แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผงชูรส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผงชูรส แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2564

"ผงชูรส" อาจทำให้เรา "อ้วน" กว่าเดิมได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

นอกจากอาหารพลังงานสูงอย่างของทอด ของมัน อาหารไขมันสูง แป้ง และน้ำตาลแล้ว “ผงชูรส” อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราอ้วนขึ้นได้ ทั้งเหตุผลทางตรง และทางอ้อม

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564

"ผงชูรส" ทำให้ "สมองเสื่อม" จริงหรือ?

 

แม้ว่าผงชูรสอาจเป็นอันตรายให้กับผู้บริโภคบางคนที่มีอาการแพ้ แต่จะถึงขั้นเป็นสาเหตุของโรคที่มีความรุนแรงอย่างโรคสมองเสื่อมหรือไม่?

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562

อันตรายจาก “ผงชูรส” หากกินมากเกินไป เสี่ยงใจเต้น-อัมพาตชั่วคราว

“ผงชูรส” ไม่ใช่เครื่องปรุงที่อันตรายต่อร่างกายในแง่ของส่วนผสม เพราะอย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าผงชูรสแท้ผลิตด้วยการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ แต่ผงชูรสก็มีผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ในกรณีที่คนกินมีอาการแพ้ หรือกินมากเกินไป

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

3 ประโยชน์ของ “ผงชูรส” ที่คุณอาจไม่รู้


ทำอาหารทานเองที่บ้านเมื่อไร หลายคน (โดยเฉพาะคนที่กำลังใส่ใจสุขภาพอย่างเคร่งครัด) เลี่ยงที่จะใส่ผงชูรสลงไปในอาหารอย่างเด็ดขาด ด้วยเข้าใจว่าผงชูรสให้โทษต่อร่างกาย บ้างก็ว่าทานมากๆ แล้วผมร่วง หรือใครที่มาอาการแพ้ผงชูรสก็ยิ่งแล้วใหญ่ แต่จริงๆ แล้วผงชูรสก็มีประโยชน์เหมือนกันนะคะ ผงชูรสมีดีอย่างไร มาดูกัน

1. ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้แก่ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุหลานท่านเริ่มทานอาหารไม่ค่อยอร่อย เพราะต่อมรับรู้รสชาติเริ่มทำงานไม่ไวต่อรสชาติมากเท่าสมัยยังหนุ่มสาว จึงทำให้ผู้สูงอายุหลายท่านเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร และค่อยๆ ผ่ายผอมลงเรื่อยๆ
วิธีแก้ไขง่ายนิดเดียว เพียงเพิ่มผงชูรสลงไปในอาหารเพียงเล็กน้อย จะทำให้ผู้สูงอายุรับรู้รสชาติ “อูมามิ” หรือรสชาติอร่อยกลมกล่อมของอาหารได้มากขึ้น ช่วยเจริญอาหารได้มากขึ้นนั่นเอง

2. ช่วยให้กระเพาะอาหาร และต่อมน้ำลายทำงานดีขึ้น

ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะอาหารฝ่อ หรือต่อมน้ำลายทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการน้ำลายแห้ง และเบื่ออาหาร การเพิ่มรสชาติอูมามิผ่านผงชูรสลงไปในอาหาร จึงช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้ผู้ป่วยทานอาหารได้มากขึ้น ทานอาหารได้อร่อยขึ้นนั่นเอง

3. ช่วยลดปริมาณโซเดียมในอาหารได้

ในคนที่ติดรสชาติเค็ม ปรุงอาหารโดยน้ำปลา หรือเกลือแกงจำนวนมาก เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ หากเปลี่ยนมาใส่เกลือแกงน้อยลง แล้วใส่ผงชูรสลงไปเล็กน้อย จากผลงานวิจัยพบว่าได้รสชาติอร่อยยถูกใจไม่แพ้กัน ดังนั้นการใส่ผงชูรสลงไปในอาหารเล็กน้อย จะช่วยให้เราใส่เกลือแกงได้น้อยลง โดยที่รสชาติไม่เสีย
จะเห็นได้ว่าหากใส่ผงชูรสปริมาณเล็กน้อย ไม่ได้ทำสุขภาพของเราเสียแต่อย่างใด แถมยังมีประโยชน์ได้ในหลายๆ ด้าน เพียงแต่ต้องทานเพียงเล็กน้อย และต้องมั่นใจว่าเป็นผงชูรสแท้เท่านั้น ใครที่แพ้ผงชูรสคงต้องงดต่อไป ใครที่อยากลดการทานเค็ม แต่พอไม่ใส่เกลือไม่ใส่น้ำปลาก็รู้สึกอาหารไม่อร่อย ก็ลองใส่ผงชูรสปลายๆ ช้อนชาได้ ส่วนใครที่ยังมีความกังวลก็เลี่ยงที่จะไม่ทานได้เหมือนเดิมค่ะ เอาที่สบายใจเนอะ
ที่มา:sanook

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปิดตำนาน!! คู่รักอมตะ แม่อุ้ยวัย105ปี สิ้นลมสงบ ตามพ่ออุ้ยสามีที่เพิ่งจากไป

 ปิดตำนาน คู่รักอมตะ อายุ 105 ปี ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ฝ่ายชายคือ พ่ออุ้ยปัน เสียชีวิตลงด้วยวัย 105 ปี จากนั้น อีก 1 เดือนต่อมาฝ่ายหญิง แม่อุ้ยติ๊บ ก็เสียชีวิตตามกันไป ด้วยอายุ 105 ปีเท่ากัน รวมใช้ชีวิตร่วมกันนาน 89 ปี
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 3 บ้านจอมคีรี ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แม่อุ้ยติ๊บ อายุ 105 ปี ภรรยาพ่ออุ้ยปัน แก้วใจมา อายุ 105 ปี คู่รักอมตะ ได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา หลังจาก ที่โด่งดังเรื่องของการครองรักยาวนานและอายุยืนถึง 105 ปีเท่ากันทั้งคู่ นายคำวงศ์ แก้วใจมา บุตรชายของคู่รักอมตะ ของแม่อุ้ยติ๊บ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา แม่อุ้ยติ๊บ อายุ 105 ปี ได้เสียชีวิตด้วยโรคชราแล้วอย่างสงบ หลังอายุได้ 105 ปี ซึ่งอายุยืนยาวนานที่สุด อีกทั้งยังสร้างความฮือฮาเรื่องของการครองรักกับพ่ออุ้ยปัน ที่เป็นสามี แบบผัวเดียวเมียเดียว ครองรักกันจนอายุถึง 105 ปี ซึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 59 ที่ผ่านมา พ่ออุ้ยปัน อายุ 105 ปี ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้า ด้วยโรคชรา สร้างความโศกเศร้าให้กับแม่อุ้ยติ๊บอย่างมาก จากนั้นเพียงเดือนกว่า แม่อุ้ยติ๊บ ก็เสียชีวิตตามกันไป ปิดตำนานรักอันแสนยาวนานลงแล้ว
โดยการเสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชราของคู่รักทั้งคู่ เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 115/3 บ้านจอมคีรี ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติพี่น้อง และประชาชนในพื้นที่ อ.เชียงดาว
ซึ่งแม่อุ้ยติ๊บ แก้วใจมา อายุ 105 ปี ภรรยาที่ครองรักกันมานานกว่า 89 ปี หลังจากที่พ่ออุ้ยปัน เสียชีวิตไป แม่อุ้ยติ๊บ ก็ได้แต่นั่งเฝ้าศพด้วยสีหน้าโศกเศร้าต่อการจากไปของสามีสุดที่รัก และสุดท้ายภายใน 1 เดือนเศษแม่อุ้ยติ๊บ ก็เสียชีวิตตาม ด้านนายสราวุธ วรพงษ์ นายอำเภอ เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนขอยกย่องในการใช้ชีวิตของคู่รักทั้งสอง ที่นับเป็นคู่รักที่ครองรักกันมาอย่างยาวนานกว่า 89 ปี อายุเท่ากันคือ 105 ปี เพราะที่ผ่านมาตำนานคู่รักคู่นี้ก็ถูกกล่าวขานจนเป็นข่าวใหญ่โตทั่วประเทศ มีนักท่องเที่ยวหรือคู่รักจากต่างจังหวัด เดินทางมาพบเพื่อถามวิธีครองรัก รวมถึงให้สองพ่อเฒ่ามัดมือมันเท้าให้เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งการจากไปของผู้เฒ่า นับเป็นเรื่องที่น่าเสียใจต่อทุกฝ่ายเป็นอย่างมาก แต่ตำนานของท่านทั้งสองก็จะยังคงเป็นอมตะ แบบอย่างของผัวเมียที่ครองรักกันแบบผัวเดียวเมียเดียวตลอดไป
สำหรับประวัติของคู่รักอมตะคู่นี้ พบรักกันตั้งแต่อายุ 16 ปี เพราะเป็นคนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนจะแต่งงานครองรักกันมาจนถึงปัจจุบันกว่า 89 ปี โดยทั้งสองใช้ชีวิต ด้วยการปลูกผักกินเอง ทำเป็นยาสมุนไพรจากพืชผักที่ปลูกรอบบ้าน การกินก็กินข้าวกับผัก น้ำพริก และอาหารอื่นๆ ไม่กินอาหารที่มีรสจัด ไม่กินเค็ม ไม่ใส่ผงชูรส ทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว เน้นการครองรักแบบใส่ใจ ห่วงใย เข้าใจชีวิต ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 8 คน เสียชีวิตไปแล้ว 3 คน เหลืออยู่ 5 คน ซึ่งลูกแต่ละคนก็มีหลานรวมทั้งหมดครอบครัวกว่า 100 คน การปิดตำนานคู่รักอมตะครั้งนี้ ผู้ที่ครองเรือนจะยึดเป็นแบบอย่างที่ดีในชีวิตคู่สืบไป
ที่มา>>>ข่าวสด