แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เส้นเลือด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เส้นเลือด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ฝีเกิดจากอะไร ทำไมถึงห้ามบีบ เอง?

 มีใครเคยเป็น “ฝี” กันบ้างไหมเอ่ย ? ใครที่ยกมืออาจจะเข้าใจประสบการณ์การความทรมานที่เคยเป็นฝีได้ดี ตุ่ม ๆ กดแล้วเจ็บ เหมือนสิวแต่ไม่ใช่สิว และที่สำคัญ หากมีหนองขึ้นมายิ่งเจ็บ ยิ่งหายยาก หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นสิวขนาดใหญ่ และลงมือบีบหนองเอง แต่อันที่จริงแล้วหากเป็นฝี ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีจะดีที่สุด เพราะการรักษาเองโดยไม่ถูกวิธี เสี่ยงอักเสบ เป็นแผลใหญ่ และอาการหนักรักษายากกว่าเดิม

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

อาหารที่ควร-ไม่ควรกิน หากเสี่ยงเป็น "โรคเกาต์"

กรดยูริกในเลือดที่สูง นอกจากจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคเกาต์,โรคนิ่ว และโรคไตอักเสบแล้ว อาจมีผลต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาหูอื้อ เสียงดังในหู และบ้านหมุนได้ โดยจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงประสาทหูและอวัยวะทรงตัวได้น้อย จึงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัวได้

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

จริงหรือไม่? “ยาฉีด” หายเร็วกว่า “ยากิน”


หลายคนที่ไม่สบาย แล้วอยากให้ไข้ลดลงเร็วๆ อาจมีการกราบกรานอ้อนวอน ขอให้หมอช่วยฉีดยาให้ ด้วยคิดว่ายาฉีดออกฤทธิ์แรงกว่า เร็วกว่า แล้วหลังจากนั้นก็จะขอยาฉีดอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าราคาจะสูงกว่ายากินก็ตาม แต่ก็คิดเสียเองว่า เป็นไข้เมื่อไร ยาฉีดเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ เรื่องนี้จริงหรือไม่

ยาฉีด VS ยากิน
จริงๆ แล้ว ยาฉีด กับยากิน หากมีระดับยาที่เท่ากัน จะออกฤทธิ์ได้เท่ากัน ต่างกันเพียงระยะเวลาในการออกฤทธิ์ ซึ่งโดยหลักการใช้ยาแล้ว แพทย์จะคำนึงถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ในการเลือกชนิดยาให้กับผู้ป่วย มากกว่ามุ่งเป้าไปที่การออกฤทธิ์เร็วแต่เพียงอย่างเดียว การใช้ยากิน จึงค่อนข้างปลอดภัยกว่า
อันตรายจากยาฉีด
แม้ยาฉีดจะออกฤทธิ์เร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย เพราะเมื่อฉีดยาเข้าเส้นเลือด ยาจะเข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที หากพบว่าผู้ป่วยแพ้ยา หรือได้รับยาผิด ก็จะมีอาการผิดปกติอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่ายากินมากเช่นกัน
นอกจากนี้ ยาฉีดยังมีราคาสูงกว่ายากิน นอกจากจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในเรื่องของยาโดยใช่เหตุแล้ว เราควรเตือนตัวเองว่า ยาฉีดอันตรายมากกว่ายากิน
ผู้ป่วยขอยาฉีดกับหมอเองได้หรือไม่?
การขอยาฉีดนั้น ควรพิจารณาโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อการใช้ยาอย่างปลอดภัย และคุ้มค่า
 ดังนั้นครั้งหน้า อย่าคิดไปเองว่าต้องเป็นยาฉีดเท่านั้นถึงจะรักษาหาย ให้แพทย์เป็นผู้พิจารณายาที่เหมาะสมในการรักษาให้เราเองจะดีกว่าค่ะ
ที่มา:sanook

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

หญิงพิการกับเจ้าปิแรส สุนัขซื่อสัตย์ ทั้งสองชีวิตขาดกันไม่ได้ขอตายพร้อมกัน

วันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท หลังเข้าไปมอบข้าวสารอาหารแห้งให้แก่ นางสาวสมคิด แซ่อึ้ง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 ตำบลเด่นใหญ่ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท และทราบว่าเป็นหญิงพิการอยู่บ้านเพียงลำพัง กับสุนัข 1 ตัว ที่บ้านหลังเล็กๆเก่าๆผุพัง  จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ พบว่านางสาวสมคิด เป็นผู้พิการแขนและขา ซีกขวา สามารถดูแลตัวเองได้ แต่ใช้แขนขาเพียงข้างเดียว และต้องดูแลสุนัขคู่ชีวิตอีกตัวชื่อ “ปิแรส” (มาจากชื่อนักฟุตบอล โรแบร์ ปิแรส)นางสาวสมคิด แซ่อึ้ง เล่าว่า สาเหตุที่ทำให้ร่างกายพิการเกิดจากเมื่อ 9 ปีก่อน ขณะนั่งซักผ้าอยู่ เกิดอาการไม่รู้สึกตัวปากเบี้ยว พูดไม่ได้ และไม่สามารถช่วยตัวเองได้ คิดว่าเกิดจากเส้นเลือดในสมองแตก สามีจึงไปขอให้เพื่อนบ้านที่มีรถยนต์พาไปส่งโรงพยาบาล แต่เหมือนตายไปแล้วกี่เดือนก็ไม่รู้ พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่สามารถขยับแขนขาข้างขวาได้ หลังจากป่วยได้ประมาณ 4 ปี ได้บอกกับสามีว่าถ้าอยากมีภรรยาใหม่ให้มีไปเสียเถอะ ถ้าอยู่กับเราไม่ได้ดีขึ้นมา จากนั้นเขาก็ไปมีภรรยาใหม่แล้วย้ายไปอยู่ด้วยกัน นานๆ ทีเขากลับมาเยี่ยมบ้าง ส่วนตนเองมีลูก 2 คน หญิง 1 คน ชาย 1 คน ทั้งสองคนมีครอบครัวแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด นานๆจึงจะกลับมาครั้งหนึ่ง  ปัจจุบันอาศัยอยู่คนเดียว กับเจ้าปิแรส  สุนัขแก่พันธุ์ไทย เพศผู้ อายุประมาณ 15 ปี เจ้าปิแรสสมัยหนุ่มๆ เป็นสุนัขที่ดุมาก กัดทุกคนที่เข้ามาในบริเวณบ้าน มีคนถูกกัดแล้วประมาณ 20 คน ตอนนี้แก่แล้ว “บอกว่าอย่าไปทำอะไรเขา เขาเอาของมาให้เดี๋ยวอดกินนะ” เขาเชื่อฟังไม่ค่อยกัดคนแล้ว  เรื่องอาหารการกิน เรากินอะไรเขาก็กินด้วยทุกอย่าง ทั้งผัดผัก ต้ม แกง ปลาร้า บางวันไม่มีอะไรกิน มีไข่ลูกหนึ่งก็แบ่งกันคนละครึ่งคลุกข้ากิน
ถ้าไม่มีเขาเราลำบาก ช่วงค่ำมักมีงูเห่าเลื้อยเข้าบ้าน ปิแรสจะจัดการให้ กัดงูตายหมดไม่มีรอดไปสักตัว จนลูกตาเสียไปข้างหนึ่งเลย พิษงูคงเข้าตา พูดถึงถ้าไม่มีเขาเราคงถูกงูกัดตายไปแล้ว  และทุกวันจะนอนเฝ้าอยู่หัวนอนเมื่อ 4 ปีก่อนตอนที่สามีไปมีภรรยาใหม่ ลูกจะพาไปอยู่ด้วย แต่ก็อยู่กับลูกไม่ได้ คิดถึงเขา เพราะเราไม่อยู่กลัวเขาดูแลไม่ดี เพื่อนบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านโทรบอกว่าให้กลับมาบ้านเหอะ ปิแรสผอมแย่แล้ว พอค่ำก็ออกไปหอนเดินหาตามถนน คิดว่าเขาตามหาเราเหมือนกัน เลยต้องกลับมาอยู่ด้วยกัน
บางครั้งก็นั่งน้ำตาตก แขนใช้ได้ข้างเดียว ทำงานไม่สะดวกเหมือนก่อน เดินก็ไม่ได้ นึกอีกทีเมื่อเรายังไม่ตายต้องสู้ต่อไป เคยบอกปิแรส ว่าเราต้องตายพร้อมกันนะ “ถ้าเขาไปก่อนเราก็ต้องอยู่คนเดียว ถ้าเราไปก่อนเขาจะอยู่กับใครก็ไม่รู้”
ที่มา>>>ข่าวสด