แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565

โรคแพ้ตึก ภัยเงียบอีกรูปแบบของคนทำงาน

 พนักงานออฟฟิศทุกท่านโปรดทราบ หากคุณกำลังเกิดอาการ อ่อนเพลีย ระคายเคืองจมูก ปวดหัว คลื่นไส้ มีอาการภูมิแพ้ ระหว่างทำงาน จงระวัง! เพราะนี่เป็นสัญญาณเตือนว่า โรคแพ้ตึก กำลังจู่โจมคุณ

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ไขข้องใจ "หมึกช็อต" มันเจ็บไหม และเสี่ยงอันตรายหรือเปล่า

 กำลังฮิตท่วมท้นกับกระแสอาหารทะเลอย่าง หมึกช็อต ที่นำปลาหมึกเป็นๆ ลงไปแช่ในแก้วช็อตน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเผ็ด จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันว่าการกินอาหารเปิบพิสดารแบบนี้ เราต้องสงสารมันหรือเปล่า?และการกินอาหารทะเลดิบๆปลอดภัยต่อร่างกายแน่หรอ?

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

“ทุเรียน” กับความเชื่อผิดๆ ต่อสุขภาพ

 

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “ทุเรียน” ที่หลายคนอาจเข้าใจผิด

ทุเรียน เป็นหนึ่งในผลไม้ที่เป็นที่นิยมของคนไทยและต่างชาติมาอย่างช้านาน ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้น้ำตาลสูงที่มีการย้ำเตือนว่ากินเยอะแล้วจะอ้วนได้อยู่เสมอ แต่ก็แอบมีความเชื่อหลายอย่างที่ส่งต่อๆ กันมาและเป็นความเชื่อเกี่ยวกับทุเรียนที่ไม่จริง

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564

กิน “อาหารทะเล” อย่างไร ให้ปลอดภัยในช่วง “โควิด-19”


 ในช่วงนี้ แม้ว่าการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 จะมีจุดกำเนิดจากตลาดขายอาหารทะเล แต่ใช่ว่าอาหารทะเลจะอันตรายเสี่ยงโควิด-19 เสมอไป มีวิธีกินที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อร่างกายแน่นอนจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ มาฝากกัน

อาหารทะเลโดยมากจะต้องทำความเย็นหรือแช่แข็งเพื่อให้คงคุณภาพได้ดี ถ้าชาวประมง ผู้ขาย มีการติดเชื้อโควิด-19 โอกาสที่จะเชื้อปนเปื้อนอยู่ในอาหารทะเลและไวรัสคงชีวิตอยู่ได้นาน จึงมีความเป็นไปได้ ที่จะตรวจพบไวรัสในอาหารทะเลแช่เย็น เช่นการตรวจพบในปลาแซลมอน กุ้งนำเข้าในประเทศจีน

กิน “อาหารทะเล” อย่างไร ให้ปลอดภัยในช่วง “โควิด-19”

เลี่ยงอาหารทะเลดิบ กินอาหารทะเลปรุงสุกด้วยความร้อน

ในช่วงที่มีการระบาดของโรค ไม่ควรรับประทานอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก อาหารทะเลสามารถบริโภคได้ถ้าปรุงสุก ความร้อนสามารถทำลายไวรัสได้อย่างแน่นอน โควิด-19 สามารถทำลายด้วยความร้อน 56 องศานานครึ่งชั่วโมง และถ้าความร้อนสูงขึ้นระยะเวลาก็จะสั้นลง โดยทั่วไปแล้วถ้าความร้อนสูงกว่า 85 องศา ก็จะมั่นใจในการทำลายไวรัสได้ และถ้าต้มให้เดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาไวรัสจะถูกทำลายทันที

ล้างมือให้สะอาด หากต้องจับอาหารทะเลด้วยมือเปล่า

สิ่งที่จะต้องคำนึงคือการจับต้องกับอาหารทะเลที่แช่เย็นมา จะต้องล้างมือให้สะอาด และชำระล้างอาหารทะเล โดยใช้น้ำสะอาดให้มีปริมาณมากพอ และจะต้องทำความสะอาดมือด้วยสบู่ ถ้าเป็นไปได้ควรใส่ถุงมือและล้างถุงมือ หรือใช้แบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทุกครั้งต้องล้างมือก่อนจับต้องใบหน้า หรือถ้าให้ปลอดภัยที่สุด คือสวมถุงมือทุกครั้งที่ต้องสัมผัสอาหารทะเล และทิ้งถุงมือทันทีที่ใช้งานเสร็จ พร้อมทั้งล้างมือด้วยสบู่อีกครั้ง

ผู้ค้าขายต้องมีมาตรการควบคุมดูแลความสะอาดระหว่างขนส่ง

ในระบบนำส่งอาหารทะเล ก็จะต้องมีมาตรการควบคุมดูแลเรื่องความสะอาด ตลอดเส้นทาง

อุตสาหกรรมอาหารทะเล โรงงาน จะต้องหมั่นตรวจดูคนงาน และอาจจำเป็นต้องสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการของโรค

อาหารทะเลยังคงรับประทานได้ตามปกติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากโดยเฉพาะ ปลาทะเล แต่ขั้นตอนตั้งแต่ผลิตหรือจับมาจากชาวประมง จำหน่าย การเตรียมมาทำอาหาร ทุกขั้นตอนให้คำนึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ในการจับต้องกับอาหารทะเลแช่เย็นหรือแช่แข็ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

กินเนื้อสัตว์มากเกินไป เสี่ยง "มะเร็ง" จริงหรือ?

 แม้ว่าในปัจจุบันเราจะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของโรคมะเร็งได้ แต่เราสามารถระบุถึงปัจจัยที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ และหนึ่งในสาเหตุที่หลายคนอาจเคยได้ยินคือ “เนื้อสัตว์” แต่จะเป็นเนื้อสัตว์จริงหรือไม่ หรือเป็นเนื้อสัตว์ประเภทใด มีคำตอบจาก อ. ดร.วนะพร ทองโฉม นักวิชาการโภชนาการ กลุ่มสาขาวิชาโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากรายการ Rama Health Talk มาฝากกัน

 

วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562

อันตรายจาก “ฟอร์มาลีน” และวิธีเลือกซื้ออาหารทะเลให้ปลอดภัย

เราอาจจะเคยได้ยินมานานมากแล้วว่ามีการตรวจพบ “ฟอร์มาลีน” ในอาหารทะเล เพื่อรักษาความสดของอาหารเอาไว้ให้ได้นานยิ่งขึ้น และที่น่ากลัวคือในปัจจุบันก็ยังสุ่มตรวจเจออยู่เรื่อย ๆ เราในฐานะผู้บริโภคควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้เอาไว้บ้าง เพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคอาหารทะเลทั้งกับตัวเอง และครอบครัว

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562

โรคขาดสาร “ไอโอดีน” ยังพบในไทย เสี่ยงพิการทางสติปัญญา-แท้งบุตร

โรคขาดสารไอโอดีน ยังเป็นปัญหาที่พบได้ในประชากรไทยในปัจจุบัน กรมอนามัยชวนคนไทยกินไอโอดีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ลดเสี่ยวพิการทางสติปัญญา หญิงมีครรภ์เสี่ยงแท้งบุตร

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562

10 วิธีลด “โซเดียม” ง่ายๆ ลดเค็ม ลดโรค

นอกจากการทานคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีมากเกินไปจะเป็นเหตุของโรคร้ายมากมายแล้ว โซเดียม หรือรสเค็มเองก็ให้โทษต่อร่างกายมากไม่แพ้กัน และไม่ได้เป็นแค่โรคไตเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงความดันโลหิตสูง เส้นเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ไปจนถึงอัมพฤกต์ อัมพาตอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

6 อาหารธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกัน "โลหิตจาง"

เพื่อนๆ เคยยืนอยู่ดีๆ ก็รู้สึกมึนหัว ตาลาย หงุดหงิด ร่างกายเหนื่อยล้า เมื่อยง่าย จนทำให้การดำเนินชีวิต หรือประสิทธิภาพการทำงานลดลงไหมล่ะ ถ้ามีอาการแบบนั้นให้สงสัยได้เลยค่ะว่า คุณอาจจะทำให้เราเป็นโรคโลหิตจางได้นะคะ เพราะเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ทำให้ส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่พอนั้นเองจ๊ะ แต่ก็ไม่ต้องกังวลอะไรไปหรอกค่ะ เพราะเราสามารถรักษาอาการเหล่านั้นได้ด้วยการกินอาหารเสริมธาตุเหล็ก เหล่านี้จ้า

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

5 วิธีลดความเสี่ยงในการเป็น “นิ่วในไต”


ก้อนนิ่ว เป็นก้อนเล็กๆ สีขาวอมเหลือง หรือสีน้ำตาล ขนาดเล็กเท่าเม็ดมะยม หรืออาจจะใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ เป็นก้อนแข็งเหมือนหินที่มาจากการรวมตัวกันอย่างแน่นของแร่ธาตุ และสิ่งต่างๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริค และตกเป็นผลึกก้อนๆ ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ไต ที่เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กรองเลือด

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

หมูกระทะ กับอันตรายที่มากกว่า “มะเร็ง”


“เย็นนี้ หมูกระทะกัน” เพื่อนๆ จะสังสรรค์กันทีไร ต้องหมูกระทะเท่านั้น เพราะนอกจากจะกินได้ไม่อั้น อิ่มยันพรุ่งนี้เช้าแล้ว ยังราคาย่อมเยา คิดราคาแล้วต้องรอง โอ้โห คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เลยทำให้หลายคนน้ำหนักขึ้นจากเมนูนี้ได้ไม่ยาก
แต่อันตรายไม่ได้มาแค่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจจนทานมากเกินไป จะส่งผลเสียให้กับร่างกายมากกว่าโรคที่ใครหลายคนทราบดีอย่าง “มะเร็ง” อีกด้วย

อันตรายจากหมูกระทะที่ไมได้มาตรฐาน

1. เนื้อหมู

ใครที่ชอบทานหมู จะเห็นได้ว่าหมูในร้านหมูกระทะหมักมาเรียบร้อยแล้ว แต่หมูเหล่านี้หากรับซื้อมาจากผู้ผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน แล้วยังปิ้งย่างไม่สุก 100% ทานเข้าไปอาจมีความเสี่ยงรับเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ โดยจะมีอาการคือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน หูหนวก ชัก หรืออาจเป็นอัมพาต บางรายอาจปอดอักเสบ สายตาพร่ามัว และหูหนวกได้ นอกจากนี้ยังมีเชื้อโรคอื่นๆ อีกเพียบ หากทานโดยใช้ความร้อนที่ไม่มากเพียงพอที่จะฆ่าเชื้อโรคเหล่านั้นได้

2. ผ้าขี้ริ้ว

หลายคนชอบส่วนของ ผ้าขี้ริ้ว มาก ยิ่งสีขาวๆ ยิ่งน่ากิน แต่อันที่จริงแล้วผ้าขี้ริ้วมีสีค่อนข้างดำเข้ม (จึงมีชื่อว่าผ้าขี้ริ้ว) แต่กว่าจะเป็นสีขาวหน้าตาน่ารับประทาน ก็ต้องผ่านการฟอกมาก่อน ซึ่งเจ้าสารฟอกขาวนี่แหละค่ะที่อาจตกค้างจนทำให้ผู้ที่ทานเข้าไปมีอาการหายใจติดขัด ความดันโลหิตต่ำ ปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วง ยิ่งคนที่มีอาการแพ้ต่อสารฟอกขาวด้วย หรือผู้ป่วยที่มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัวด้วยแล้ว จะยิ่งมีอาการที่แย่ลง อาจจะช็อค หมดสติ หรือถึงขั้นเสียชีวิต (หากทานเข้าไปมากๆ) ได้เลยทีเดียว

