แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้องไอซียู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้องไอซียู แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

พ.ต.ท.ตื้บเมียร่ำไห้มอบตัวยอมรับผิดเผยเครียดเรื่องเงิน-ห่วงลูกหนีจากอ้อมอก

จากกรณีนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีได้พานางอู๊ด อายุ 75 ปี เข้าเยี่ยม นางดาว (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ลูกสาว ที่เข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียูของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 4 ซี่ ปอดฉีก ม้ามแตกเลือดคั่งในสมอง หลังจากถูกสามีที่เป็นตำรวจยศ พ.ต.ท.ของ สภ.เมืองสมุทรสาครทำร้ายร่างกาย โดยนางอู๊ดกับลูกชายเดินทางจากอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มาที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือให้พาเข้าเยี่ยมนางดาว เพราะไม่กล้าไปเยี่ยมลูกสาวโดยลำพัง โดยเมื่อประมาณเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวของนางอู๊ดนั้นเคยมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ หลังจากถูกสามีทำร้ายร่างกาย ซึ่งครั้งนั้นทางมูลนิธิปวีณาฯ ประสานกับพล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม อดีต ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยไกล่เกลี่ย และทำบันทึกข้อตกลงกันไว้แล้วว่าจะแยกทางกัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.วิรัตน์ ผลพัฒนสกุลชัย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดย พ.ต.ท.บุญเรือง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนรับทราบข้อหา ด้วยใบหน้าที่เศร้าๆ และมีน้ำตาไหลออกมาว่า เหตุที่ทำลงไปเพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับภรรยา และทางฝ่ายหญิงใช้วาจาข่มขู่ว่าจะพาลูก 2 คนหนีไป เนื่องจากตนไม่ทำตามสัญญาที่จะให้ค่าเลี้ยงดูตามที่ตกลงกันไว้เดือนละ 10,000 บาท ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากตนประสบกับภาวะปัญหาทางด้านการเงิน จึงทำให้ขาดจ่ายเงินให้แก่ภรรยาในเดือนที่ผ่านมา จนกลายเป็นปัญหาและนำมาซึ่งเหตุการณ์ทำร้ายดังกล่าว พ.ต.ท.บุญเรือง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวทุกบาททุกสตางค์ แต่มาระยะหลังมีปัญหาขัดข้องทางการเงิน และมีปัญหากับภรรยาเรื่องจะพาลูกไปอีก จึงเกิดความเครียดอย่างหนักในช่วงที่ตนก่อเหตุทำร้ายภรรยานั้น เป็นช่วงเช้าที่กำลังแต่งตัวจะออกมาทำงาน แต่ภรรยาซึ่งอยู่ที่บ้านพักของศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 60 จังหวัดสมุทรสาคร โทรมาบอกว่าให้อยู่คุยกันก่อน แล้วก็มาคุยเรื่องเงินกับเรื่องจะพาลูกหนีไปจากตน ซึ่งตนเองเป็นคนที่รักและห่วงลูกมาก ไม่ต้องการให้ลูกทั้ง 2 คน ขาดเรียน โดยเรื่องเงินตนก็บอกว่าจะหามาให้ แต่อย่าเอาลูกหนีไปไหน ซึ่งก็คุยกันอยู่นาน แต่ไม่รู้เรื่อง จนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น
“โดยในส่วนตัวนั้นก็พร้อมที่จะรับโทษทุกอย่างตามกฎหมาย และไม่คิดที่จะหนีไปไหน เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งให้มาให้ปากคำตนก็พร้อมเสมอ หลังก่อเหตุก็รู้สึกเครียดมาก จึงได้ไปทำบุญตามวัดต่างๆ และยังคงปกปิดไม่ให้ลูกรู้ความจริงว่า แม่ถูกตนเองทำร้าย ซึ่งก็วอนสื่อช่วยในเรื่องนี้ด้วย เพราะสงสารจิตใจเด็ก หากจะรู้ว่าพ่อเป็นผู้ทำร้ายแม่ ยิ่งช่วงนี้ใกล้วันแม่แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกสงสารลูกมากขึ้น” พ.ต.ท.บุญเรือง กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า ในด้านของการดำเนินคดีทางวินัยนั้น ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยของ พ.ต.ท.บุญเรือง เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ส่วนการสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีทางอาญานั้น ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส” และ พรบ.ครอบครัวด้วย พร้อมกันนี้ก็ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลคุ้มครองภรรยา ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตามคำร้องขอของผู้เป็นแม่ของผู้บาดเจ็บ แต่จากการประเมินสถานการณ์เชื่อได้ว่า จะไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นอีก และในส่วนของ พ.ต.ท.บุญเรือง นั้น ก็มาเข้าให้ปากคำแต่โดยดี ตามที่ผู้บังคับบัญชามีหนังสือสั่งการ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แม่ร้อง ‘ปวีณา’ ช่วยลูกสาวถูกผัวยศสารวัตรซ้อมจนปอดฉีก-เลือดคั่งสมอง

 เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 ส.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เดินทางมาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมกับนางอู๊ด อายุ 75 ปี และลูกชาย เพื่อเข้าเยี่ยมดูอาการขอนางดาว นามสมมติ อายุ 51 ปี ลูกสาวของนางอู๊ดที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เพราะถูกสามียศพันตำรวจโท ทำร้ายร่างกายจนซี่โครงหัก 4 ซี่ ปอดฉีก ม้ามแตก เลือดคั่งในสมอง โดยมีพล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครเข้าเยี่ยมด้วย นางปวีณา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ส.ค. นางอู๊ดกับลูกชาย เดินทางจากอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว มาที่มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความช่วยเหลือจากตน ให้พาเข้าเยี่ยมนางดาวลูกสาว เพราะไม่กล้าไปเยี่ยมลูกสาวโดยลำพัง เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยหรือไม่มีโอกาสเข้าเยี่ยม โดยลูกสาวของนางอู๊ดนั้น เคยถูกสามีที่เป็นตำรวจของสภ.เมืองสมุทรสาคร ยศพันตำรวจโททำร้ายร่างกาย และเคยเข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งในขณะนั้นทางมูลนิธิฯ ประสานกับ พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม อดีต ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ซึ่งก็ได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยไกล่เกลี่ย และทำบันทึกขอตกลงกันไว้แล้วว่าจะแยกทางกัน โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานกับทางหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นางดาวได้รับการคุ้มครอง แต่หลังจากนั้นเมื่อประมาณปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่านางดาวถูกสามีทำร้ายร่างกายจนม้ามแตก ซี่โครงหัก เลือดคั่งในสมอง อาการบาดเจ็บสาหัส พล.ต.ต.สรศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับ พ.ต.ท.พิบูลย์ ธนิตกุล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร และพ.ต.ท.วิรัตน์ ผลพัฒนสกุลชัย พนง.สอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เป็นผู้รับผิดชอบควบคุมการสอบสวนในคดีนี้แล้ว ก็สั่งการพิเศษ 2 เรื่องคือ เรื่องของการสอบสวนคดีอาญา และการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดทางวินัยข้าราชการ โดยทำควบคู่กันไป เพื่อให้ผลการสอบสวนออกมาอย่างถูกต้อง เป็นธรรมและรวดเร็ว ซึ่งในนิสัยส่วนตัวของสารวัตรฯ คนนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องสอบสวนกันอย่างละเอียด แต่นิสัยการทำงานนั้น จากการรายงานของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน พบว่าเป็นผู้ที่ทำงานได้อย่างดี มีความรับผิดชอบ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายเสมอ
ด้าน นพ.รณชัย กัณหสุวรรณ นายแพทย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร แพทย์ผู้ดูแลนางดาว เปิดเผยอาการของผู้ป่วยว่า ขณะนี้อาการของนางดาวยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งสภาพยังถือได้ว่าบาดเจ็บสาหัส โดยคาดว่าจะต้องทำการรักษาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน
ทั้งนี้ หลังจากที่นางปวีณา หงสกุล พานางอู๊ดเข้าเยี่ยมลูกสาวในห้องไอซียูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พาไปแจ้งความเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งตลอดเวลาที่นางอู๊ดเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวและเข้าแจ้งความนั้น ก็อยู่ในอาการซึมเศร้า มีน้ำตาแห่งความเป็นแม่ที่ห่วงลูกไหลออกมาตลอดเวลา และขอร้องให้ทุกฝ่ายช่วยลูกสาวของตนเองด้วย พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ
สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโทรายนี้ อายุ 49 ปี เป็นสารวัตรชำนาญการ สภ.เมืองสมุทรสาคร อยู่ร่วมกับนางดาว ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จนมีบุตรด้วยกัน 2 คน ซึ่งปกติสารวัตรคนนี้ เป็นผู้มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี แต่เมื่อยามอยู่บ้านจะชอบดื่มสุรา และพอเมาแล้วก็จะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับภรรยาเป็นประจำ และใช้กำลังทำร้าย โดยก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งสองมีปากเสียงกันรุนแรง จนภรรยาต้องพาบุตรหนีออกจากบ้านไป แต่ทางสารวัตรก็ตามไปง้อจนกลับมาอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งมามีเหตุรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้น
ที่มา>>>ข่าวสด