แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้สูงอายุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้สูงอายุ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566

"กลิ่นคนแก่" คืออะไร และ 5 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

 กลิ่นคนแก่ เป็นกลิ่นอ่อนๆ ติดตัวผู้ใหญ่ที่ใครที่ใกล้ชิดผู้สูงอายุก็คงเคยได้กันมาบ้าง จะว่าเหม็นก็ไม่ใช่จะว่าหอมก็ไม่เชิง วันนี้เรามาเจาะลึกถึงสาเหตุที่มาของ กลิ่นคนแก่ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเมื่อถึงวันที่กลิ่นนั้นกลายเป็นของเรา

วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"กลิ่นคนแก่" คืออะไร และ 5 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

 กลิ่นคนแก่ เป็นกลิ่นอ่อนๆ ติดตัวผู้ใหญ่ที่ใครที่ใกล้ชิดผู้สูงอายุก็คงเคยได้กันมาบ้าง จะว่าเหม็นก็ไม่ใช่จะว่าหอมก็ไม่เชิง วันนี้เรามาเจาะลึกถึงสาเหตุที่มาของ กลิ่นคนแก่ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเมื่อถึงวันที่กลิ่นนั้นกลายเป็นของเรา


รู้จักกลิ่นคนแก่

กลิ่นคนแก่ หรือ กลิ่นผู้สูงวัย (Aging odor) ไม่ได้เกิดขึ้นจากความสกปรกแต่อย่างใด แต่เป็นกลิ่นตัวพิเศษของผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยกลิ่นตัวเกิดจากต่อมไขมันและต่อมเหงื่อ ผลิตไขมันและเหงื่อออกมาทำปฏิกริยากับแบคทีเรียจนเกิดกลิ่นบนร่างกาย ซึ่งการทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียก็จะส่งกลิ่นแต่ละแบบต่างกันออกไป


เมื่อร่างกายอายุมากขึ้น (40 ปีขึ้นไป) กระบวนการดังกล่าวก็ทำงานได้แย่ลงเกิดการสะสมสาร ที่มีชื่อว่า Nonenal ขึ้น ซึ่งเป็นตัวหลักปล่อยกลิ่นแก่ออกมา ยิ่งอายุมากขึ้นร่างกายก็จะมีกลิ่นนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน


โดยสาร Nonenal หรือสารตั้งต้นกลิ่นคนแก่นี้มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำหรือไขมัน ทำให้คลายข้อสงสัยเรื่องความติดทน เพราะการอาบน้ำก็ไม่ช่วยให้กลิ่นตัวหายไปรวมถึงเสื้อผ้าผู้สูงอายุก็จะมีกลิ่นดังกล่าวติดไปด้วย


วิธีป้องกันการเกิดกลิ่นแก่

1. เช็ดเหงื่อบ่อยๆ

อย่างที่รู้กันว่ากลิ่นเกิดจากการผสมกันระหว่างเหงื่อ ไขมัน และแบคทีเรีย การตัดวงจรไม่ให้เกิดกลิ่นคนแก่ง่ายๆนั่นก็คือการเช็ดเหงื่อ หรือทำให้ตัวเองเหงื่อออกน้อยที่สุด


2. ออกกำลังกาย

อาจตรงข้ามกับที่แนะนำไปก่อน เพราะวิธีนี้คือการสนับสนุนให้ร่างกายเหงื่อออกมากกว่าเดิม แต่เป็นเฉพาะเวลา โดยการออกกำลังกายจะช่วยให้ต่อมเหงื่อขยายและขับของเสียออกไป ลดสาเหตุการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก


3. อาบน้ำร้อน

คงจะจริงที่ว่าคนแก่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน และดูท่าจะต้องอาบต่อไปหากไม่อยากให้เกิดกลิ่นที่ว่า เพราะการอาบน้ำร้อนจะช่วยให้รูขุมขนขยาย พาเหงื่อและสิ่งสกปรกไหลไปพร้อมกับน้ำ รวมถึงสมัยนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นสูงอายุ 


