ แต และทีมงาน เข้าไปไลน์ @ka_te_amrez ของบริษัทหลักไม่ได้นะคะ เหมือนโดนแฮ็กไป”
“ทำไมเมิงต้องมาแกล้งคนทำงานสุจริตด้วย กว่าจะได้ลูกค้า เกือบหมื่นคน เหนื่อยใจจะขาด นอนก็ไม่ได้นอน ตอนนี้ข้อมูลหายหมด ??? เหนื่อยไม่ว่าเริ่มใหม่ได้เว้ย แต่เมิงหน้าด้านมาก?? แฮ็กเอาลูกค้าเราไปเฉย #เสียใจมากกกกก มีพี่ๆคนไหนรึมีใครพอจะรู้จัก คนที่จะกู้คืนได้ไหมคะ”
โดยล่าสุดนักน้องสาวส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว พร้อมโพสต์ว่า ตอนนี้ไลน์แอด @ka_te_amrez เพิ่งโดนแฮ็คไปนะครับ กำลังดำเนินคดีกันอยู่”

ที่มา:ข่าวสด
เราเล็งเห็นความสำเร็จของลูกค้าก็เปรียบเสมือนเป็นความสำเร็จของเราด้วย และเป็นที่มาของคำว่า ‘ทุกสิ่งเป็นไปได้’ ที่องค์กรของเรายึดถือนั้น จะทำให้คุณดำเนินธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO

วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

แห่โพสต์อาลัย! พยาบาลสาวขับเก๋งฝ่าน้ำท่วมไปเข้าเวร ตกคลองจมดับ เผย”เป็นคนขยัน-สู้งาน”

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. จากกรณีเกิดเหตุนางสุมาลี แคนยุกต์ อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลรัษฎา จ.ตรัง เสียชีวิตขณะขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ทะเบียน กง9035 ตรัง เพื่อเดินทางไปทำงานยังโรงพยาบาล แต่ปรากฎว่าเส้นทางที่ผ่านระหว่างบ้านพักกับโรงพยาบาลรัษฎานั้น ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร มีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจุด และสภาพถนนที่อาจชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ และจุดเกิดเหตุมืดไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างบนถนน ทำให้รถเกิดเสียหลักชนกับราวสะพาน และพลัดตกลงไปในคลองข้างทางจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว
ล่าสุดน้องสาวผู้ร่วมงานของผู้เสียชีวิตได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Tassaya Kanyook เพื่อแสดงความอาลัย โดยบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อนางสุมาลี ซึ่งเป็นคนขยัน สู้งาน และไม่เคยว่าร้ายใคร นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนผู้ร่วมงานก็ยังร่วมโพสต์แสดงความอาลัยถึงนางสุมาลีกันเป็นเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Tassaya Kanyook, แค่ไม่ทุกข์ ก็สุขแล้ว, ฤดีวรรณ เพชรสงค์, อรลี่ ไปใหนต้องขี้ ถ้าไม่ขี้แสดงว่าไปไม่ถึง
เราเล็งเห็นความสำเร็จของลูกค้าก็เปรียบเสมือนเป็นความสำเร็จของเราด้วย และเป็นที่มาของคำว่า ‘ทุกสิ่งเป็นไปได้’ ที่องค์กรของเรายึดถือนั้น จะทำให้คุณดำเนินธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO

ซื้อยกชุดแบ่งกัน!! ถูกหวย 30 ล้าน 4 สาวเพื่อนซี้รวยยกแก๊ง เฮลั่นสนง.เทศบาล

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. หลังจากเพจเฟซบุ๊ก มหัศจรรย์สกลนคร โพสต์ภาพผู้หญิง 4 คนยืนถือสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมข้อความ “รางวัลที่ 1 30 ล้าน ตกเป็นของคนสกลนคร อีกแล้วครับ คนสกลนคร ถูกรางวัลที่ 1 บ่อยมาก พนักงานเทศบาลตำบลเชียงเครือ ดีใจกับทุกคนด้วยนะครับ สะออนพวกเจ่าเด้” ภาพของ ด๊อบบี้ ผีประจำบ้าน
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบเรื่องราว พบว่าผู้ที่โชคดีถูกรางวัลที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่และพนักงานเทศบาลตำบลเชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร 4 คน โดยทั้ง 4 คนรู้จักกันในนามแก๊งนางฟ้า ประกอบไปด้วย น.ส.ดิน น.ส.แอ็บ น.ส.ปุ๋ย และน.ส.สัน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน
ส่วนการถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัลถึง 30 ล้านนั้น จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเชียงเครือ ทราบว่า เกิดขึ้นเมื่อทั้ง 4 คนออกไปรับประทานอาหารช่วงพักกลางวัน แล้วซื้อลอตเตอรี่จากแผงของพ่อค้าที่ตั้งพงขายอยู่ในปั้มน้ำมัน โดยตกลงกันว่าจะซื้อเลขมงคล 05 ก่อนจะซื้อมา 1 ชุดรวม 5 ใบ ซึ่งแบ่งกันคนละใบ ส่วนอีกคนเก็บไว้ 2 ใบ โดยหลังถูกรางวัลที่ 1 ทั้ง 4 คน คิดว่าที่ทุกคนถูกมีดวงร่วมกัน ส่วนเงินที่ได้ก็จะนำไปทำบุญและเก็บไว้ใช้ในชีวิต บางส่วนอาจนำไปลงทุนทำอะไรซักอย่าง
ที่มา:ข่าวสด
เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเห็นผลอย่างรวดเร็ว ทำให้ท่านได้เติบโตและก้าวหน้าพัฒนาได้อย่างมั่นคง เป็นเหตุผลจากการที่บริษัทของเรานั้นมีบุคลากรที่มีประสบการณ์มานาน รวมไปถึงไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ที่พร้อมจะให้บริการและผลักดันผลงานของท่านให้มีประสิทธิภาพ Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO

ตั้ง‘พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์’ เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จัดพิธีใหญ่ช่วงสิ้นปีนี้

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่เฟซบุ๊กของพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เช่น สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย, ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก กลุ่มไลน์ กองการคณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย มีการเผยแพร่ข้อความพร้อมรูปภาพระบุว่า วันที่ 29 พ.ย.2560 พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทธิจินตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และผอ.กองงานวัดพระธรรมกาย เข้ากราบพระธรรมรัตนดิลก เจ้าคณะภาค 4 รองเเม่กองธรรมสนามหลวง เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม และพระเถระคณะทำงานกรรมการตรวจข้อสอบกองตรวจธรรมชั้นโท ส่วนภูมิภาค ที่พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวรารามฯ
ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยังวัดพระธรรมกาย เพื่อสอบถามไปยังวัดพระธรรมกายถึงการแต่งตั้งเจ้าอาวาส ได้รับการยืนยันว่า พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งพระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทธิจินตโก เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอย่างเป็นทางการแล้ว และจะมีพิธีมอบตราตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่พระอุโบสถวัดพระธรรมกาย ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้

ด้านนายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รักษาการ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ได้รับรายงานมาว่า เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้ลงนามแต่งตั้งพระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทธิจินตโก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแล้ว โดยทราบว่า มีการแต่งตั้งช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย ยังอยู่ในการควบคุมดูแลของคณะกรรมการที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ตั้งขึ้น 2 ชุด คือ กรรมการที่ปรึกษามีพระเทพสุธีเจ้าคณะภาค 1 เป็นประธาน และคณะกรรมการกำกับดูแล มีพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานซึ่งมีการลงพื้นที่ตรวจภายในวัดพระธรรมกายเป็นประจำทุกวัน
ที่มา:ข่าวสด
สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

หนุ่มขนหัวลุก-แฟนสาวฆ่าตัวสุดหลอน เขียนสั่ง หลายข้อ ไปพิธีศพ นอนค้าง ถ้าไม่ทำ มาหลอก

