วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

เตือนประชาชนภาคเหนือ!! ระวังอันตรายฝนตกหนัก 6 จังหวัด

วันที่ 15 ก.ย. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ ราอี” (Rai)” ฉบับที่ 21 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น“ราอี” (RAI) ได้เคลื่อนจากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง เข้าไปปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือแล้ว คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะเคลื่อนออกไปปกคลุมปะเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงแล้วจะสลายตัวไปในที่สุด
ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือมีฝนลดน้อยลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตาก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟดับทั้งวัด หลวงพี่ปีนบันไดขึ้นซ่อมพลาดถูกชอร์ตมรณภาพร่างห้อยคาเสา

 เมื่อวันที่ 14ก.ย. ร.ต.อ.สุพัฒน์ สระประโคน ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ได้รับแจ้งมีพระภิกษุถูกไฟดูดมรณภาพ ภายในวัดไทรม้าใต้ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากร.พ.ธรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต๊กตึ้ง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านและพระต่างมุงดูสภาพศพของพระภิกษุ ทราบชื่อคือพระสุขสรรค์ วังน้อย หรือพระโอ อายุ 36 ปี พระลูกวัดดังกล่าว ที่มรณภาพในสภาพแผ่นหลังและมือทั้งสองข้างมีรอยไหม้เกรียม  จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพระสุขสรรค์หรือหลวงพี่โอ ใช้บันไดไม้มาซ่อมและเปลี่ยนสายไฟที่เก่า และชำรุดบริเวณเสาไฟเลขที่ ญ109/69 ของวัด เนื่องจากไฟฟ้าในวัดดับ ขณะที่ทำการซ่อมแซมและเปลี่ยนสายไฟ ซึ่งมีความแรงของไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ อยู่นั้น เกิดพลาดถูกกระแสไฟดูดมรณภาพคาบันไดที่พาดอยู่กับเสาไฟ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบสับคัทเอาท์ไฟ ก่อนที่จะช่วยกันนำร่างที่ไร้วิณญาณของพระสุขสรรค์ลงมาข้างล่างให้แพทย์ชันสูตร
ต่อมา นายวีระ ลังโคกสูง ช่างเทคนิคสายอากาศ 5 การไฟฟ้าเขตบางใหญ่และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เดินทางมาตรวจสอบ พบว่าพระโอซ่อมแซมและเปลี่ยนสายไฟภายในกุฎิบางจุดจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะใช้บันไดไม้มาพาดยังเสาไฟต้นเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเสาเมนเส้นใหญ่ความแรง 220โวลต์ แต่เกิดพลาดท่าถูกไฟดูดมรณภาพ ส่วนสาเหตุนั้นจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

สิ้นสุดการรอคอย! เจอเจ้าของ”ลัคกีั”สุนัขซื่อสัตย์นั่งรอเจ้านายเป็นปี เผยเตรียมรับกลับบ้าน

จากกรณีสะเทือนใจคนรักสุนัข เมื่อมีผู้พบเห็นสุนัขเพศเมีย สีน้ำตาล อายุประมาณ 3 ปี นั่งมองรถที่สัญจรไปมา เพื่อรอเจ้าของ ที่บริเวณถ.สุขุมวิท สาย จันทบุรี-ตราด บ.หนองขอน ม.1 ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นที่สงสารของชาวบ้านบริเวณนั้น ตามที่”ข่าวสดออนไลน์”นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุด สังคมออนไลน์แห่แชร์ข่าวดี เมื่อมีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของสุนัขเพศเมียตัวดังกล่าวปรากฏตัวมาแล้ว โดยทางช่อง 7 สี เสนอข่าวระบุว่า นางนงลักษณ์ แก้วมาก เจ้าของสุนัขพันธุ์ผสมบางแก้ว ติดต่อมายังผู้สื่อข่าว กล่าวว่า เมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา มีคนงานจาก จ.จันทบุรี เข้ามาตัดอ้อยใกล้กับบ้านของตนที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี หลังคนงานกลับไป ปรากฏว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้คือ เจ้าลัคกี้ กับสุนัขของน้องสาวอีก 1 ตัวหายไป โดยเชื่อว่าคนงานจาก จ.จันทบุรีเป็นคนขโมยสุนัขกลับไป แต่เจ้าลัคกี้อาจจะกระโดหนีระหว่างทาง   นางนงลักษณ์ยังเผยว่า เมื่อดูภาพแล้ว สุนัขที่อยู่ในข่าวโซเชียลเหมือนเจ้าลัคกี้มาก โดยพรุ่งนี้จะให้แม่และน้องสาวไปหาสุนัขตัวนั้น หากเป็นเจ้าลัคกี้ก็จะต้องจำแม่และน้องสาวได้อย่างแน่นอน โดยตนไม่สามารถไปได้เพราะตอนนี้อยู่ที่ จ.กระบี่
“พรุ่งนี้จะลองไปดู ไปรับกลับมา ถ้าใช่ก็รับกลับมา ก็สงสารมัน เลี้ยงมันมานาน ตามหาทั่วแล้วก็ไม่เจอ” นางนงลักษณ์กล่าว
ที่มา>>>ข่าวสด

ดีเปรสชั่น ราอี อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ยังมีฝน ต้องระวังปริมาณฝนสะสม

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ 14 ก.ย. 59  พายุดีเปรสชั่นราอี” (Rai) ที่เคลื่อนผ่านจังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้ว และคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร และ เพชรบูรณ์ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จะมีฝนลดลง
ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

แพทย์เผย “น้องบอส” รู้สึกตัว-ปอดไม่ติดเชื้อ ส่งน้ำในบ่อวิทยาเขตศรีราชาตรวจพิสูจน์

กรณีการรับน้องที่คณะพาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งให้รุ่นน้องลงไปว่ายน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสีย ทำให้นายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือน้องบอส อายุ 19 ปี น้องปี 1 จมน้ำปอดติดเชื้อ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย โดยทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า เป็นสระแก้มลิงในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียและไม่ใช่กิจกรรมรับน้อง แต่เป็นกิจกรรมพี่พบน้องเพื่อ “เฉลยสายรหัส” หลังจบกิจกรรมแล้วได้ล้างตัวในสระ แต่มาเกิดอุบัติเหตุจมน้ำขึ้น พร้อมช่วยเหลือนำตัวส่งร.พ. ทางมหาวิทยาลัยพร้อมจะดูแลรับผิดชอบเต็มที่ ซึ่งจะมีการแถลงอีกครั้งในวันนี้
 ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 ก.ย. นพ.ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผอ.ร.พ.ชลบุรี กล่าวว่า น้องบอสเริ่มรู้สึกตัวได้ มีการขยับแขน ลืมตา ตรวจสอบไม่พบว่าปอดติดเชื้อ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด และใช้ยานอนหลับ ซึ่งก็ได้มีการลดปริมาณของตัวยาลง
ด้าน นายอัมพร ทองเนื้อขาว อายุ 54 ปี อดีตกำนันตำบลพนางตุง จังหวัดพัทลุง ผู้เป็นพ่อของน้องบอส กล่าวว่า ยังไม่มีรุ่นพี่เข้ามาคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีแต่เพียงคณะผู้บริหารที่เข้ามารับผิดชอบ ในเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่รู้สึกสบายใจ ถึงแม้ว่าอาการของน้องบอสจะดีขึ้น แต่ก็ยังอยากให้ทางโรงพยาบาล มีการรายงานในเรื่องของอาการเป็นระยะๆ และอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลในเรื่องของสถาบันให้มากกว่านี้ นอกจากนั้น หากน้องบอสปลอดภัย ก็จะไม่เอาผิดไม่แจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งน้ำในบ่อภายในวิทยาเขตศรีราชา ไปตรวจสอบหาเชื้อโรค โดยทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่าไม่มีการทิ้งสารเคมีลงไปในบ่อน้ำดังกล่าว และไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 น. ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวให้ทราบอีกครั้ง
ที่มา>>>ข่าวสด

เหตุการณ์ระทึก! พบหญิงสาวมีเชือกมัดมือมัดเท้า หนีออกมาขอความช่วยเหลือ

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59  ศูนย์วิทยุกู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์   ได้รับแจ้งเหตุว่า มีประชาชนพบ น้องผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี เศษ นั่งตัวสั่นงันงก สวมเสือผ้าแขนยาวสีดำ  และกางเกงวอล์มสีดำ  อยู่บริเวณไหล่ทาง ริมถนนเพชรเกษม  ไม่สวมรองเท้า  โดยไม่ทราบว่า วิ่งหนีออกมาจุดใด  แต่มานั่งอยู่ริมถนน  โดยที่ข้อมือมีเชือกสีขาวมัดมือ ทั้งสองข้าง และปลายเชือกขาดประมาณ 1 คืบ  ส่วนที่เท้า ทั้งสองข้าง ก็ถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนสีเขียว ปลายเชือกขาดประมาณ 2 คืบ  ร่องรอยเหมือนกับว่าใช้ฟันกัดเชือกแล้วหลบหนีออกมา โดยขณะเกิดเหตุ ผู้ที่พบเป็นพลเมืองดี 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมา ได้ช่วยกันปลอบประโลมให้หายตกใจ
ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อ  “บ่าวไข่ เมืองระนอง”  ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปช่วยและอยู่ในเหตุการณ์  ได้บันทึกภาพและเขียนข้อความระบุ “เป็นมายังไงผมไม่ทราบนะแต่ว่าตอนเจอมีเชือกผูกติดขาอยุ่มีรอยขาด มือสองข้างมีเชือกมัดอยุ่ ร้องไห้ตลอดเวลา และไม่ยอมให้ผุ้ชายถูกตัวเลย ตามลำตัวมีแผลคล้ายๆ โดนไฟจากบุหรี่จี้หลายจุด ตอนนี้ทราบแต่เพียงว่าเป็นชาวไทย  น่าจะมีเบื้องหลังมากมาย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัด เลยตอบได้แค่นี้ครับ ส่วนตัวผู้ป่วยตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ”
ต่อมา ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นาย ชวลิต  ทองอุปการ อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์ น.เขตบางนอน ว่า   ขณะเข้าไปทำการช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบเบื้องต้นว่า ลักษณะเหมือนกับถูกทำร้ายร่างกายมา และน่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช  โดยมีอาการผวาและกลัวคนมาทำร้าย โดยเฉพาะผู้ชาย ด้านเจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็นำส่งโรงพยาบาลอย่างเดียว และจากการซักถามพบว่าพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนจะถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ต้องรอผลตรวจจาก รพ.ระนอง ต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

หึงเมียมัวแต่เล่นเฟซ-แชทไลน์ หนุ่มใหญ่จับเมียแก้ผ้าแล้วเอาหัวโขกพื้นที่ขาดใจตายสยอง

เมื่อเวลา 11.30. วันที่ 11 ก.ย. ร.ต.อ.สุพงษ์ ทองสง่า รองสว.สส.สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีทำร้ายร่างกายกันที่ร้านจำหน่ายดอกไม้ชื่อ”ต้นนุ่นฟลาวเวอร์” ตั้งอยู่เลขที่ 118 ถนนปรมินทรมรรคา เขตเทศบาลเมืองชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร  ที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ย่านธุรกิจกลางเมืองชุมพร เปิดเป็นร้านจำหน่ายดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง และรับจัดทำนอกสถานที่ตามงานพิธีต่างๆ ภายในร้ายพบสิ่งของกระจัดกระจายไปทั่ว เมื่อขึ้นไปตรวจสอบชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนอน พบว่าประตูปิดล็อก เจ้าหน้าที่จึงพังประตูเข้าไป พบนายกิตติ เยาว์ยัง อายุ 53 ปี นั่งอยู่ในห้องในสภาพมือเปื้อนเลือด และพบศพนางสุวรรณี แซ่เอี๊ยะ หรือเจ๊คิ้ม อายุ 53 ปี มีผ้าห่มปิดคลุมร่าง  เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดดูถึงกับผงะ เพราะศพอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าเปลือยกายอยู่บนพื้นมีเลือดไหลนอง จากการชันสูตรที่ใบหน้ามีแผลฉกรรจ์เหวอะหวะ ฟันหักหลายซี่ คล้ายถูกจับกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง ตามลำตัวมีรอยเขียวช้ำหลายจุด เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นายกิตติ สามีของเจ๊คิ้มผู้ตาย ให้การว่า สาเหตุมาจากความหึงหวง เนื่องจากที่ผ่านมา ได้พบเห็นนางสุวรรณี ภรรยาชอบเล่นเฟซบุ๊คและเล่นไลน์คุยกับลูกค้าอยู่เป็นประจำจนเกิดความระแวงสงสัยทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันมาแล้วหลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุภรรยาได้ออกไปทำธุระนอกบ้านตั้งแต่เช้า แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งบอกว่าจะเอาชุดดอกไม้ไปส่งให้แก่ลูกค้า
“ผมสอบถามจนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขั้นใช้กำลังทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณชั้นล่าง โดยผมลากเมียขึ้นไปในห้องนอนที่ชั้น 2 และจับแก้ผ้าจนล่อนจ้อนแล้วเอาศีรษะโขกกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงหลายครั้งจนเสียชีวิตดังกล่าว”นายกิตติให้การ
ที่มา>>>ข่าวสด