แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความดันโลหิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความดันโลหิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

ดื่มน้ำเยอะๆ ดีต่อร่างกายจริงหรือ?

“ดื่มน้ำเยอะๆ” มักเป็นหนึ่งในคำแนะนำจากแพทย์ รวมไปถึงผู้ที่ดูแลสุขภาพทั้งหลาย เพราะเชื่อว่าการดื่มน้ำเยอะๆ จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่คำแนะนำที่ผิดอะไร

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"ความดันโลหิตสูง" ส่งผลต่อ "สมรรถภาพทางเพศ" อย่างไรบ้าง?


  • ผู้ที่มีค่าความดันโลหิตที่มากกว่า 180/110  มม.ปรอท  ถือว่ามีความดันโลหิตสูงระยะรุนแรง และผู้ที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ได้แม้จะได้รับการรักษาแล้ว อาจต้องงดการมีเพศสัมพันธ์หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ใช้แรง เนื่องจากอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต

  • ผู้ที่ความดันโลหิตสูงมาก หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ  เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด อาจต้องคำนึงถึงความถี่ของการมีเซ็กส์ ไม่เกิน 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และควรทำเพียงท่ามาตรฐานเท่านั้น งดท่าพิสดารที่ต้องใช้แรงมาก

  • การพูดคุยกับแพทย์ถึงผลกระทบจากยารักษาโรคความดันโลหิตสูง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด  จะช่วยป้องกันปัญหาหัวใจวายขณะมีเพศสัมพันธ์ได้

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562

“น้ำเซเลอรี่” กับประโยชน์-โทษที่ควรทราบก่อนดื่ม

“น้ำเซเลอรี่” หรือน้ำขึ้นฉ่ายคั้นสดกำลังเป็นที่นิยมของสายเฮลธ์ตี้ทั้งหลายในขณะนี้ โดยได้รับการแนะนำต่อๆ กันมา รวมถึงโฆษณาว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้พลังงานต่ำ และสารอาหารสูง จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก แต่ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มาก ก็ยังมีโทษที่ควรทราบก่อนซื้อมาดื่มกันด้วย

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

เห็ด กับ 6 ประโยชน์ขั้นเทพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน


หลายประเทศทั่วโลก นำเห็ดมาทำเป็นอาหารและยารักษาโรคกันตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว จนปัจจุบันเห็ดเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงนับพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในแต่ละปีมีการเพาะเห็ดกันเป็นจำนวนถึง 900 ปอนด์ ประเทศที่มีการเพาะเห็ดกันมากที่สุดก็คือจีน

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561

3 วิธีลด “โซเดียม” ในร่างกายฉบับด่วนจี๋ หลังทานเค็มมากโดยไม่ได้ตั้งใจ


“เมื่อคืนแอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก่อนนอน ตื่นมาเลยหน้าบวมเลย” สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนอาจเคยประสบกับปัญหานี้ ยิ่งใครที่ต้องทำงานที่ใช้รูปร่างหน้าตาอยู่ทุกวี่ทุกวันด้วยแล้วล่ะก็ ตอนนั่งแต่งหน้าอาจจะสังเกตได้ชัดเลยเชียวว่าหน้าบวมขึ้น เป็นเหตุมาจากการทานอาหารที่มีโซเดียมสูงไปเมื่อคืนก่อนนั่นเอง
การทานอาหารรสเค็มจัด หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง อาจส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณมากกว่าแค่หน้าบวม เพราะอาจทำให้เกิดอาการใจเต้นแรง และเร็ว ไม่ได้บวมแค่หน้า แต่บวมไปทั้งตัว ไปจนถึงไม่สามารถหลับได้สนิทในตอนกลางคืน เป็นผลมาจากความดันโลหิตที่อาจพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ทานอาหารที่มีโซเดียมสูงนั่นเอง (จะยิ่งมีอาการอื่นๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณมีโรคประจำตัวอย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหัวใจ เป็นต้น) แต่หากเผลอทานเข้าไปแล้ว แค่นั่งรู้สึกผิดคงไม่ทำให้ร่างกายของเราดีขึ้น เรามาลดปริมาณโซเดียมในร่างกายกันแบบด่วนๆ กันดีกว่า

  1. ดื่มน้ำตามมากๆ
จากคำแนะนำของ Brierley Horton ผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการของเว็บไซต์ Cooking Light.com อาหารรสเค็ม รวมไปถึงอาหารรสจัด จะทำให้ไตของคุณทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นการดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายมากขึ้นอีกเล็กน้อบ จะช่วยให้ไตของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และของเหลวที่เพิ่มมากขึ้นในร่างกายยังช่วยไม่ให้ร่างกาย และใบหน้าของคุณบวมอีกด้วย 
  1. ออกกำลังกาย
ยังไม่สายไปที่จะกินแล้วรีบออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานจากอาหารเหล่านั้นออกไปซะ โดยเฉพาะการลดโซเดียมที่จะถูกร่างกายขับออกมาผ่านเหงื่อที่ไหลออกมาระหว่างการออกกำลังกายนั่นเอง อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำก่อน และระหว่างออกกำลังกายด้วยล่ะ

  1. กินกล้วย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากล้วยมีประโยชน์ในแง่ของการเข้าไปช่วยลดปริมาณโซเดียมในร่างกายได้ เพราะกล้วยมีโพแทสเซียมที่ช่วยจัดการกับโซเดียมส่วนเกินในร่างกายนั่นเอง ถ้าไม่ชอบทานกล้วย จะเลี่ยงมาเป็นถั่วขาว ผักใบเขียว หรือมันฝรั่งก็ได้ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคไตควรระวังการทานอาหารที่มีโพสแทสเซียม เพราะอาจรบกวนการทำงานของไตได้ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทาน

ใครที่มีอาการอย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรก ว่าหากทางอาหารรสเค็ม หรืออาหารรสจัด แล้วมีอาการต่างๆ มากกว่าแค่หน้าบวม เช่น ตัวบวม ใจเต้น ใจสั่น ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทางออกให้กับร่างกายของตัวเองอย่างถูกต้อง เพราะคุณอาจมีปัญหาในการรับโซเดียมที่ทำให้หัวใจ ไต ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบอื่นๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปก็ได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าประมาทเด็ดขาด
ที่มา:sanook