ไม่มางาน ศพจะตามไปหลอกหลอนน.ศ.สาวเมืองคอน ทิ้งจดหมายสั่งลา แล้วผูกคอตายคาบ้านเช่า หลังเครียด ปมปัญหาเรื่องความรัก น้อยใจแฟนหนุ่ม ระบุให้สวดศพ 9 วัน และให้แฟนหนุ่มใส่เสื้อรูปคู่ที่เคยทำให้ แล้วโพสต์วิดีโอลงเฟซบุ๊ก แถมต้องนอนค้างที่บ้านด้วย ถ้าไม่ทำจะตามไปหลอกทุกคืน ด้านแฟนหนุ่มเผย พร้อมทำตามคำขอทุกอย่าง ย้ำเคยทะเลาะกันบ้าง แต่ก็คืนดีกันแล้ว ระบุนิสัยแฟนสาวขี้น้อยใจ และชอบเก็บปัญหาไว้ คนเดียว
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 ม.ค. พ.ต.ต.สุริยน แกมทอง สว.สอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ม.1 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ
ที่เกิดเหตุภายในห้องนอนบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบศพน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ใช้ผ้าขนหนูผูกคอกับมือจับหน้าต่างห้อง สภาพศพอยู่ในท่าคุกเข่า จนทำให้กระดูกต้นคอหลุด ผู้ตายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีฟ้า เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ส่วนบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินใดๆ
ที่ฝาผนังห้อง เจ้าหน้าที่พบจดหมายที่น.ส.บี เขียนสั่งลาไว้ก่อนตาย จำนวน 3 ฉบับ ฉบับแรกได้เขียนขอโทษเจ้าของบ้านเช่า อีกฉบับเขียนถึงแฟนหนุ่มชื่อว่า “มายด์” ข้อความว่า “รักมากจนกว่าจะหาใครมาแทนได้” และสั่งให้ทำตามที่บอกด้วย ไม่เช่นนั้นจะตามหลอกหลอนทุกคืน คือต้องใส่เสื้อที่สกรีนให้ไปร่วมงานศพคืนแรกและคืนสุดท้าย พร้อมบอกทางไปงานศพ ลงท้ายว่า “ขอบคุณที่ทำให้รักมากขนาดนี้ ตลอดมามีความสุขมาก” พร้อมกันยังสั่งให้ทำวิดีโอโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พร้อมย้ำว่าต้องทำโดยให้ใส่เพลง “สิ่งสุดท้ายที่เกี่ยวกับเธอ” มาด้วย หากไม่ทำตามจะตามมาหลอกหลอน และเอาไปอยู่ด้วย
ส่วนจดหมายฉบับสุดท้าย ผู้ตายเขียนถึงย่า ใจความว่า “ย่า หนูขอโทษที่ทำแบบนี้ ไม่มีเค้านุ้ยอยู่ไม่ได้จริงๆ ย่าให้เค้ามางานศพหนูด้วยนะ เค้าจะเรียกหนูว่าบี เค้าชื่อมายด์ ย่าไม่ต้องเปลี่ยนผ้าให้หนูนะ ให้ใส่ชุดในวันตายจนเผา ส่วนงานศพ ย่าสวดให้หนู 9 วัน 9 คืน ฝากขอโทษทุกคนนะย่า รักย่า รักโป รักพ่อ รักแม่.. รักทุกคนนะ นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทุกคนจะมาเดือดร้อนเพราะหนู รักทุกคนนะ”
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นนักศึกษาอยู่ที่สถานศึกษาแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เพิ่งทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่ชื่อว่า “มายด์” ทำให้ผู้ตายเสียใจอย่างมาก ขณะที่อยู่ห้องพักตามลำพังได้เขียนจดหมายระบายความคับข้องใจ ก่อนจะลงมือใช้ผ้าขนหนูผูกคอตายในเวลาต่อมา เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องความรัก จนทำให้เกิดความ เครียดและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ภายหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว ได้มอบศพให้กับญาตินำกลับไปจัดการตามประเพณีต่อไป
บ่ายวันเดียวกัน “มายด์” ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของผู้ตาย ได้โพสต์วิดีโอและข้อความใน เฟซบุ๊กว่า “บีครับ ไหนสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันไง แล้วทำไมทำแบบนี้ มีอะไรไม่เคยบอก ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมีวันนี้ เคยทะเลาะกัน ไม่ว่าเค้าถูกหรือผิด เค้าง้อตลอด จะไปไหว้ศพก็ไม่กล้าไป กลัวไปหมด?รักบีมากนะ?บีจะอยู่ในใจเค้าตลอดไป”
พร้อมกันนี้ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นภาพเมื่อครั้งสมัยที่ยังรักกันหวานชื่น แล้วแคปชั่นอีกว่า “ขอโทษทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เสียใจ เค้าไม่คิดว่าจะมีวันนี้ รักบีนะ..เค้าทำให้แล้วนะ”
มายด์ระบุด้วยว่า “นี่ผมผิดหรอ ผมก้อคุยกะเค้าแล้วเข้าใจกันแล้ว ดีกันแล้ว ผมก้อไม่คิดเหมือนกันว่าเค้าจะทำแบบนี้ แล้วสาเหตุมันก้อมีหลายเรื่องที่เค้าเก็บไว้คนเดียว..ช่วยบอกหน่อยครับ ผมผิดใช่มั้ย ????”
ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายมายด์ แฟนหนุ่มของผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้แฟนสาวมาพักอยู่กับตนที่ จ.ปทุมธานี พ่อของตนมีอาชีพรับเหมาติดตั้งฝ้าเพดาน ตนต้องไปช่วยพ่อทำงานด้วย ระหว่างที่อยู่ด้วยกันก็จะพาแฟนสาวไปทำงานด้วยเสมอ ก่อนหน้านี้ทราบว่าแฟนสาวกำลังมีปัญหากับคนในครอบครัว แต่เป็นเรื่องอะไรนั้นแฟนสาวไม่ยอมบอก ระหว่างที่อยู่ด้วยกันก็ปกติดี ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกัน แต่แฟนสาวเป็นคนขี้น้อยใจ มีปัญหาอะไรจะไม่ค่อยพูด ชอบเก็บไว้คนเดียว
นายมายด์กล่าวต่ออีกว่า ก่อนหน้านั้นอยู่ดีๆ แฟนสาวก็บอกตนว่า ถ้าเกิดวันนึงบีตายไป ตนจะทำยังไง ซึ่งตนก็บอกไปว่าจะพูดทำไมมันเป็นลางไม่ดี ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร กระทั่งตนเกิดทะเลาะกับแฟนสาว ด้วยเรื่องเล็กน้อย เขาจึงกลับไปบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตลอดเวลาก็โทร.คุยกันทุกวัน ตามง้ออยู่ตลอดเวลา กระทั่งเขาหายโกรธ และเพิ่งกลับมาคืนดีกันได้เพียงแค่ 1-2 วันที่ผ่านมา จนมารู้ว่าผูกคอตายไปในที่สุด
นายมายด์กล่าวด้วยว่า สำหรับจดหมายที่แฟนสาวเขียนสั่งให้ทำนั้น ก็ยินดีจะทำ เพราะรักแฟนสาวมาก ส่วนเสื้อที่แฟนสาวให้ใส่นั้นเป็นเสื้อยืดสีดำ มีสกรีนรูปคู่ตนกับแฟนสาว หลังทราบข่าวว่าเขาผูกคอตาย ก็รีบโทรศัพท์ไปที่บ้านของแฟนสาว ทางบ้านแฟนก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร ให้ไปร่วมงานศพได้ ตนก็กำลังเตรียมตัวเดินทางลงไป และจะนอนค้างที่บ้านตามคำสั่งด้วย แต่จะอยู่ได้กี่วันนั้นต้องขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะตอนนี้เงินก็ไม่ค่อยมี
ด้านย่าของน.ส.บี เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องของหลานสาวก็แทบใจจะขาด ไม่คิดว่าจะคิดสั้นอย่างนี้ ส่วนจดหมายที่เขียนสั่งเสียว่า ขอให้บำเพ็ญกุศลศพ 9 วัน 9 คืนนั้น ตนขอขมาศพไปแล้วว่าขอทำแค่ 5 วัน เพราะตนไม่สบาย ไว้นานกว่านี้ไม่ได้ ขณะนี้ศพตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่บ้านใน จ.นครศรีธรรมราช ส่วนเรื่องที่หลานขอให้แฟนหนุ่มชื่อ “มายด์” มาร่วมงานศพวันแรกและวันสุดท้ายนั้น ตนยินดีให้มาร่วมงาน เพราะสิ่งที่หลานสาวทำลงไปอาจจะไม่เกี่ยวกับนายมายด์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นติดต่อมา
“มาเถอะ ยังไงก็ให้มาขอขมาศพหลานสาวของย่าด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นทางญาติพี่น้องก็ไม่มีปัญหาอะไร” ย่าของผู้ตายกล่าวด้วยความเสียใจ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