3. อาหารทะเล

อย่างที่หลายคนเคยทราบกันว่าหากเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารทะเลที่ไม่ได้คุณภาพ อาจมีการรักษาความสดของอาหารทะเลด้วยการใช้ฟอร์มาลีน หากเราทานอาหารทะเลที่มีฟอร์มาลีนเป็นสารตกค้างมากๆ อาจส่งผลต่อการทำงานของไต หัวใจ หรืออาจเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้เลยทีเดียว นอกจากนี้หากเรามีอาการแพ้สารดังกล่าว อาจทำให้เรามีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน หมดสติ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน

4. อาหารแปรรูป

หลายคนชอบทานไส้กรอก ลูกชิ้นต่างๆ ซึ่งอาจมีสารบอแรกซ์เป็นส่วนผสม เพื่อทำให้อาหารเหล่านั้นกรอบอร่อย หากเรารับสารเหล่านี้เข้าไปมากๆ อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต จนอาจทำให้ไตวาย หรือกระทบกับการทำงานของสมองได้

กรมอนามัยระบุว่า การรับประทานอาหารปิ้งย่างหรือรมควันเป็นประจำจะเสี่ยงต่อการได้รับสารอันตราย 3 ชนิด

1. สารไนโตรซามีน (Nitrosamines)

สารไนโตรซามีน สามารถพบในปลาหมึกย่าง ปลาทะเลย่าง และในเนื้อสัตว์ที่ใส่สารไนเตรท ประเภทแหนม ไส้กรอก เบคอน แฮม ที่มีสีแดงผิดปกติ ทำให้เสี่ยงเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร

2. สารไพโรไลเซต (Pyrolysates)

สารนี้พบมากในส่วนที่ไหม้เกรียมของอาหาร ปิ้ง ย่าง สารกลุ่มนี้บางชนิดมีฤทธิ์ร้ายแรงทางพันธุกรรมมากกว่าสารอะฟลาทอกซินตั้งแต่ 6-100 เท่า

3. สารพีเอเอช หรือสารกลุ่มโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon)

สารนี้เป็นชนิดเดียวกับที่เกิดในควันไฟ ไอเสียของเครื่องยนต์ ควันบุหรี่ และเตาเผาเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม โดยสารนี้จะพบในบริเวณที่ไหม้เกรียมของอาหารที่ปรุงด้วยการปิ้ง ย่าง หรือรมควัน ของเนื้อสัตว์ที่มีไขมันหรือมันเปลวติดอยู่ด้วย เช่น หมูย่างติดมัน ไก่ย่างติดมัน หากรับประทานเข้าไปเป็นประจำจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ ซึ่งจากสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปี 2553 มีผู้ป่วยมะเร็งตับในประเทศไทย23,410 ราย และเสียชีวิต 20,334 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 55 คนต่อวัน หรือ 2 คนต่อชั่วโมง

ทานหมูกระทะอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

  1. รับประทานหมูกระทะแบบปิ้ง ย่าง ตามปกติการหั่นเนื้อมักไม่เท่ากัน บางชิ้นเนื้อหนา บางชิ้นเนื้อบาง การดูเพียงขอบนอกของเนื้อไหม้เกรียมอาจจะไม่ได้หมายความว่าเนื้อดังกล่าวสุก ควรใช้ช้อนหั่นเนื้อตรงกลางออก เพื่อตรวจสอบเนื้อสุกแล้วหรือไม่
  2. ควรมีการแยกตะเกียบหยิบชิ้นเนื้อปิ้งย่าง ออกจากตะเกียบรับประทาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
  3. ควรรับประทานอย่างช้าๆ เพื่อสังเกตว่าอาหารสุกหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่หมูกระทะมักรับประทานในรูปแบบของบุฟเฟ่ต์ ทำให้คนรีบร้อนในการรับประทาน
  4. ในกรณีที่ทำทานเองที่บ้าน ควรมีการทำความสะอาดตะแกรงปิ้งย่างด้วยการแช่น้ำ หรือแช่น้ำยาชะล้าง ล้างและขัดให้สะอาด และนำมาผึ่งแดดอย่างน้อย 4 - 8 ชั่วโมง ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่

ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าหมูกระทะทุกร้านจะอันตราย ห้ามทานกันไปหมดนะคะ เพียงแต่ก่อนทานควรเลือกร้านที่คุณภาพของอาหารดี สะอาด ถูกหลักอนามัย ราคาไม่ถูกมากจนน่ากลัว และที่สำคัญคือควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เห็นแก่เงินจนทานเอาให้คุ้ม ไม่ทานบ่อยจนเกินไป เลือกทานทั้งเนื้อและผัก ทานให้หลากหลาย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

5 อาหารบำรุงเลือด ป้องกันเลือดจาง


ใครที่เป็นโลหิตจาง นอกจากจะไม่แข็งแรง เหนื่อยง่าย หน้ามืด วิงเวียนศีรษะง่ายแล้ว ยังบริจาคเลือดไม่ได้ด้วยนะ เพราะฉะนั้นเรามาบำรุงร่างกายของเราให้แข็งแรง ด้วยอาหารดีๆ ที่จะช่วยบำรุงเลือดของเราให้เข้มข้นขึ้น ป้องกันภาวะโลหิตจางกันดีกว่า 
5 อาหารบำรุงเลือด ป้องกันเลือดจาง
  1. เลือดสัตว์ ตับสัตว์ เนื้อสัตว์ต่างๆ
อาหารเหล่านี้จะมีธาตุเหล็กอยู่มาก ซึ่งเจ้าธาตุเหล็กนี่แหละที่จะช่วยบำรุงโลหิต และธาตุเหล็กที่มาจากสัตว์ ลำไส้จะดูดซึมไปใช้ได้มากกว่าธาตุเหล็กที่มาจากพืชอีกด้วย ดังนั้นทานเข้าไปเสียบ้างนะ (จากประสบการณ์ตรง เราเป็นคนที่ “เกือบ” จะอยู่ในภาวะโลหิตจางจนบริจาคเลือดไม่ได้ ระดับความเข้มข้นของเลือดคือคาบเส้นพอดี พี่หมอแนะนำให้ทานต้มเลือดหมูให้บ่อยขึ้นค่ะ)

  1. ผักใบเขียวเข้ม
อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ทานมังสวิรัติ แม้ว่าธาตุเหล็กที่ได้จากพืชจะไม่มากเท่าจากสัตว์ แต่ก็ควรทานก่อนที่จะอยู่ในภาวะขาดธาตุเหล็ก ผักที่แนะนำได้แก่ คะน้า บล็อกโคลี่ ผักบุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม
เคล็ดลับ เมื่อร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชไปใช้ได้น้อย เราจึงควรทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงควบคู่ไปด้วย เพื่ออาศัยกรดเกลือในกระเพาะอาหาร และวิตามินซีช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ อาหารที่มีวิตามินซี สูง ส้ม มะละกอ ฝรั่ง มะนาว เป็นต้น
  1. ไข่
เป็นอีกหนึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ส่วนใหญ่คือโปรตีน แต่ก็ยังมีปริมาณของธาตุเหล็กที่จะช่วยบำรุงโลหิตของเราให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะไข่แดงจะมีธาตุเหล็กสูงกว่าไข่ขาว

  1. ธัญพืชต่างๆ
ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ อัลมอนด์ รวมไปถึงข้าวโอ๊ต และจมูกข้าวสาลี ก็เป็นแหล่งอาหารที่นอกจากจะมีโปรตีนที่ดีต่อการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และบำรุงโลหิตอีกด้วย