โดยบริเวณที่ควรล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันคือ บริเวณที่มีต่อมผลิตไขมันมาก เช่น หลังหู หลังคอ หน้าอก และหลังที่เต็มไปด้วยแบคทีเรีย การอาบน้ำจึงเป็นวิธีชะลอได้ดีที่สุด


4. งดสูบบุหรี่

บุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มสารอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกาย เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้แย่ลง ส่งผลเสียเกิดการสะสมของเสียในร่างกายเพิ่มกลิ่นเหม็นตามต่อมผิวหนังต้องขับออกมามากกว่าเดิม


5. ลดเนื้อสัตว์ และ ไขมัน

ไขมันในเนื้อสัตว์จะกระตุ้นให้ต่อมผลิตไขมันขับความมันส่วนเกินออกมามากขึ้น 1 ใน 3 ตัวการหลักของสูตรเกิดกลิ่นแก่ นอกจากนี้แนะนำให้เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงทุกประเภทเพื่อลดการเกิดกลิ่น รวมไปถึงสุขภาพร่างกายเช่นกัน


โดยปกติแล้วกลิ่นผู้สูงอายุไม่ได้เป็นกลิ่นที่มีความรุนแรงทำลายล้างจมูกวัยรุ่นหรือหนุ่มสาวท่านใด จากผลการวิจัยพบว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะปล่อยกลิ่นออกมาตามช่วงวัยเพื่อให้อีกฝ่ายเลือกปฏิบัติกับเราได้ดีขึ้น การมีกลิ่นคนแก่นี้จึงไม่ได้เป็นผลเสียอย่างใด แต่ถ้าหากใครรู้สึกไม่สบายใจก็ลองปรับวิธีการใช้ชีวิตเพื่อลดกลิ่นดูได้


Cr.sanook

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กิน "กล้วยกับเกลือ" เป็นประจำ ป้องกันลมแดด-ตะคริวได้

 อากาศที่ร้อนขึ้นในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่น ทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคลมแดดวันละไม่น้อย โดยเฉพาะวัยที่น่ากังวลมากคือเด็กและผู้สูงอายุ เพราะทุกปีมักจะมีข่าวเด็กและผู้สูงอายุป่วย และบางทีถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องจากโรคลมแดดหรือ Heat stroke ไม่น้อย มารู้วิธีการป้องกันโรคลมแดด รวมถึงการป้องกันการเกิดตะคริวโดยการรับประทานกล้วยกับเกลือตามคำแนะนำของคุณหมอ Rokka Fukuda ผู้อำนวยการศูนย์ดูแลสุขภาพระยะยาว Hamanasu เป็นทั้งผู้ร่วมและจัดแข่งวิ่งมาราธอนมามากกว่า 30 ครั้งตลอดเวลากว่า 10 ปี กัน

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565

“สมองเสื่อม” ไม่เหมือน “อัลไซเมอร์” และสิ่งอื่นๆ ที่คนมักเข้าใจผิด

 ภาวะสมองเสื่อม กับโรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่โรคเดียวกันเสียทีเดียว เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม รวมถึงการที่ผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมมักไม่ทราบว่าตัวเองมีอาการผิดปกติ คนรอบข้างจึงต้องคอยสังเกตให้ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เพราะยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมากขึ้น

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564

“ผู้สูงอายุ” ดูแล “ฟัน” อย่างไรไม่ให้ผุ

 แนะผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่องปากในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 หากดูแลสุขภาพช่องปากตนเองที่บ้านได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

กิน "ไข่" อย่างไร จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด?

 



  • ไข่ขนาดใหญ่หนึ่งฟอง มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น 13 ชนิดและโปรตีนคุณภาพสูงทั้งหมด 70 แคลอรี่ สามารถมีบทบาทในการควบคุมน้ำหนัก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ การทำงานของสมอง สุขภาพของดวงตาและอื่นๆ อีกมากมาย

  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง และผู้สูงอายุ ต้องระวังเรื่องการบริโภคไข่เป็นพิเศษ และควรบริโภคไข่ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์หรือบริโภคแค่ไข่ขาวเท่านั้น

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ต้นไม้ในบ้าน" ดีต่อสุขภาพอย่างไร?



 ปัจจุบันกระแสของการปลูกต้นไม้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในกลุ่มของผู้สูงอายุ วัยทำงาน แม้แต่กลุ่มวัยรุ่นเองก็เริ่มหันมาสนใจการมีต้นไม้ ดอกไม้ ไว้ประดับบ้าน หรืมุมเล็ก ๆ ในห้องนอนส่วนตัวเช่นกัน อีกทั้งยังได้ทั้งเหตุผลในเรื่องของความสวยงาม การคุมโทน อารมณ์ ความรู้สึก เสริมความงดงามทางสถาปัตยกรรม และแน่นอนว่าได้ประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยด้วย แต่ ต้นไม้ในบ้าน จะดีต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่อาศัยอย่างไรบ้างนั้น บทความของ วันนี้ได้นำข้อดีต่างๆ มาให้ทุกคนได้ทราบกัน

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563

อาการ "สำลัก" ภัยเงียบอันตรายของผู้สูงอายุ

 


ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการกลืนอาหาร มีอาการสำลัก รวมถึงการมีเสมหะ เศษอาหาร หรือฟันปลอมที่ชำรุด เสี่ยงต่อการเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น ทำให้เสียชีวิตได้

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562

“เวียนศีรษะ” บ่อยๆ เป็นเพราะอะไร? พร้อม 7 วิธีแก้

ไม่ว่าจะเป็นอาการลุกจากเตียงแล้วหน้ามืด เงยหน้าหลังก้มหน้านานๆ แล้วเวียนหัว หรืออยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหมือนบ้านหมุน อาการเวียนศีรษะเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจสร้างปัญหาทางสุขภาพให้คุณได้ในภายหลัง อีกทั้งยังอันตรายสำหรับผู้สูงอายุที่อาจเกิดอุบัติเหตุหกล้มหลังลุดขึ้นจากพื้น จากเก้าอี้ หรือล้มในห้องน้ำ ตรงบันไดจนได้รับบาดเจ็บ ไปจนถึงพิการได้

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

3 ประโยชน์ของ “ผงชูรส” ที่คุณอาจไม่รู้


ทำอาหารทานเองที่บ้านเมื่อไร หลายคน (โดยเฉพาะคนที่กำลังใส่ใจสุขภาพอย่างเคร่งครัด) เลี่ยงที่จะใส่ผงชูรสลงไปในอาหารอย่างเด็ดขาด ด้วยเข้าใจว่าผงชูรสให้โทษต่อร่างกาย บ้างก็ว่าทานมากๆ แล้วผมร่วง หรือใครที่มาอาการแพ้ผงชูรสก็ยิ่งแล้วใหญ่ แต่จริงๆ แล้วผงชูรสก็มีประโยชน์เหมือนกันนะคะ ผงชูรสมีดีอย่างไร มาดูกัน

1. ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้แก่ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุหลานท่านเริ่มทานอาหารไม่ค่อยอร่อย เพราะต่อมรับรู้รสชาติเริ่มทำงานไม่ไวต่อรสชาติมากเท่าสมัยยังหนุ่มสาว จึงทำให้ผู้สูงอายุหลายท่านเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร และค่อยๆ ผ่ายผอมลงเรื่อยๆ
วิธีแก้ไขง่ายนิดเดียว เพียงเพิ่มผงชูรสลงไปในอาหารเพียงเล็กน้อย จะทำให้ผู้สูงอายุรับรู้รสชาติ “อูมามิ” หรือรสชาติอร่อยกลมกล่อมของอาหารได้มากขึ้น ช่วยเจริญอาหารได้มากขึ้นนั่นเอง

2. ช่วยให้กระเพาะอาหาร และต่อมน้ำลายทำงานดีขึ้น

ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะอาหารฝ่อ หรือต่อมน้ำลายทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการน้ำลายแห้ง และเบื่ออาหาร การเพิ่มรสชาติอูมามิผ่านผงชูรสลงไปในอาหาร จึงช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้ผู้ป่วยทานอาหารได้มากขึ้น ทานอาหารได้อร่อยขึ้นนั่นเอง

3. ช่วยลดปริมาณโซเดียมในอาหารได้

ในคนที่ติดรสชาติเค็ม ปรุงอาหารโดยน้ำปลา หรือเกลือแกงจำนวนมาก เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ หากเปลี่ยนมาใส่เกลือแกงน้อยลง แล้วใส่ผงชูรสลงไปเล็กน้อย จากผลงานวิจัยพบว่าได้รสชาติอร่อยยถูกใจไม่แพ้กัน ดังนั้นการใส่ผงชูรสลงไปในอาหารเล็กน้อย จะช่วยให้เราใส่เกลือแกงได้น้อยลง โดยที่รสชาติไม่เสีย
จะเห็นได้ว่าหากใส่ผงชูรสปริมาณเล็กน้อย ไม่ได้ทำสุขภาพของเราเสียแต่อย่างใด แถมยังมีประโยชน์ได้ในหลายๆ ด้าน เพียงแต่ต้องทานเพียงเล็กน้อย และต้องมั่นใจว่าเป็นผงชูรสแท้เท่านั้น ใครที่แพ้ผงชูรสคงต้องงดต่อไป ใครที่อยากลดการทานเค็ม แต่พอไม่ใส่เกลือไม่ใส่น้ำปลาก็รู้สึกอาหารไม่อร่อย ก็ลองใส่ผงชูรสปลายๆ ช้อนชาได้ ส่วนใครที่ยังมีความกังวลก็เลี่ยงที่จะไม่ทานได้เหมือนเดิมค่ะ เอาที่สบายใจเนอะ
ที่มา:sanook

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561

นักปั่นมีเฮ! ผลวิจัยอังกฤษ ชี้ "การปั่นจักรยาน" ช่วยชะลอวัยได้


เเมื่อผลวิจัยชิ้นล่าสุด จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม เผยบทความการแพทย์ Aging Cell ซึ่งพบความพิเศษทางร่ายกายของผู้ที่รักการปั่นจักรยาน
ทีมวิจัยได้ตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้ที่ปั่นจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย 125 คน ที่มีอายุระหว่าง 55-79 ปี ให้นักปั่นจักรยานชาย ปั่นจักรยานเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร ในเวลา 6 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนผู้หญิงให้ปั่นจักรยาน 60 กิโลเมตร ในเวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง และมาเปรียบเทียบกับคนวัยผู้ใหญ่ อายุ 57-80 ปี และวัยหนุ่มสาว อายุตั้งแต่ 20-36 ปี ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ปรากฏว่า ผู้ที่ปั่นจักรยานเป็นประจำ จะรักษาสภาพกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของร่ายกายไว้ได้มากกว่า รวมทั้งมีระดับไขมัน และคอเลสเตอรอลคงที่สม่ำเสมอ
และพิเศษกว่านั้น คือ นักปั่นที่สูงอายุจะมีระบบภูมิคุ้มกันเหมือนคนหนุ่มสาวได้ ซึ่งทำลายความเชื่อเดิมที่ว่า เมื่อเราแก่ตัวลง ร่างกายก็จะร่วงโรยตามวัย
ศาสตราจารย์ เจเน็ต ลอร์ด ผู้อำนวยการสถาบันที่เชี่ยวชาญด้านภาวะอักเสบ และการเสื่อมสภาวะของร่างกาย จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ชี้ว่า ผู้สูงอายุที่ปั่นจักรยานเป็นประจำ มีปริมาณ T-Cell หรือ เซลล์ภูมิคุ้มกันโรค ที่ผลิตจากต่อมไทมัส เทียบเท่ากับคนหนุ่มสาว ทั้งที่ต่อมไทมัสจะเริ่มหดตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น และจะเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป

มีการวิจัยมากมายที่ชูคุณประโยชน์ของการปั่นจักรยาน หนึ่งในการออกกำลังกาย ที่ถือเป็นยาวิเศษของมนุษย์มายาวนาน โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่ผู้คนมักจะนั่งอยู่กับที่เป็นส่วนใหญ่
บทความการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน พบว่า ผู้ที่ปั่นจักรยานเป็นประจำวัน จะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ 40 และลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ราวร้อยละ 45
การปั่นจักรยาน ยังส่งผลดีต่อสังคมในวงกว้าง จากรายงานขององค์กรการกุศล Sustrans ประเมินว่า หากชาวอังกฤษหันมาเดินและปั่นจักรยานตามนโยบายของรัฐบาลได้ จะช่วยประหยัดงบประมาณรัฐได้ถึง 9,300 ล้านปอนด์ หรือราว 4 แสนล้านบาท และลดอัตราการเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศได้ถึง 13,000 คน ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