หมดอนาคต!รองปลัดยธ.ชี้เยาวชนรับจ้างเฉลยข้อสอบนายสิบตร.ต้องมีประวัติอาชญากรติดตัว

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า กรณีรับจ้างเข้าไปเฉลยข้อสอบการสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจ ตามกระแสข่าวดูเหมือนจะมีเยาวชนที่เป็นนักศึกษาแพทย์ วิศวกรรม และอื่นๆ ร่วมอยู่ในกระบวนการด้วย และพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาฐานแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าหน้าที่ตามมาตรา 137 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานอั้งยี่มาตรา 209 จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นสี่พันบาท และฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์มาตรา 14 (1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อพิจารณาเบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด “กรรมเดียว” แต่เป็นความผิดต่อกฎหมาย “หลายบท” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ใช้ “บทที่มีโทษหนักที่สุด” ลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายอาญา
ดังนั้น ในกรณีนี้ อัตราโทษบทที่มีโทษหนักสุด คือฐานความผิดอั้งยี่มาตรา 209 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นสี่พันบาท หากผู้ต้องหาหรือจำเลยกรณีที่ศาลประทับรับฟ้องแล้วปฏิเสธ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกระบวนการต่อไป
แต่หากจำเลยกระทำความผิดจริงและให้การรับสารภาพ อัตราโทษก็จะลดลงมากึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน ก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถขอเหตุอันควรแก่การปรานีต่อศาล ด้วยการร้องขอต่อให้ศาลมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติทำการสืบเสาะและพินิจ อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม ด้วยว่าตนเองไม่ปรากฏว่ากระทำความผิดอื่นใด หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน
ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะให้โอกาสรอการกำหนดโทษ หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้แล้วปล่อยตัวไป เพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เยาวชนเหล่านี้ จะต้องมีประวัติอาชญากรติดตัวไปชั่วชีวิต ไม่สามารถเข้ารับราชการ หรืองานอื่นใดที่หน่วยงานเหล่านั้นได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนที่จะเข้าทำงานได้ว่า “ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยต้องโทษจำคุกหรือต้องคำพิพากษามาก่อน”
อนึ่ง อย่างไรสถานศึกษาก็ไม่ควรไปตัดสิทธิการให้ศึกษาต่อของเยาวชนเหล่านี้ มิเช่นนั้นจะเป็นการสร้างภาระให้กับสังคมและประเทศชาติ ไม่ใช่เป็นการสร้างพลัง ส่วนเขาเหล่านั้นเมื่อจบการศึกษาไปแล้วจะไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือไปเจอหน่วยงานใจดีรับให้เข้าไปทำงานก็ได้ และที่สำคัญก็จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ประเทศไทยควรเป็นประเทศที่มุ่งลงโทษเพื่อการบำบัด แก้ไขฟื้นฟู มากกว่า เพื่อเป็นการแก้แค้นทดแทนครับ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

สาวโพสต์เตือนภัย ถูกแอบส่องในห้องน้ำปั๊ม ร้องลั่นให้คนช่วย แต่กลับไม่มีใครสนใจ

สมาชิกเฟซบุ๊กหญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์เตือนภัยหลังถูกหนุ่มโรคจิตแอบดูในห้องน้ำ ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยระบุข้อความว่า “มีเรื่องเตือนภัย “คุณผู้หญิง” ให้ระวังเวลาเข้าห้องน้ำตามปั๊มพยายามอย่าเข้าห้องน้ำคนเดียว และอยากฝากบอกถึงคุณผู้ชายทั้งหลาย ที่มี แฟน พี่ น้อง เป็นผู้หญิง เวลาเข้า ห้องน้ำปั๊ม อย่านั่งอยู่ในรถ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เวลาเกิดเหตุร้ายตะโกนเรียกจะไม่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ ควรยืนรอหน้าห้องน้ำจะดีที่สุด มีอะไรจะได้ช่วยทัน แค่ไม่กี่นาทีมันอาจเกิดเรื่องแย่ๆก็เป็นได้ เพราะโครงสร้างห้องน้ำปั๊มส่วนใหญ่มันเดินวนถึงกันได้
#โชคดีที่ยังไม่เกิดอะไรร้ายแรงมาก#จับตัวได้ทัน #อย่าคิดว่าผู้หญิงเข้าห้องน้ำแค่แป๊บเดียว อย่าคิดว่ายืนนอกรถเมื่อย ร้อน#ตกใจช่องใต้ล่างระหว่างห้องน้ำหญิงมีหัวผู้ชายโผล่มาตอนปัสสาวะ#ตอนรอเจ้าหน้าที่ค้นตัว ไม่พบบัตร ปชป.ไม่พบโทรศัพท์ รวมถึงไม่ใส่กางเกงใน#มีความโรคจิต#ประวัติเคยมีคดีแอบดูมาแล้วอยู่ในช่วงคุมความประพฤติ#โชคดีไม่โดนถ่าย#เข้าใจความรู้สึกเลย ตอนตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือดังลั่นแล้วมีคนได้ยินแต่ไม่มีใครสนใจจะช่วย#ต้องวิ่งออกมาเรียกเพื่อนช่วย#ตีหน้าเศร้ายกมือไหว้ขอโอกาสก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น#ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่จัดการ#เห็นข่าวไม่คิดจะโดนกับตัว#ขวัญเอ๋ยขวัญมา!!!
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

นักอนุรักษ์ ต้านเมนูร้านสุกี้ดังเสริฟ “ลูกชิ้นหูฉลาม” จี้ทบทวนก่อนโดนบอยคอต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก ได้ออกมารณรงค์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อต่อต้านเมนูที่ทำจากหูฉลามของร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ โดยระบุว่า “เลิกได้ไหม ลูกชิ้นหูฉลามที่สุกี้ XXXX ในขณะที่ร้านอาหารทั่วโลกต่างตื่นตัวกันเรื่องอาหารทะเลยั่งยืน และพากันปรับเปลี่ยนการจัดซื้อหาอาหารทะเลที่ได้มาจากการประมงที่ไม่ทำลายล้าง ร้านอาหารชื่อดัง XXXX กลับเพิ่มเมนูลูกชิ้นกุ้งหูฉลาม เมนูใหม่ที่หวังเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ผู้ล่าใต้ทะเลที่นับวันหายากขึ้นทุกที
การสนับสนุนอาหารทะเลยั่งยืนทำได้ง่ายๆ ด้วยการไม่ส่งเสริมและสนับสนุนการบริโภคปลาหายากหรือสัตว์ทะเลที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ การยกเลิกเมนูหูฉลาม ปลาฉลาม ปลานกแก้ว จึงเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายที่สุด ในทางตรงข้าม หากร้านอาหารขนาดใหญ่นำเอาหูฉลามมาเป็นส่วนประกอบย่อมเป็นการเพิ่มความต้องการให้ตลาดอีกมาก เพราะ XXXX มีสาขากว่า 428 แห่งทั่วประเทศ ถ้ามีการเสิร์ฟเมนูนี้ทุกวันทุกสาขา จะต้องใช้ฉลามกี่ตัวต่อวัน กี่ตัวต่อปี จับมาจากที่ไหน จับมาจากในเขตอนุรักษ์หรือไม่
การนำหูฉลามมาเป็นส่วนประกอบของลูกชิ้นจึงเป็นการทำลายชื่อเสียงร้านอาหาร XXXX แบบไม่แคร์กระแสโลกตอนนี้กลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ เช่น Shark Guardians ได้ทำการรณรงค์ให้คนบอยคอตต์ไม่สนับสนุนร้าน XXXX อีกต่อไป และกำลังเป็นที่กล่าวขวัญว่า คิดได้อย่างไรในการนำเสนอเมนูเช่นนี้ ทั้งๆที่มีการรณรงค์เรื่องหูฉลามทั่วโลกกันมาเป็นเวลานาน หวังว่าทางผู้บริหาร XXXX จะทบทวนและรีบแก้ไขโดยด่วน ถ้าให้ดีควรตั้งเป้าสนับสนุนอาหารทะเลยั่งยืนเป็นตัวอย่างให้กับร้านอาหารอื่นๆ ให้สมกับที่เป็นร้านอาหารชั้นนำแบรนด์ไทยแลนด์แต่ถ้ายังดื้อดึงเห็นดีเห็นงามกับเมนูลูกชิ้นหูฉลาม เราอาจจะได้เห็นคนจำนวนมากเลิกกินสุกี้ XXXX กันก็คราวนี้”
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ท้องเสียอย่าชะล่าใจ! หนูน้อยท้องเสียหนัก พ่อ-แม่พาส่งโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือแต่เกิดช็อกดับ

สมาชิกเฟซบุ๊ก “สุธาทิย์ หามูลใต้” โพสต์เฟซบุ๊ก เหตุการณ์หลังเกิดเหตุหลานชายป่วย ท้องเสียอย่างหนักและเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยแพทย์ให้น้ำเกลือ แต่ปรากฎว่าหลานชายเกิดช็อก ทางทีมแพทย์ได้ปั๊มหัวใจถึง 2 รอบ แต่ไม่เป็นผล หลานชายเสียชีวิตลงในที่สุด ซึ่งตัวเธอบอกต่อว่า ทางแพทย์ระบุว่าน้ำเกลือแร่ขึ้นสมอง ไตวาย ไตทำงานหนัก จึงเสียชีวิต ซึ่งตัวเธอและญาติต่างสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แค่ท้องเสียทำไมถึงกับต้องเสียชีวิต
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แค่ได้ฟังน้ำตาก็ไหล “ในหลวง” ปฏิเสธรักษาพระทนต์ ขอไปช่วยแก้น้ำท่วมให้ประชาชนก่อน

สมาชิกเฟซบุ๊ก “‎Khun Tik” ได้เขียนเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมตอนหนึ่งว่า “ในเดือนหนึ่งของปี 2528 พระทนต์องค์หนึ่ง (ฟันซี่หนึ่ง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หักเฉียดโพรงประสาทฟัน พระทนต์องค์นั้นต้องการการถวายการรักษาเร่งด่วน
แต่ขณะนั้นกรุงเทพฯ ก็กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ต้องการการบรรเทาทุกข์เร่งด่วนเช่นกัน เมื่อทันตแพทย์เข้ามาถวายการรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า “จะใช้เวลานานเท่าใด” ทันตแพทย์กราบบังคมทูลว่า อาจต้องใช้เวลา 1-2 ชม. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า “ขอรอไว้ก่อนนะ ฉันทนได้ วันนี้ขอไปดูราษฏรและช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมก่อน”
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ซึ้งใจ!! ตำรวจอวกาศเกียบัน โพสต์แสดงความอาลัย “ในหลวง” เป็นภาษาไทย

เคนจิ โอบะ หรือชื่อจริงว่า เคนจิ ทากาฮาชิ นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่นวัย 61 ปี เจ้าของบทบาทตำรวจอวกาศเกียบันในซีรีส์เรื่องเมทัลฮีโร่ (Space Sheriff Gavan) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “大葉健二” ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นข้อความภาษาไทยว่า
“ผม เคนจิ โอบะ นักแสดงจากญี่ปุ่น ผมเคยไปเที่ยวและทำงานที่เมืองไทยครับ ผมรักเมืองไทย ผมได้ข่าวพระเจ้าอยู่หัวของไทยเสด็จสวรรคต ผมรู้สึกเสียใจครับ ผมพูดได้เพียงเสียใจครับ เสด็จสู่สวรรคาลัย”
777
ซึ่งก็มีแฟนๆ ชาวไทยได้ไปคอมเม้นท์แสดงความขอบคุณกันอย่างมากมาย ที่ เคนจิ โอบะ ยังรู้เสียใจกับการสวรรคตของ “ในหลวง” ในครั้งนี้
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แชร์ว่อน นักร้องสาวโดนผญบ.หญิงใช้ปืนตีหัวเลือดอาบ เข้าใจผิดว่าเป็นกิ๊กผัว”ขรก.”

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V5. ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งมีเลือดเต็มตัว และมีบาดแผลที่ศีรษะ โดยระบุข้อความว่า เป็นสาวนั่งดริ๊ง แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านสาวใหญ่ ภรรยาของชายข้าราชการที่อยู่ด้วย เข้าใจผิดคิดว่าเป็นชู้ ใช้ปืนตีหัวจนเลือดอาบ อีกทั้งยังดูถูกอาชีพผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนอีกด้วย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโลกออนไลน์%e0%b8%ab%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab
โดยล่าสุด “น้องฟ้า” (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บในภาพ ได้โพสต์ชี้แจงว่า ก่อนอื่นก้อต้องฝากบอกคนที่มาเม้นที่ว่าฉันก้อรู้จะจักเมียเขาดี หาว่าดิฉันวนเวียนไม่จบไม่สิ้น หาว่าดิฉันนัดเจอกันนอกสถานที่บ้าง ถึงดิฉันทำงานเป็นนักร้องกลางคืน แต่ดิฉันก็มีสมอง ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเม้นว่า ก้อเอาความจิงมาพูดิ
หนูก้อจะบอกเลยว่าคนที่โทรไปทำให้เขาทะเลาะกันคงไม่ใช่หนู แล้วเรา..คุณนักสืบเพราะดิฉันไม่ได้คิดต่อใครๆๆ มาเป็นสองเดือนสามเดือนแล้ว อีกอย่างดิฉันก้อเพิ่งมานครยากเมื่อวานแล้วโทรศัพท์ก้อเพิ่งซื้อ แล้วดิฉันจะมีเบอร์ใครได้ไง เพียงแต่เห็นมีเบอร์แปลกโทรมา เราก้อแค่เดินไปรับโทรศัพท์..เราทำงานเราก้อเดินมารับแขก ก้อขึ้นมานั่งคุยบนรถ..แล้วก้อไม่ได้ทำอะไรกัน..แล้วคุณก้อมาทำร้ายร่างกายทั้งๆๆที่คนที่โทรหาสามีคุณนะไม่ใช่ฉัน..แล้วอีกอย่างอย่างอาชีพไหนก้อคนเหมือนกัน..อย่ามาดูถูกคนกลางคืน….
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โรงแรมอิสติน ตัน ยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสั่งปิด พบยังมีนักท่องเที่ยวเข้าพักปกติระหว่างร้องเรียน

จากกรณีเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล จ.เชียงใหม่ ของ ตัน ภาสกรนทีนักธุรกิจชื่อดัง โดยยืนยันว่าผิดกฎหมายผังเมือง และ กฎหมายควบคุมอาคาร โดยนายศรัญญู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7ต.ค.) พบว่า เปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร
นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกรณีทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้าทำการตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดที่พักอาศัย หรือ คอนโดมิเนียม แต่ทางผู้ประกอบการได้นำอาคารดังกล่าวมาเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ.ผังเมือง ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินกิจการประเภทโรงแรมได้
ทางโรงแรมอิสติน ตันฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจังหวัดประชุมร่วมกัน พร้อมทำเรื่องขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงแรมที่พัก จากกรณีการขออนุญาตอาคารดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่ออาคารดังกล่าวนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการโรงแรมที่พักตามกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โรงแรมออกมาชี้แจงว่ากำลังยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริม และกำกับธุรกิจโรงแรม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน
ด้านนายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของอาคารแห่งนี้ เป็นอีไอเอสำหรับอาคารอยู่อาศัย โดยไม่ได้ทำอีไอเอสำหรับโรงแรม จึงทำให้การนำอาคารชุดมาปรับเป็นโรงแรมถือว่าผิดกฎหมาย201610092012222-20021028190509ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานโรงแรมอิชิตันซึ่งกำลังให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่โดยพนักงานได้เปิดเผยว่า ทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้แจ้งให้กับพนักงานทราบว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องยังอยู่การร้องขอความเป็นธรรมอยู่ เมื่อมีแขกเดินทางมาติดต่อขอพักทางพนักงานก็จะให้ขึ้นไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ชั้น 2 ของโรงแรมทันที ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตลอดในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

หนุ่มช็อก!! กลับห้องเจอแฟนสาวนศ.ปี1สถาบันดังเป็นศพ สลดข้อความสุดท้ายก่อนตาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว. (สอบสวน) สภ.ขุนทะเล รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า ซอยสายตรี หมู่ 9 ต.ขุนทะเล อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพิสูจน์หลักฐาน 8 และกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี 201609201710225-20050615140928-horzที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวแบ่งเช่า จำนวน 3 ห้อง เหตุเกิดห้องที่ 3 พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.วรรฑณ ศรีน้อย อายุ 19 ปี ชาว จ.นราธิวาส นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับเหล็กดัดหน้าต่าง โดยมีเลือดไหลหยดตรงบริเวณฝาผนัง
 จากการสอบถาม นายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 20 ปี เพื่อนชายผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนเจ้าของห้องดังกล่าว เดินทางออกจากห้องเช่าเพื่อไปเที่ยว อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยผู้ตายซึ่งเป็นแฟนสาว พักอยู่ที่ห้องตามลำพัง จากนั้นตนได้ติดต่อกลับมาหาผู้ตาย ในช่วงเย็นวันเดียวกัน แต่ไม่มีคนรับสาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดการทะเลาะผิดใจกันจากนั้นตนและเพื่อนเจ้าของห้อง ได้เดินทางกลับมา ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพผู้ตาย เมื่อเวลา 14.40 น. วันนี้ ทั้งนี้จากการสอบสวนเจ้าของห้องเช่าไม่ได้ยินเสียงใดๆ และภายในห้องไม่มีการรื้อค้นข้าวของใดๆอีกทั้งการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก นักศึกษาสาวผู้ตาย ได้เข้าไปอัพเดตประวัติของตัวเองเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตด้วยว่า “ถ้ากุเป็นคนอื่นก็คงจะดีไปหมด อะไรที่เป็นกุ ไม่ชอบสักอย่าง” แถมยังมีข้อความตัดพ้อถึงชีวิตครอบครัวที่มีปัญหา พูดกับใครไม่ได้อีกด้วย201609201710224-20050615140928%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

เหตุการณ์ระทึก! พบหญิงสาวมีเชือกมัดมือมัดเท้า หนีออกมาขอความช่วยเหลือ

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59  ศูนย์วิทยุกู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์   ได้รับแจ้งเหตุว่า มีประชาชนพบ น้องผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี เศษ นั่งตัวสั่นงันงก สวมเสือผ้าแขนยาวสีดำ  และกางเกงวอล์มสีดำ  อยู่บริเวณไหล่ทาง ริมถนนเพชรเกษม  ไม่สวมรองเท้า  โดยไม่ทราบว่า วิ่งหนีออกมาจุดใด  แต่มานั่งอยู่ริมถนน  โดยที่ข้อมือมีเชือกสีขาวมัดมือ ทั้งสองข้าง และปลายเชือกขาดประมาณ 1 คืบ  ส่วนที่เท้า ทั้งสองข้าง ก็ถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนสีเขียว ปลายเชือกขาดประมาณ 2 คืบ  ร่องรอยเหมือนกับว่าใช้ฟันกัดเชือกแล้วหลบหนีออกมา โดยขณะเกิดเหตุ ผู้ที่พบเป็นพลเมืองดี 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมา ได้ช่วยกันปลอบประโลมให้หายตกใจ
ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อ  “บ่าวไข่ เมืองระนอง”  ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปช่วยและอยู่ในเหตุการณ์  ได้บันทึกภาพและเขียนข้อความระบุ “เป็นมายังไงผมไม่ทราบนะแต่ว่าตอนเจอมีเชือกผูกติดขาอยุ่มีรอยขาด มือสองข้างมีเชือกมัดอยุ่ ร้องไห้ตลอดเวลา และไม่ยอมให้ผุ้ชายถูกตัวเลย ตามลำตัวมีแผลคล้ายๆ โดนไฟจากบุหรี่จี้หลายจุด ตอนนี้ทราบแต่เพียงว่าเป็นชาวไทย  น่าจะมีเบื้องหลังมากมาย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัด เลยตอบได้แค่นี้ครับ ส่วนตัวผู้ป่วยตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ”
ต่อมา ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นาย ชวลิต  ทองอุปการ อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์ น.เขตบางนอน ว่า   ขณะเข้าไปทำการช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบเบื้องต้นว่า ลักษณะเหมือนกับถูกทำร้ายร่างกายมา และน่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช  โดยมีอาการผวาและกลัวคนมาทำร้าย โดยเฉพาะผู้ชาย ด้านเจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็นำส่งโรงพยาบาลอย่างเดียว และจากการซักถามพบว่าพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนจะถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ต้องรอผลตรวจจาก รพ.ระนอง ต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เตือนภัย!! หนุ่มเข้าแจ้งความหลังโดนซุปร้อนๆสาดหน้าเหวอะ คาดแดนเซอร์มือสาด