  1. อาหารทะเล
อาหารทะเลอย่างปลา กุ้ง ปลาหมึก ปู อุดมไปด้วยโปรตีน และแร่ธาตุต่างๆ มากมาย รวมไปถึงธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงโลหิตอีกด้วย แต่อย่าทานมากเกินไป เพราะอาหารทะเลที่อร่อยสุดๆ มักมาพร้อมกับปริมาณแคลอรี่ และคอเลสเตอรอลที่มากตามไปด้วย

นอกจากอาหารแล้ว ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นโลหิตจาง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย จะได้ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟู สร้างเม็ดเลือดแดงดีๆ ไว้บำรุงร่างกายให้แข็งแรงไปด้วยกัน คราวนี้ก็จะไม่เหนื่อย หน้ามืด หรือเป็นลมเป็นแล้งง่ายอีกแล้วล่ะค่ะ
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

นักอนุรักษ์ ต้านเมนูร้านสุกี้ดังเสริฟ “ลูกชิ้นหูฉลาม” จี้ทบทวนก่อนโดนบอยคอต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก ได้ออกมารณรงค์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อต่อต้านเมนูที่ทำจากหูฉลามของร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ โดยระบุว่า “เลิกได้ไหม ลูกชิ้นหูฉลามที่สุกี้ XXXX ในขณะที่ร้านอาหารทั่วโลกต่างตื่นตัวกันเรื่องอาหารทะเลยั่งยืน และพากันปรับเปลี่ยนการจัดซื้อหาอาหารทะเลที่ได้มาจากการประมงที่ไม่ทำลายล้าง ร้านอาหารชื่อดัง XXXX กลับเพิ่มเมนูลูกชิ้นกุ้งหูฉลาม เมนูใหม่ที่หวังเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ผู้ล่าใต้ทะเลที่นับวันหายากขึ้นทุกที
การสนับสนุนอาหารทะเลยั่งยืนทำได้ง่ายๆ ด้วยการไม่ส่งเสริมและสนับสนุนการบริโภคปลาหายากหรือสัตว์ทะเลที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ การยกเลิกเมนูหูฉลาม ปลาฉลาม ปลานกแก้ว จึงเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายที่สุด ในทางตรงข้าม หากร้านอาหารขนาดใหญ่นำเอาหูฉลามมาเป็นส่วนประกอบย่อมเป็นการเพิ่มความต้องการให้ตลาดอีกมาก เพราะ XXXX มีสาขากว่า 428 แห่งทั่วประเทศ ถ้ามีการเสิร์ฟเมนูนี้ทุกวันทุกสาขา จะต้องใช้ฉลามกี่ตัวต่อวัน กี่ตัวต่อปี จับมาจากที่ไหน จับมาจากในเขตอนุรักษ์หรือไม่
การนำหูฉลามมาเป็นส่วนประกอบของลูกชิ้นจึงเป็นการทำลายชื่อเสียงร้านอาหาร XXXX แบบไม่แคร์กระแสโลกตอนนี้กลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ เช่น Shark Guardians ได้ทำการรณรงค์ให้คนบอยคอตต์ไม่สนับสนุนร้าน XXXX อีกต่อไป และกำลังเป็นที่กล่าวขวัญว่า คิดได้อย่างไรในการนำเสนอเมนูเช่นนี้ ทั้งๆที่มีการรณรงค์เรื่องหูฉลามทั่วโลกกันมาเป็นเวลานาน หวังว่าทางผู้บริหาร XXXX จะทบทวนและรีบแก้ไขโดยด่วน ถ้าให้ดีควรตั้งเป้าสนับสนุนอาหารทะเลยั่งยืนเป็นตัวอย่างให้กับร้านอาหารอื่นๆ ให้สมกับที่เป็นร้านอาหารชั้นนำแบรนด์ไทยแลนด์แต่ถ้ายังดื้อดึงเห็นดีเห็นงามกับเมนูลูกชิ้นหูฉลาม เราอาจจะได้เห็นคนจำนวนมากเลิกกินสุกี้ XXXX กันก็คราวนี้”
ที่มา>>>ข่าวสด