แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทะเล แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

สาวแค้นจัด คว้ารองเท้าปรี่เข้าตบหน้าหนุ่มพม่าที่ขโมยรถจยย. กลางวงทำแผนฯ ตร.ห้ามวุ่น

วันที่ 18 ม.ค. พ.ต.อ.เรืองเดช สุวรรณพิกุล ผกก.สภ.ปากน้ำระนอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนร้ายขโมยรถจยย.ที่จอดอยู่ในลานจอดรถหน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง จึงสั่งการให้พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย ผะอบเพ็ชร รอง ผกก.สส.นำกำลังฝ่านสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน กำลังลักรถจยย.ฮอนด้า คลิ๊ก 110 สีขาวแดง และรถจยย.ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง โดยคนร้ายจะใช้กุญแจผีเข้ามาไขกุญแจ ก่อนจะขับหลบหนี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้นำรถจยย.ลงเรือหางยาว ข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ที่บริเวณชายฝั่งทะเล บ้านหินช้าง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ไปยังจังหวัดเกาะสอง ทันที
จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายคือนายอ่าว อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา อดีตคนขับเรือหางยาวข้ามฝาก จ.ระนอง และ จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนจะนำตัวนายอ่าว มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ลานจอดรถจักรยานยนต์หน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ โดยนายอ่าว รับสารภาพว่าตนและเพื่อนเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยจะเลือกคืนที่ฝนตกเพราะปลอดคน จากนั้นตนจะเป็นคนใช้กุญแจผีแทงบริเวณเบ้ากุญแจและบิดก่อนสตาร์ทรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนเพื่อนตนยังหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กำลังทำแผนอยู่นั้น ได้มีน.ส.นุศรา เย็นวงค์ อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ทราบข่าวว่ามีการจับกุมตัวคนร้ายได้ จึงเดินทางมาดูการทำแผน เมื่อเห็นคนร้ายนั่งอยู่บนท้ายรถกระบะ ก็ปรี่เข้าไปแล้วถอดรองเท้าตบหน้าไป 1 ที จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามปราม พร้อมบอกให้ใจเย็นๆ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หนุ่มใหญ่วัย 51 จูงมือสาววัย 15 โดดสะพานสารสิน ช่วยทันสุดยื้อชีวิตหนุ่ม

14705856981470590132lเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 ส.ค. ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ รอดสง พนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุคนกระโดดสะพานสารสิน  ซึ่งเป็นสะพานรอยต่อระหว่าง จ.ภูเก็ต-จ.พังงา จึงได้รายงานแก่ผู้บังคับบัญชา จากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยโลมาอาสา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ได้มีเรือประมงของชาวบ้านในละแวกนั้น ได้นำร่างชายหญิง 2 คน ขึ้นมาจากทะเล และนำขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพบว่าทั้ง 2 ยังคงมีลมหายใจอยู่  จึงได้ให้หน่วยกู้ภัยโลมาอาสา นำส่ง รพ.ตะกั่วทุ่ง อ.โคกกลอย จ.พังงา เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็คร่างกาย และทำการรักษา  ต่อมาทราบชื่อ คือ นายรวบ ดวงจันทร์  อายุ 51 ปี และ น.ส.ขวัญ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และต่อมา นายรวบ ดวงจันทร์ ซึ่งทางแพทย์-พยาบาล ได้ยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการสอบสวนผู้พบเห็นเหตุการณ์ ทราบว่า นายรวบ ดวงจันทร์ และ น.ส.ขวัญ (นามสมมติ) ได้ปีนขึ้นไปที่ขอบสะพาน และนั่งที่ราวสะพานด้วยกันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นได้กระโดดลงทะเลและลอยคออยู่ใต้สะพาน ขณะนั้นได้มีเรือประมงพื้นบ้านของชาวบ้านในละแวกนั้นผ่านมาพบเห็น และได้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน และพบว่าทั้ง 2 ยังคงมีลมหายใจอยู่  เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย นำส่ง รพ.ตะกั่วทุ่ง เพื่อให้แพทย์ทำการรักษา แต่ต่อมา นายรวบ ดวงจันทร์ ซึ่งทางแพทย์-พยาบาล ได้ยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน น.ส.ขวัญ (นามสมมติ) ได้รอดตายอย่างหวุดหวิด ทั้งนี้ สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
ทั้งนี้ สะพานสารสิน หรือ สะพานตำนานรักสารสิน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2516 โดย 2 หนุ่มสาวตัดสินปัญหาด้วยการใช้ผ้าขาวม้าผูกเอวติดกันกระโดดจากกลางสะพานลงสู่ทะเล  ซึ่งเป็นเรื่องราวของฝ่ายชายชื่อ “โกดำ” หรือ นายดำ แซ่ตัน เป็นคนขับรถสองแถวและรับจ้างกรีดยาง และ ฝ่ายหญิงชื่อ “อิ๋ว” หรือ น.ส.กาญจนา แซ่หงอ เป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู ทั้งคู่ถูกขัดขวางเรื่องความรัก ในที่สุดโกดำและอิ๋ว จึงตัดสินใจการกระทำดังกล่าวเพื่อฆ่าตัวตาย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อุทาหรณ์! วัยรุ่นอินเดียถ่ายเซลฟี่กับปืน ลั่นเข้าหัวตัวเองดับ

(ภาพ: gettyimages)
เกิดเหตุสลดในประเทศอินเดีย เมื่อวัยรุ่นคนหนึ่งพยายามถ่ายรูปเซลฟี่กับปืนของพ่อ แต่ทำปืนลั่นเข้าที่ศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุวัยรุ่นชายชาวอินเดียวัยเพียง 15 ปี ในรัฐปัญจาบ ทางเหนือของประเทศอินเดีย เสียชีวิตระหว่างถ่ายรูปเซลฟี่กับปืนจริง แต่พลาดทำปืนลั่น กระสุนเจาะเข้าที่ศีรษะ ถือเป็นผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างถ่ายรูปเซลฟี่รายล่าสุดในแดนภารตะ
ตามการเปิดเผยของ มาโนจ กุมาร รองผู้บังคับการตำรวจเมืองปถานคต ในรัฐปัญจาบ วัยรุ่นชายรายนี้มีชื่อว่า รามาดีป สิงห์ เขาพยายามถ่ายรูปเซลฟี่กับปืนพก .32 ของบิดาเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 เม.ย.) แต่พลาดไปเหนี่ยวไกปืน ทำให้ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ โดยจากการตรวจสอบของตำรวจพบว่า ปืนไม่ได้ใส่ระบบนิรภัย
หลังเกิดเหตุ สิงห์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และเข้ารับการผ่าตัด แต่ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติที่ได้รับการเปิดเผยในช่วงต้นปี พบว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายรูปเซลฟี่มากที่สุดในโลก โดยตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุนี้ 49 คน ในจำนวนนี้ 19 คน หรือเกือบ 40% อยู่ในอินเดีย
จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ของนครมุมไบกำหนดพื้นที่ห้ามถ่ายเซลฟี่ และสั่งให้ตำรวจเข้าไปห้ามหากพบเห็นใครกำลังถ่ายรูปเซลฟี่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งพื้นที่ริมทะเล สถานที่ถ่ายรูปเซลฟี่ยอดนิยม
ที่มา>>>Thairath

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

‘บี’ ช็อก! เจ็ตสกีดับกลางทะเล เผยนาทีเฉียดตายทั้งกลัวทั้งแดดเผา

ทำเอานางเอกสาว บี–น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ขวัญกระเจิง! หลังใช้เวลาช่วงหยุดสงกรานต์ไปเที่ยวพักผ่อน ขี่เจ็ตสกีเล่นที่ทะเลหัวหิน แต่ดั๊นเจอแจ็กพ็อต เจ็ตสกีดับกลางทะเล ทำ เอาสาว บี ตกใจสุดขีด เพราะขี่ออกไปไกลมาก ล่าสุดทีมข่าว “บันเทิงไทยรัฐ” เลยต่อสายตรงถามถึงนาทีระทึกว่ารู้สึกยังไงบ้าง? “ตกใจมากค่ะ ปกติบีไปทะเลก็จะชอบขี่เจ็ตสกีอยู่แล้ว เราก็ไปเที่ยวหัวหินค่ะ เลยให้โรงแรมดีลเช่าเจ็ตสกีให้ประมาณ 20 นาทีแต่ขี่ไปได้แค่ 10 นาทีปรากฏว่าเครื่องยนต์เกิดดับกลางทะเล สตาร์ตยังไงก็ไม่ติด ตอนนั้นก็ตกใจมาก เริ่มกังวลเพราะเราขี่ออกมาไกลมาก มองไปที่หาดเห็นโรงแรมเรานิดเดียวเท่านิ้วโป้งแล้วคิดว่าคนที่ชายหาดก็ไม่น่าจะเห็นเราด้วย เพราะอยู่ไกลมาก ก็พยายามโบกมือและตะโกนว่าช่วยด้วยๆ กรี๊ดลั่นกลางทะเลเลย เหมือนในหนัง เข้าใจเลยว่ามันน่ากลัวอย่างนี้นี่เองแต่กรี๊ดยังไงคนก็ไม่เห็น ขณะเดียวกันคลื่นมันก็ซัดเราออกไปไกลจากฝั่งเรื่อยๆมันก็ยิ่งน่ากลัว จนเวลาผ่านไปประมาณนึง คนที่ให้เราเช่าเจ็ตสกี เค้าคงสังเกตว่ามันเลยเวลาเช่ามานานแล้ว ก็เลยขี่เจ็ตสกีออกมาตามหา”
‘บี’เตรียมพร้อมก่อนซิ่งเจ็ตสกี
กลัวตายเลยมั้ย? “กลัวมาก กลัวเค้าหาไม่เจอ ไม่รู้ไป ไหน มันลอยไปกลางทะเลไปไกลเรื่อยๆ แดดตอนบ่ายก็ร้อนมากไม่มีอะไรบังด้วยโหดสุดๆ” นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์รึป่าว? “นึกถึงแม่ค่ะ และขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มีคนมาช่วยก่อนที่เราจะไปไกลกว่านี้” ทำให้เรากลัวไปเลยมั้ย? “ก็กลัว คิดว่าต่อไปจะไม่ขี่ไกลเกิน ถ้าเกิดอะไรขึ้นเจ้าของเครื่องอาจจะไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน โชคดีที่มีเวลาจำกัดว่าเราต้องเล่นแค่ 20 นาที เค้าเลยขี่ออกมาดูถ้าเค้าไม่มาตามเราอาจจะไปไกลกว่านี้ก็ได้ เหมือนดูหนังสยองขวัญเลย” ปกติเราต้องมีบัดดี้ไปด้วยมั้ย? “ไม่มีค่ะ ไปคนเดียวเลย ชอบเล่นอยู่แล้ว” ต่อว่าทางเจ้าของมั้ยว่าดูแลเครื่องยังไง? “ไม่ต่อว่าค่ะ เพราะตอนที่เค้ามาช่วย เค้ามากัน 2 คน คนขี่ดันว่ายน้ำไม่เป็น คนซ้อนโดดน้ำลงมาปรากฏว่าทำให้เจ็ตสกีคว่ำ ไม่รู้ใครจะช่วยใครตอนนั้น ก็รออีกสักพักนึงก็มีคนออกมาช่วย แล้วก็มาลากเจ็ตสกีที่คว่ำและลากของเราด้วย” ฮิมเป็นห่วงมั้ย? “เค้าก็เป็นห่วง ก็ตกใจนิดหน่อย” เค้าห้ามเราเล่นอีกเลยมั้ย? “ก็บอกว่าอย่าไปเล่นไกลมาก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมามันไม่มีคนเห็น”.
ที่มา>>>Thairath