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ployplaytray Vanderwoodsen โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ช่วยด้วย……..ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น น้องขอเตือนภัยจากคนเที่ยว สีลม ช่วยน้องด้วย คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา ตี 4.15 น้องนั่งกินเกาเหลาหน้าซอย 2 ร้านที่ทุกคนน่าจะเคยไปกิน ซึ่งน้องมากับเพื่อน หลังจากเที่ยวGoD เสร็จ เราก็มักจะมากินเกาเหลา ก่อนกลับ ในขณะที่ น้องนั่งทานเกาเหลาสวยๆเม้ากันกับเพื่อนๆ ก็มีกลุ่มโต๊ะข้าง นั่งกันอยู่ 3 คน 1 คนในกลุ่ม ได้สั่งน้ำซุปป่าวมา สาดใส่น้องและเพื่อนอีกคนในกลุ่มน้องโดยไม่รู้ ว่าสาเหตุอะไรเพราะ ไม่เคยเห็นหน้าไม่รู้จักกันมาก่อน แล้ววิ่งหนีขึ้นแท็กซี่กลับ. หายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนพี่อีกคนที่นั่งในกลุ่มนั้นเป็นแดนซ์เซอร์โชว์ที่ซอย 2 ที่นั่งในกลุ่มนั้นบอกแค่ว่าเป็นคนไม่สนิทกันรู้จักแค่ ที่เที่ยวเจอกันบ่อยเป็นลูกค้า. ถ้ามีใครที่พอจะเหนเหตุการ์ณในวันนั้นรู้จักหรือพอบอกได้ว่าเป็นใคร ก็โปรดช่วยน้องด้วย น้องได้ทำการแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางรัก ช่วยแชร์ด้วยเพราะคนที่สาดน้ำร้อนใจร้ายมาไร้สาเหตุ (หรือเราสวยเกิน) เตือน ยังไงไปเที่ยวสีลมต้องระวังละเพราะเราไม่รู้ว่าคนไหนชอบไม่ชอบ แต่คนนี้น่าจะเป็นโรคจิตแบบนี้น่ากลัวหมั่นไส้หรือไม่พอใจใครก็สาดน้ำร้อนแบบนี้น่ากลัว ต้องระวังกันด้วยนะครับ  แชร์กันไปด้วยนะคับ เพราะยังตามคนสาดอยู่”
คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายปิยพัฒน์ หรือออร์แกน พันธ์สุวรรณ อายุ 28 ปี ประกอบอาชีพแฮร์สไตล์ลิสมืออาชีพชื่อดังย่านรัชดา-ห้วยขวาง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ส.ค. ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ชาญณรงค์ กันยิ่ง รอง สว.(สอบสวน) สน.บางรัก ว่าถูกคนร้ายสาดน้ำซุปใส่บริเวณใบหน้าจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.15 น. ของวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา
นายปิยพัฒน์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนพร้อมเพื่อนชาย จำนวน 4 ราย ได้นัดรวมตัวกันเดินทางไปเที่ยวภายในซอยสีลม 2 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. ซึ่งขณะสังสรรค์ดื่มกินกันอยู่นั้นก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดเนื่องจากมาเที่ยวอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนถึงระยะเวลากำหนดปิดร้านจึงพากันออกมานั่งร้านเกาเหลาต้มเลือดหมูที่บริเวณหน้าปากซอยดังกล่าว เมื่อมาถึงร้านตนได้สังเกตเห็นชาย 3 คน นั่งกินกันอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจแม้แต่อย่างใดก่อนตัดสินใจนั่งโต๊ะที่อยู่ติดกัน เมื่อพวกตนนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ตามปกติ จู่ๆ ตนก็ถูกน้ำร้อนสาดที่บริเวณใบหน้าฝั่งซ้ายมือเข้าอย่างจังก่อนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดจนมีพลเมืองดีและแม่ค้าช่วยกันนำน้ำเปล่ามาล้างหน้าให้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อนตนที่นั่งอยู่ข้างกันก็ถูกลูกหลงอีกด้วยแต่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นตนจึงกลับบ้านพักไปล้างตัวซึ่งพบว่ามีบาดแผลพุพองที่บริเวณหน้าผากจนเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนตัดสินใจเดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรเวชนายปิยพัฒน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งระหว่างเกิดเหตุนั้นตนและเพื่อนต่างไม่มีใครจำรูปพรรณสัญฐานของคนร้ายได้เนื่องจากระยะเวลาเกิดเหตุรวดเร็วมาก ทั้งนี้จากการสอบถามพลเมืองดีที่เข้ามาให้การช่วยเหลือได้บอกเล่าว่า โดยก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียง 1 ใน 3 คน ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆตน บอกกับแม่ค้าขายเกาเหลาเลือดหมูว่า “ขอน้ำซุปร้อนๆสักชามจะเอาไปสาดหน้าคน” ซึ่งขณะนั้นแม่ค้าคิดว่าพูดเล่นกับกลุ่มเพื่อนจึงตักให้ตามปกติ ซึ่งกลุ่มตนก็ไม่ได้ยินเสียงและไม่ได้สนใจแม้แต่อย่างใดเนื่องจากจะรีบรับประทานและกลับบ้านพัก จากนั้นเพื่อนของผู้ลงมือก่อเหตุได้เดินออกจากร้านไปทีละคนซึ่ง 1 ใน 2 ตนมาทราบภายหลังว่าเป็นแดนเซอร์ประจำอยู่ภายในซอยสถานบันเทิงดังกล่าว เมื่อทั้ง 2 เดินออกไปผู้ชายที่เหลือเพียงคนเดียวได้เดินไปเอาน้ำซุปจากแม่ค้าก่อนนำมาสาดใส่หน้าตนคล้ายเล่นสงกรานต์เข้าอย่างจังก่อนผู้ก่อเหตุได้รีบวิ่งหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นตนจึงเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.บางรัก
ต่อมาเวลา 18.00 น. วันที่ 30 ส.ค. พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเหตุตนได้ประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย อีกทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสอบถามข้อมูลจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงภายในซอยดังกล่าว และร้านค้าตรงจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในเร็วนี้
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จับแล้ว! หนุ่มที่นั่งซบนั่งหอมสาวๆและนร.หญิงบนสองแถว อ้างเมาแอ๋-จำอะไรไม่ได้เลย

จับแล้ว! หนุ่มที่นั่งซบนั่งหอมสาวๆและนร.หญิงบนสองแถว อ้างเมาแอ๋-จำอะไรไม่ได้เลย

14720351031472035656l เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ส.ค. พ.ต.ท.วรรณพรต ปิ้นปกบุตร สว.สส.สภ.บางแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.บางแก้ว สมุทรปราการ ควบคุมตัวนายวระชิต อินทรวิศิษฎ์ อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดนครพนม ที่ตกเป็นผู้ต้องหา กระทำอนาจารผู้เสียหายบนรถโดยสารสองแถว เหตุเกิดบนถนนบางนา-ตราด กม.8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี สมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามไปจับกุมตัวได้ที่ริมถนนแห่งหนึ่ง ย่านประเวศ ขณะกำลังเดินเท้าอยู่ข้างทาง จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ จากการสอบปากคำเบื้องต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดคลิปวิดีโอที่มีผู้เสียหายรายหนึ่ง บันทึกภาพพฤติกรรมไว้ได้ นายวระชิตจึงออกมายอมรับและให้การอ้างว่า ตนมีอาชีพเป็นรปภ.แห่งหนึ่ง ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ วันเกิดเหตุตนดื่มสุราเข้าไปอย่างหนัก จึงเกิดมีปากเสียกับพี่ชาย ตนจึงออกจากห้องพักนั่งรถโดยสารมาตามทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุ แต่ไม่รู้ตัวว่ากระทำอะไรลงไปในวันนั้น พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงของวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลายท่าน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเยาวชนนักเรียนอายุ 16 ปี ที่อยู่ในคลิปและเป็นผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกชายอายุประมาณ 35-40 ปี อยู่ในอาการคล้ายคนเมาสารเสพติดหรือเมาสุรา ลงมือก่อเหตุลวนลามและกระทำอานาจารผู้เสียหาย ขณะกำลังโดยสารอยู่บนรถสองแถว ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย
อีกทั้งยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กนำภาพไปลง จนปรากฎเป็นข่าวนั้นตนเองหลังจากทราบเรื่อง จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว จนกระทั่งสามารถตามจับตัวได้ในที่สุด ซึ่งในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา กระทำอานาจารเด็กอายุเกิน 15 ปี โดยขู่เข็นด้วยปราการใดๆ หรือใช้กำลัง ตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 278 ทวิ3 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 2 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด