แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร้านสะดวกซื้อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร้านสะดวกซื้อ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

“ถ้าผมทิ้งไว้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น” แห่ชมหนุ่มวินจยย.ใจหล่อ นั่งเฝ้าลูกค้าสาวสวยเมาไม่ได้สติยันเช้า

โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพหนุ่มวินจยย.ใจหล่อ หลังพาผู้โดยสารสาวสวยซึ่งอยู่ในอาการเมามายไม่ได้สติ มาส่งที่หอพัก แต่สาวเจ้าเกิดเมาไม่ได้สติ จึงต้องนั่งเฝ้าเป็นเพื่อนจนเช้า ก่อนจะพาหญิงสาวไปส่งที่ห้อง ทำให้เกิดกระแสชื่นชมหนุ่มคนดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยหนุ่มวิน จยย.รายนี้ชื่อนายราชการ หรือหม่ำ พิดขุนทด อายุ 20 ปี ซึ่งในวันเกิดเหตุหญิงสาวคนดังกล่าว ได้โบกเรียกหนุ่มวินจยย.จากย่านอาร์ซีเอ เพื่อให้ไปส่งที่ห้องพักย่านพญาไทแต่ระหว่างทางสาวคนดังกล่าวก็เริ่มไม่ได้สติ และทำท่าจะตกรถตลอดเวลา หนุ่มวินจยย. จึงได้ไปจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เพื่อซื้อน้ำไปล้างหน้าล้างตาหญิงสาว จากนั้นหญิงสาวก็อาเจียนออกมาและหลับไปทันที ซึ่งหนุ่มวิน ก็พยายามเรียกเท่าไรก็ไม่ตื่น ด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้นั่งเฝ้าจนถึงเช้า กระทั่งหญิงสาวตื่นและได้สติ หนุ่มวินจึงพาไปส่งที่หน้าห้องพักจนปลอดภัย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สุดวุ่น!! แม่สามีวางแผนจ้างลูกน้องลักพาตัวหลานจากสะใภ้ เหตุรักหลานมาก

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 พ พ.ย. ด.ต.นัฐพงษ์ ศรีไสว ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ บขส.อุดรธานี แห่งที่ 1 ถนนสายอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มี น.ส.รัตนาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปีและนายวงปิยะ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี 2 สามีภรรยา เข้ามาแจ้งว่า ลูกสาวอายุ 4 ขวบถูกลูกจ้างโรงเรียนแม่ผัวลักพาตัว เหตุเกิดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
น.ส.รัตนาวดี ให้การว่า ได้แต่งงานกับนายวงปิยะ จนมีลูกสาว 1 คน ชื่อน้องบี (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ซึ่งพวกตนมีกิจการรีสอร์ท 2 แห่งอยู่ห่างกัน 700 เมตร ที่บ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรฯ คือ บุษบารีสอร์ท 1 เป็นห้องเช่าแบบรายวัน และบุษบารีสอร์ท 2 เป็นห้องเช่าแบบรายเดือน ปกติแล้วตนจะดูแลกิจการรีสอร์ทกับลูกสาว ส่วนนายวงปิยะ สามีจะอยู่ อ.กระทุ่มแบน จะเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ล่าสุดสามีเดินทางมาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน
นางรัตนาวดี ให้การต่อไปว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาได้มี น.ส.นา ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อายุประมาณ 40 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผิวสีดำ รูปร่างท้วม สวมแว่นสายตา เป็นคนงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งของแม่สามี ได้นั่งรถทัวร์ตามมาบอกว่าจะเอาเสื้อผ้ามาให้ และตนให้พักอยู่ในบุษบารีสอร์ท 1 ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 11.00 น. เช้าวันนี้ น.ส.นา ได้ยืมรถ จยย.ของแม่ตน อ้างว่าจะขับขี่พาน้องบี ไปดูบุษบารีสอร์ท 2 จนเที่ยงวัน น.ส.นา ได้นำรถมาจอดหน้ารีสอร์ท แล้วก็หายไปพร้อมกับน้องบี ตนได้โทรศัพท์หา น.ส.นา ก็บอกว่าพาน้องบี มาหาพ่อที่ร้านสะดวกซื้อใกล้รีสอร์ท ตนนั่งรอ จนนายวงปิยะกลับมา ไม่เห็นน้องบี จึงโทรศัพท์หา น.ส.นา อีก กลับบอกว่ามาไกลแล้ว ไม่ต้องตาม ตนจึงรู้ว่า น.ส.นา ลักพาตัวน้องบี จึงออกตามหาที่ บขส.แห่งที่ 1 แต่ไม่พบ จึงแจ้งตำรวจให้ช่วยสกัดเส้นทางที่ น.ส.นา หลบหนี และมาแจ้ง พ.ต.ต.นันทพล เชื้อพรหมมา สว.สส.สภ.เมืองอุดรฯ เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.นา
พ.ต.ท.อาทิตย์ฯ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ และสอบปากคำ พบว่านายวงปิยะ มีพิรุธหลายอย่าง จึงได้นำตัวทั้งสองมาให้ชุดสืบสวนสอบปากคำหาสาเหตุ หลังสอบปากคำทราบว่า น.ส.รัตนาวดี และ นายวงปิยะ 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องบี แต่งงานจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มแรกทั้งสองอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่นายวงปิยะ จนกระทั่งมีลูกคือน้องบี ซึ่งปู่และย่ารักหลานมาก แต่ระยะหลังทั้งสองมักจะมีทะเลาะมีปากเสียงกัน พ่อแม่นายวงปิยะจะเข้าข้างลูก ทำให้ น.ส.รัตนาวดี อึดอัดและได้หอบลูกหนีกลับมาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ จ.อุดรธานี
พ.ต.ท.อาทิตย์ฯ กล่าวต่อไปว่า นายวงปิยะ ได้เดินทางมาง้อเมียและเยี่ยมลูกเป็นประจำ แต่มาครั้งนี้ ได้มี น.ส.นา ซึ่งเป็นคนงานในโรงเรียนของแม่นายวงปิยะ ตามมาในตอนหลังด้วย และได้ลักพาตัวน้องบีไป ซึ่งขณะสอบสวนปากคำแม่นายวงปิยะ โทรศัพท์มาหา จนในที่สุดได้สารภาพกับตำรวจว่า แม่ได้วางแผนให้ น.ส.นา ให้มาเอาน้องไบร์ทไปหาปู่และย่า จึงขอให้ทั้งสองกลับไปไกล่เกลี่ยพูดคุยกันที่บ้าน เพราะว่าทั้งสองครอบครัว ต่างรักน้องบี ทุกคน ส่วนการดำเนินคดีตำรวจยังไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.นา แต่ได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ ขอให้ตรวจสอบว่าน้องบี กลับถึงบ้านปู่ย่าหรือไม่ ถ้ายังไม่พบตัวน้องบี จะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที
ที่มา>>>ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คนกินเจถึงกับสะอึก ป้ายโชว์หรากลางร้านสะดวกซื้อ “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ”

จากกรณี ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @jamsri100 ได้ทวิตเตอร์ภาพจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีป้าย ติดอยู่บนตู้ขายอาหารเจแช่แข็ง ว่า “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ” จนทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วนั้นctffv4cueaavm4hเพจ CPALL ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า “จากกรณีพนักงานติดแผ่นป้ายในร้าน บริษัทต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ จากการตรวจสอบพบว่าข้อความและแผ่นป้ายดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อความมาตรฐานที่บริษัทจัดทำขึ้น แต่เป็นข้อความที่พนักงานร้านสาขาได้จัดทำขึ้นเองโดยพลการ เจตนาเพื่อเรียกร้องความสนใจเชิญชวนให้ลูกค้าหันมารับประทานอาหารเจเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น
แต่ด้วยความที่เป็นพนักงานใหม่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่เข้าใจในความหมายของภาษาดีพอ จึงใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ซึ่งหลังจากทราบเรื่อง บริษัทได้สั่งให้นำป้ายดังกล่าวออกทันที (29 ก.ย. 2559) และได้ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานผู้นั้นไม่ให้ดำเนินการในลักษณะเช่นนั้นอีกต่อไป รวมถึงกำชับให้ผู้จัดการร้านเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
บริษัทต้องขออภัยมาในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอน้อมรับคำตำหนิและขอขอบคุณทุกเสียงจากลูกค้าที่กรุณาสะท้อนมาให้บริษัทได้ทราบ และหากลูกค้าท่านใดพบเห็นเรื่องราวใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ ขอความกรุณาแจ้งมาที่บริษัท จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ บมจ.ซีพี ออลล์”
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หนุ่มใต้เมาปลิ้น! ควงปืนปลอมปล้นห้างโลตัสฯ เผยกระจกหล่นใส่หัวเจ็บ-ชาวบ้านจับส่งตำรวจ

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ท.ภูมิประสิทธิ์ น้อยวงศ์ สวป.สน.วังทองหลาง รับแจ้งจากศูนย์วิทยุเสรีไทย มีคนร้ายเข้าชิงทรัพย์ภายในร้านโลตัสเอ็กซ์เพรส ซอยรามคำแหง 53 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง รุดไปตรวจสอบ พบประชาชนช่วยกันจับตัวไว้ที่บริเวณหน้าร้านขณะจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ทราบชื่อต่อมาคือ นายชินดี พรมตารี อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 11 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส สภาพศรีษะแตก เนื่องจากถูกกระจกประตูอัตโนมัติของร้านโลตัสตกใส่ขณะใช้เท้าพังประตูเพื่อจะหลบหนี ตรวจสอบในกระเป๋าผ้าพบอาวุธปืนกลปลอมและมีดปลอกหมาก จึงยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นให้การวกวน ลักษณะเหมือนคนเมาสุรา อ้างว่ามีคนสั่งให้เข้าไปเอาเงินที่ร้านสะดวกซื้อแล้วจะคืนของให้ จึงตรวจปัสสาวะพบมีสีม่วง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด