วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เตรียมประกาศใช้ชื่อ ถนนเทพรัตน์ แทน ถ.บางนา-ตราด อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทล.จะเปลี่ยนชื่อถนนบางนา-ตราด เป็นถนนเทพรัตน์ ว่า ถนนดังกล่าวที่มีระยะทางรวมประมาณ 70 กม. เริ่มตั้งแต่แยกบางนาไปจนถึงจังหวัดชลบุรี เดิมไม่มีชื่อเป็นทางการ มีเพียงเลขที่ทางหลวงเท่านั้น แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกกันทั่วไปว่าถนนบางนา-ตราด จนติดปาก และคิดว่าเป็นชื่อของถนน
ต่อมาเมื่อช่วง 2 ปีก่อนสมัยที่ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีกลุ่มคนเข้ามาเสนอขอให้มีการตั้งชื่อถนนเป็นเทพรัตน์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามฯ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็รับเรื่องไว้ และส่งให้ ทล. พิจารณาดำเนินการต่อ โดย ทล. ได้ทำเรื่อเสนอขอพระราชทานชื่อเป็นถนนเทพรัตน์ ซึ่งเมื่อ 2-3 เดือน ก่อนสมเด็จพระเทพฯ ทรงอนุญาต โดยทล. จะประกาศชื่อเป็นทางการและทำการติดตั้งป้ายชื่อเป็นทางการให้ประชาชนได้รับทราบทั่วกัน
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พระเจ้าช่วย! รถติดห้าแยกลาดพร้าว 4 ชั่วโมง รถขยับแค่ 5 เมตร #น้ำท่วมกรุง

หลังจากฝนถล่มกรุงเทพฯอย่างหนักช่วงเย็นวันที่ 3 ต.ค. จนเกิดน้ำท่วมขังสูงหลายพื้นที่ โดยมีการแชร์โพสต์ของคุณ Nuttharudee Non ซึ่งรถติดอยู่ที่เดอิมนาน 4 ช.ม. ไม่ขยับไปไหนเลย14470438_1377531695590690_915251829041249035_n โดยระบุว่า กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง….! #ไม่เป็นไรน้ำมันเต็มถัง ยาวๆไปคืนนี้ #น้ำรอการระบาย #รอระบายยันเข่า #จะโดนเรียกไปปรับทัศนคติไหม?
14590515_10209738643297060_1407956235438998210_n
3 ชั่วโมงผ่านไป นอนสิ รอไร ตอนนี่เริ่มปวดฉี่ละ
หลังจากที่นางรอในห้างอยู่ 4 ชั่วโมง ขณะนี้นางตัดสินใจซื้อของที่นางอยากได้ พร้อมกับข้าว และน้ำ ตัดสินให้เดินมาจากเซนทรัลเพื่อมาเปลี่ยนขับ และดินเนอร์กับเมียบนรถท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอีกรอบ #รอดตายแล้วววว มีคนช่วยมาเปลี่ยนขับ #4ชั่วโมงกับ 5 เมตร
ที่มา>>>ข่าวสด

บีทีเอส แจงเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง เหตุมีคนดึงอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินโดยไม่มีเหตุอันควร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.31 น. บีทีเอส ได้รายงานผ่านทวิตเตอร์ว่า รถไฟฟ้าขัดข้องระหว่างสถานีกรุงธนบุรีกับสถานีสะพานตากสินกำลังทำการแก้ไข ขบวนรถจะล่าช้า 10 นาที ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาการเดินทาง
ต่อมา ได้รายงานผ่านทวิตเตอร์อีกครั้งเมื่อเวลา 18.30 น.ว่า สาเหตุการขัดข้องเกิดจากการดึงอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินจากโดยไม่มีเหตุอันควร ในกรณีต้องการความช่วยเหลือสามารถกดปุ่มติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ในขบวนรถครับ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สติ๊กเกอร์”พ่อพรหม”ให้โชค รตอ.ถูกรางวัลที่1รวย6ล้าน ซื้อแผงเดียวกับแม่ค้ารวย24ล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี และแม่ค้าขายน้ำพริกในตลาดวิเชียรบุรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ต.ค.2559 ได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสองคน 30 ล้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่านายตำรวจที่โชคดีคือ ร.ต.อ.ดำรงพล ศิริรัตน์โสภา อายุ 42 ปี รองสว.สส.สภ.วิเชียรบุรี โดยร.ต.อ.ดำรงพลกำลังพาครอบครัวมาเปลี่ยนยางรถยนต์เพื่อเตรียมที่จะเดินสายทำบุญไหว้พระ
ร.ต.อ.ดำรงพลกล่าวว่า เมื่อหลายเดือนก่อนตนได้รับสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถรูปหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จึงได้นำมาติดกระจกหน้ารถไว้ และก่อนวันหวยออกไม่กี่วัน ขณะที่ตนกำลังขับรถอยู่นั้นได้มองไปที่สติ๊กเกอร์ได้มองเห็นตัวเลข 102 จึงคิดว่าหลวงพ่อท่านให้โชค จึงไปหาซื้อล็อตเตอรี่ที่ลงท้ายด้วย 102 หาจนทั่วตลาดก็ไม่ได้ ตนจึงอธิฐานว่าหากหลวงพ่อจะให้โชคก็ขอให้หาซื้อได้
 “กระทั่งมาร้านสุดท้ายเหลือเพียง 1 คู่คือหมายเลข 877102 ซึ่งเลขชุดนี้มี 5 คู่ ส่วนอีก 4 คู่ได้มีแม่ค้าน้ำพริกในตลาดซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว ตนจึงซื้อและใส่กระเป๋าตังค์เก็บไว้ กระทั่งวันหวยออกก็ไม่ได้ใส่ใจ พอช่วงเย็นเพื่อนได้ส่งไลน์มาให้ดูตนเห็นว่ามีเลขที่ลงท้ายด้วย 102 ตนจึงนำออกมาตรวจก็พบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 6 ล้าน จึงนำข่าวดีไปบอกครอบครัวและได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.วิเชียรบุรี
ร.ต.อ.ดำรงพลกล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดเลยและได้ขับรถผ่านพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งเป็นพระธาตุที่ชาวจังหวัดเลยให้ความเคารพเป็นอย่างมากและเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ จึงพาเข้าไปสักการะพร้อมกับอธิฐานว่าภายใน 3 เดือนนี้ขอให้มีโชคซึ่งซึ่งมีโชคดังคำอธิฐานก็จะนำต้นผึ้งไปถวาย ซึ่งก็ปรากฏว่ายังไม่ถึงเดือนตนก็มาโชคดีถูกรางวัลที่ 1 ดังกล่าว วันนี้จึงได้นำรถมาตรวจเช็คสภาพและเปลี่ยนยางใหม่เพื่อเตรียมพาครอบครัวเดินทางแก้บนและทำบุญตามที่ได้อธิฐานไว้
ด้านแม่ค้าขายน้ำพริกที่โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ถึง 4 คู่เป็นเงิน 24 ล้าน ทราบแต่เพียงชื่อว่านางอุไร อายุประมาณ 45 ปี สามีชื่อนายแว่น ไม่ทราบนามสกุล มีอาชีพขายแกงถุงและน้ำพริกอยู่ในตลาดอำเภอวิเชียรบุรี โดยขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านปรากฎว่าบ้านปิดไม่มีใครอยู่บ้าน สอบถามจากเพื่อนบ้านทราบว่าได้มีรถเก๋งสีขาวไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนมารับไปตั้งแต่เช้า คาดว่าจะเป็นญาติมารับตัวไปที่กรุงเทพฯ
แม่ค้ารายหนึ่ง ซึ่งขายของอยู่ใกล้กัน เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นางอุไรขายน้ำพริกและแกงถุงมีลูกค้าประจำจำนวนมาก เพราะทำอร่อย อีกทั้งมีนิสัยชอบทำบุญหากวัดไหนมีงานก็จะนำอาหาร ผลไม้ ไปออกโรงทางเป็นประจำและคัดเลือกแต่อาหารและสิ่งของดีๆ ไปทำบุญ ทั้งๆตัวนางอุไรและนายแว่นฐานะไม่ได้ถึงขั้นร่ำรวย ในวันหวยออกเมื่อนางอุไรได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลตามที่หมอนัดก่อนที่หวยจะออก ไม่ได้เป็นลมเพราะถูกหวยแต่อย่างใด และหลังจากหวยออกนางอุไรก็ไม่ได้ประกาศตัวว่าถูกรางวัลที่ 1 แต่อย่างใดยังคงทำตัวปกติ แต่วันนี้ไม่ได้ออกมาขายแกงและน้ำพริกเหมือนเช่นเคย ทราบข่าวแต่เพียงว่าญาติที่อยู่กรุงเทพฯมารับตัวไปตั้งแต่เช้าแล้ว
ที่มา>>>ข่าวสด

รถทัวร์เบรกไหม้-พุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อแบบเต็มๆที่ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พ.ต.ท.นุวัฒน์ จัตุรัส สารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ปรับอากาศ 2 ชั้นสีเขียว-ขาว วิ่งโดยสารประจำทางสายพัทยา–อุบลราชธานี ทะเบียน 10–7650 นครราชสีมา พุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ คนขับรถทัวร์ได้รับบาดเจ็บติดภายใน
เหตุเกิดบนถนนสาย 304 (ศรีมหาโพธิ – กบินทร์บุรี) เลยหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส(สาขาศรีมหาโพธิ)มาเกือบ 200 เมตร หมู่10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรีจึงรายงานผู้บังคับบัญชาและไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจรพบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ ด้านหน้ากระจกแตกยุบเข้าหาตัวรถ ผ้าเบรกกลิ่นไหม้พร้อมควันโขมง หน่วยกู้ภัยได้รับใช้เครื่องดับเพลิงสารเคมีพ่นใส่ ป้องกันไฟลุกไหม้ ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นคนขับคือนายยุทธ เย็นสูงเนิน อายุ 27 ปี โชเฟอร์รถทัวร์ติดภายในหน้ารถขาผิดรูป เนื่องจากแรงกระแทก หน่วยกู้ภัยได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำส่ง รพ.ศรีมหาโพธิ ก่อนหน้านี้
นายชาญชัย ไพรศรี อายุ 19 ปี เด็กรถซึ่งนั่งข้างที่นั่งคนขับ ให้การว่า รถทัวร์ออกเดินทางมาจากพัทยา มีผู้โดยสารมาเต็มคันทั้งหมด 35 คน มุ่งหน้าไป จ.อุบลราชธานี มาถึงที่เกิดเหตุ ถนนแคบรถทัวร์ได้พุ่งชนท้ายรถคันหน้าที่วิ่งในเลนเดียวกันอย่างแรง จนหน้ายุบคนขับรถทัวร์ได้รับบาดเจ็บส่วนผู้โดยสารทั้งหมดปลอดภัย เบื้องต้นคาดระบบเบรกรถทัวร์วิ่งทางไกลมีปัญหา
ที่มา>>>ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ดราม่าไม่จบ! ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ฯ โวยซ้ำเติมผู้ประกอบการ ด้านหนุ่มเจ้าของรูปโผล่แจง

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจากกรณี “แชร์ภาพก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้ปริมาณน้อย ไม่สมกับราคา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาบนโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ P U T H ? @Puthiput ได้โพสต์ภาพและข้อความตำหนิร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิร้านหนึ่ง ที่ให้ปริมาณน้อยไม่สมกับราคาที่ต้องจ่ายไป” img_2362-horzนายอำนาจ โนนปภักดี หรือ ที่รู้จักกันในนาม ป๋ายักษ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้าน ‘ป๋ายักษ์’ กล่าวกับทีมงาน “ข่าวสด” ว่า ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไม่ทราบว่าร้านใดที่มีการขายราคาเกินจริง เพราะเบื้องต้นไม่มีการระบุชื่อของร้านไว้ ส่วนร้านของ ‘ป๋ายักษ์’ ไม่มีการขายราคาเกินจริงอย่างแน่นอน เพราะเนื่องด้วยมีลูกค้าที่ทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมานานมากมาย และในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะไม่ทานอาหารที่มีราคาแพง และไม่ทราบว่าการที่เผยแพร่ข่าวบนโลกออนไลน์แบบนั้นผู้เผยแพร่ต้องการอะไรจากการกระทำดังกล่าว เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการให้เสียหาย จากกรณีดังกล่าวทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
ด้านร้อยตรีไพโรจน์ คนึงทรัพย์ เลขานุการกรม สำนักงานเลขานุการกรมคุ้มครองผู้บริโภค ลงตรวจสอบพื้นที่และทดลองรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร้าน‘ป๋ายักษ์’ สืบเนื่องจากที่มาการร้องเรียน พบว่า มีการติดราคาที่ชัดเจนและปริมาณเหมาะสมกับราคา พร้อมกับสอบถามประชาชนที่มาทานก๋วยเตี๋ยวร้าน ‘ป๋ายักษ์’ พบว่าราคาเหมาะสมและปริมาณไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งราคาก๋วยเตี๋ยวเรือร้าน ‘ป๋ายักษ์’ อยู่ที่ 12 บาท น้ำเปล่าราคาขวดละ 8 บาท
ร้อยตรีไพโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากร้าน ‘ป๋ายักษ์’ ยังตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้านอื่นๆ ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เบื้องต้น ไม่พบราคาที่เกินจริง ราคาขายส่วนใหญ่อยู่ที่ 12-14 บาท ไม่มีราคา 15 บาทดังที่เป็นข่าว การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องปรามการการปริมาณสินค้า และราคาเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์ P U T H ซึ่งเป็นผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ทวิตอีกครั้ง เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า “ภาพที่เห็นและปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นเกาเหลา และในวันนั้น ได้สั่ง เกาเหลา 5 ชามเป็นเส้นเล็ก 4 ชาม รวม 9 ชามทาน 2 คน ทั้งนี้ ยังได้ระบว่า ไม่ได้บอกว่าชามละ 15 บาท แต่มีคนเอาราคา 216 บาท ไปหาร และไม่ได้ระบุชื่อร้าน สาเหตุที่ถ่ายรูปเพราะปริมาณอาหารที่ได้มีเท่านั้นพร้อมส่งให้เพื่อนดูว่า ได้เท่านี้จริงหรือ พร้อมกับได้ทวิตลงไป โดยไม่มีมีเจตนาร้องเรียน”n0bg9mbg91a2fxznu5zi5qcgc-horzscreenshot-2602
ที่มา>>>ข่าวสด

คนกินเจถึงกับสะอึก ป้ายโชว์หรากลางร้านสะดวกซื้อ “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ”

จากกรณี ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @jamsri100 ได้ทวิตเตอร์ภาพจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีป้าย ติดอยู่บนตู้ขายอาหารเจแช่แข็ง ว่า “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ” จนทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วนั้นctffv4cueaavm4hเพจ CPALL ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า “จากกรณีพนักงานติดแผ่นป้ายในร้าน บริษัทต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ จากการตรวจสอบพบว่าข้อความและแผ่นป้ายดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อความมาตรฐานที่บริษัทจัดทำขึ้น แต่เป็นข้อความที่พนักงานร้านสาขาได้จัดทำขึ้นเองโดยพลการ เจตนาเพื่อเรียกร้องความสนใจเชิญชวนให้ลูกค้าหันมารับประทานอาหารเจเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น
แต่ด้วยความที่เป็นพนักงานใหม่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่เข้าใจในความหมายของภาษาดีพอ จึงใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ซึ่งหลังจากทราบเรื่อง บริษัทได้สั่งให้นำป้ายดังกล่าวออกทันที (29 ก.ย. 2559) และได้ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานผู้นั้นไม่ให้ดำเนินการในลักษณะเช่นนั้นอีกต่อไป รวมถึงกำชับให้ผู้จัดการร้านเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
บริษัทต้องขออภัยมาในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอน้อมรับคำตำหนิและขอขอบคุณทุกเสียงจากลูกค้าที่กรุณาสะท้อนมาให้บริษัทได้ทราบ และหากลูกค้าท่านใดพบเห็นเรื่องราวใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ ขอความกรุณาแจ้งมาที่บริษัท จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ บมจ.ซีพี ออลล์”
ที่มา>>>ข่าวสด