ธารน้ำใจช่วย ‘น้องจอบ’นร.ม.2 ไม่มีพ่อแม่-ชีวิตยากจน บ้านหลังคารั่วจนนอนไม่ได้

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สจ.สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส และ นายชัยยันต์ ธานะราช สจ.สกลนคร เขตอำเภอบ้านม่วง ได้นำสิ่งของ รถจักรยาน และเงินสดจำนวนหนึ่งที่มีผู้มอบผ่านนำไปมอบให้กับ ด.ช.เนติศักดิ์ หรือ น้องจอบ กาวงศ์ อายุ 14 ปี อยู่บ้านโพนแพง หมู่ 6 ต.หนองสนม เรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนภูดินแดงวิทยา อ.วานรนิวาส และ ด.ช.เกียรติศักดิ์ หรือ น้องจ้าว แก้วมะณี อายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านโพนแพง ที่ได้ร้องขอให้นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สจ.เขตวานรนิวาส ช่วย เนื่องจากฐานะยากจนมีความลำบาก แม่เสียชีวิต พ่อหนีแม่ไปตั้งแต่น้องจ้าวเพิ่งคลอดไม่กี่วัน เนื่องจากแม่ป่วยเป็นโรคร้าย และต่อมาแม่เสียชีวิตลง ต้องอาศัยอยู่กับตา อายุ 87 ปี และยายอายุ 80 ปี และลุง(พี่แม่)ไม่มีครอบครัวที่ป่วยโรคความดัน โดยการรับจ้างและเผาถ่านขาย โดยรายได้อาศัยเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตากับยายคนละ 700 บาท และต่อมาตาป่วยเสียชีวิตลงไป ทำให้ไม่มีเงินเรียนหนังสือเนื่องจากอาศัยรายได้จากเงินของยาย เดือนละ 700 บาทมาเป็นค่าใช้จ่าย สุดทนลำบากจึงร้องขอต่อ สจ.เพื่อหาทางช่วยเหลือ
วันนี้ ได้มี นายศิร พลสา นักพัฒนาสังคมและความมั่นของของมนุษย์ หน่วยที่ 55 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สกลนคร พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางมอบเงินจำนวน 1,000 บาท กับ ด.ช.เนติศักดิ์ หรือ น้องจอบ กาวงค์ ที่โรงเรียนภุดินแดง โดยมีนางไพรวัลย์ ไขลาเมา ผอ.โรงเรียนภูดินแดง และคณะครูอาจารย์ที่ปรึกษา ให้การต้อนรับ
นางไพรวัลย์ กล่าวว่า โรงเรียนอยู่ในสังกัด อบจ.และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดราว 100 กม. การประกอบอาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตรทำนาเป็นหลัก สอบถามนักเรียนส่วนใหญ่ค่อนข้างยากไร้อีกมาก จึงช่วยกันตามงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้มีเมตตาจิตที่ให้การช่วยเหลือ
ด้าน ด.ช.เนติศักดิ์ หรือ น้องจอบ กล่าวว่า เข้าหน้าฝน ตนมีความเป็นห่วงเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะบ้านดูจะดี แต่หลังคาสังกะสีเก่ามาก มองเห็นดาวเดือนยามกลางคืน เวลาฝนตกต้องแอบหลบตามมุมบ้านเพราะหลังคารั่ว อยากได้สังกะสีมามุงกันฝนกันแดด เพราะอาศัยหลบแดดฝน โดยเฉพาะยายที่อายุ 80 ปีแล้ว ลำบากมาก หากได้เงินส่วนหนึ่งจะนำมามุงหลังคาบ้านด้วย
นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สจ.สกลนคร กล่าวว่า บางทีก็น้อยใจที่มีคนบอกว่า ตนสร้างข่าวเพราะอยากดัง แต่ความจริงไม่มีใครรู้ เด็กน้อยตัวเท่านี้ แม่ไม่มีพ่อ แม่ไม่อยู่แล้ว ต้องสู้ชีวิตกับยาย 80 ปี เห็นแล้วจะให้ทำอย่างไร หากไม่ช่วยเหลือ ขอกราบขอบพระคุณผู้มีเมตตาจิตทุกคนที่ช่วยน้อง
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

‘ตาแพน’ซึ้งน้ำใจคนบริจาคเงิน ทอดผ้าป่าส่งผลบุญตอบแทน นำเงินซ่อมบ้าน ลั่นทำนา-สานสุ่มเลี้ยงต่อ

‘ตาแพน’ วัย 72 ปี ชาวบุรีรัมย์ที่ทำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการที่เก็บสะสมไว้ก้อนสุดท้ายของชีวิต 1.5 หมื่นบาทหล่นหาย เตรียมนำเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือเกือบ 1.3 ล้าน ซ่อมแซมบ้านที่ผุพังตามฝัน ที่เหลือเก็บไว้เลี้ยงตัว ภรรยาและหลานพิการ ยันยังยึดอาชีพทำนา และสานสุ่มขาย ทั้งตั้งใจทำบุญทอดผ้าป่าส่งผลบุญตอบแทนผู้มีจิตศรัทธา
วันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าวตามติดชีวิตของ ตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี ชาว ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ทำกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาท ที่คุณตาเก็บสะสมจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั้งของตนเอง ภรรยา รวมถึงเบี้ยคนพิการของหลานสาว และเงินที่ลูกชายส่งมาเป็นค่าเล่าเรียน ซึ่งเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายของชีวิตหล่นหาย ขณะพา น้องแพม หลานสาวพิการวัย 6 ขวบ ไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์
ล่าสุดหลังมีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือเกือบ 1,300,000 บาท คุณตาแพนก็เตรียมที่จะนำเงินที่ได้รับบริจาคไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ มาทำการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมผุพังตามที่ตั้งใจไว้ โดยคาดว่าจะทำการเปลี่ยนหลังคาที่เป็นรูรั่ว ฝาบ้าน ปูพื้น และห้องน้ำจะใช้เงินประมาณ 400,000 บาท พร้อมทั้งชำระหนี้ ธกส. ที่กู้ยืมมาลงทุน 15,000 บาท หนี้กองทุนหมู่บ้าน 20,000 บาท รวมทั้งหนี้ที่ยืมน้องชายมาใช้จ่ายในครอบครัวอีก 37,000 บาท
ทั้งนี้ตั้งใจว่าจะนำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญทอดผ้าป่าให้กับวัดในหมู่บ้าน เพื่อส่งผลกุศลจากการทำบุญในครั้งนี้ตอบแทนให้กับผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่มีน้ำใจบริจาคเงินช่วยเหลือ ให้ทุกคนมีแต่ความสุข ความเจริญ  ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนเงินที่เหลือก็จะเก็บไว้เลี้ยงตัวเอง ภรรยา ในบั้นปลายชีวิต รวมถึงเก็บไว้เลี้ยงหลานสาวพิการด้วย
คุณตาแพน บอกว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่บริจาคช่วยเหลือ ยืนยันว่าจะใช้เงินที่ได้รับบริจาคให้เกิดประโยชน์แก่ครอบครัว ให้เป็นไปตามที่ผู้ใจบุญตั้งใจช่วยเหลือ และจะใช้อย่างประหยัดที่สุด ทั้งยังยืนยันว่าแม้จะได้รับเงินบริจาคจำนวนมากแล้ว ก็ยังจะยึดอาชีพทำนา สานสุ่มขาย ออกไปจับปู ปลา และใช้ชีวิตแบบพอเพียงเหมือนเดิม เพื่อจะได้เก็บเงินไว้ใช้ยามเจ็บป่วย หรือจำเป็นฉุกเฉิน
ที่มา>>>ข่าวสด