แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

9 อาหารที่ผู้ป่วย “วัณโรคปอด” ควรหลีกเลี่ยง

 นอกจากจะมีอาหารที่ควรกินแล้ว ผู้ป่วยวัณโรคปอด ยังมีอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงด้วย


วัณโรคปอด คืออะไร

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า วัณโรค หรือ TB คือโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรียมทูเบอร์ คูโลซิส วัณโรคสามารถเป็นได้ทุกส่วนของอวัยวะทั่วร่างกาย และบริเวณที่ติดเชื้อวัณโรคบ่อยที่สุดก็คือปอด ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่า ฝีในท้อง แต่ก็สามารถติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกายได้เช่นกัน เช่น ในกระดูก ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง หรือสมอง 


การติดต่อของโรควัณโรคปอด

วัณโรคแพร่เชื้อโดยการไอ จาม ฝอยละอองเสมหะที่ออกมาจากปอดของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคและผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคก็คือผู้ที่หายใจรับเชื้อวัณโรคที่ล่องลอยในอากาศเข้าสู่ปอด 


อาการของผู้ป่วยวัณโรคปอด

อาการของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดมีหลายอาการ และสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยวัณโรคปอดมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว คือ ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร สาเหตุของการเบื่ออาการก็คือ ผลจากโรคและผลข้างเคียงจากยา ต่อมรับรสผิดปกติ มีเสมหะ ไอ เหนื่อย 


ผู้ป่วยวัณโรคปอด เสี่ยงขาดสารอาหาร

รวมทั้งดื่มน้ำมากเกินไปทำให้อิ่มน้ำ ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะทุพโภชนาการ ร่างกายขาดสารอาหาร ส่งผลให้อาการของโรคและอาการแพ้ยารุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่


นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนนั้น ผู้ป่วยวัณโรคปอดควรเลือกรับประทานอาหารในหมู่ต่างๆ ดังนี้ 


  • หมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ เต้าหู้ ช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีน ในการฟื้นฟูเสริมสร้างภูมิต้านทาน 
  • หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง ข้าวโพด เผือก มัน ฟักทอง น้ำตาลควรเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ขัดสี เช่นข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เพราะมีวิตามินบีสูงช่วยลดอาการชาปลายมือปลายเท้าและเพิ่มความอยากอาหาร 
  • หมู่ที่ 3 และ 4 พืชผักและผลไม้ต่างๆ ควรเลือกรับประทานให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารต่างๆ ตลอดจนเสริมสร้างภูมิต้านทาน ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ  
  • หมู่ที่ 5 น้ำมัน ไขมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งให้พลังงานสูง สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย ควรเลือกบริโภคน้ำมันที่มีกรดไขมันดี เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด 


อาหารที่ผู้ป่วย “วัณโรคปอด” ควรหลีกเลี่ยง


ถ้าผู้ป่วยวัณโรคปอดมีอาการไอ และมีเสมหะ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้


  1. เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ 
  2. ของทอด ของมัน 
  3. กะทิ
  4. น้ำเย็น 
  5. น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง อาทิ น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว 
  6. อาหารที่มีแก๊สสูง เช่น ของดอง ถั่ว น้ำอัดลม 
  7. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 
  8. อาหารที่มีกลิ่นแรง
  9. อาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 

หากผู้ป่วยวัณโรคปอดสามารถปฏิบัติตนโดยรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูจากโรคและมีสุขภาพแข็งแรง


Cr.sanook

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

5 วิธีลด "ความดันสูง" ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องกินยา

 อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่คนไทยเป็นกันมาก คือ “ความดันโลหิตสูง” มักพบในวัยทำงานไปจนถึงวัยชรา คนที่มีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และคนที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" กินดิบ-ต้มสุก อันตรายต่างกันอย่างไรบ้าง


มีใครชอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบบ้าง จริงๆ แล้วกินได้แต่มีอันตรายอยู่บ้างหากกินมากเกินไป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” เป็นอาหารที่มีติดบ้านอยู่ทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาปกติที่เราจะหยิบมากินเป็นอาหารมื้อเย็น มื้อดึก หรือเป็นอาหารยามลำบาก ด้วยราคาย่อมเยา หาซื้อง่าย และเก็บไว้ได้นาน

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

กิน "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" อย่างไร ไม่ให้เสียสุขภาพ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มักถูกมองว่าเป็นอาหารไร้ประโยชน์ ไร้คุณค่าทางสารอาหาร ไม่ควรกินบ่อย และยังให้โทษต่อร่างกายหากรับประทานมากเกินไปอีกด้วย แต่หากชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากจริงๆ เรามีวิธีกินให้ได้ประโยชน์ ได้คุณค่าทางสารอาหารมากขึ้นมาฝาก

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561

3 วิธีลด “โซเดียม” ในร่างกายฉบับด่วนจี๋ หลังทานเค็มมากโดยไม่ได้ตั้งใจ


“เมื่อคืนแอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก่อนนอน ตื่นมาเลยหน้าบวมเลย” สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนอาจเคยประสบกับปัญหานี้ ยิ่งใครที่ต้องทำงานที่ใช้รูปร่างหน้าตาอยู่ทุกวี่ทุกวันด้วยแล้วล่ะก็ ตอนนั่งแต่งหน้าอาจจะสังเกตได้ชัดเลยเชียวว่าหน้าบวมขึ้น เป็นเหตุมาจากการทานอาหารที่มีโซเดียมสูงไปเมื่อคืนก่อนนั่นเอง
การทานอาหารรสเค็มจัด หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง อาจส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณมากกว่าแค่หน้าบวม เพราะอาจทำให้เกิดอาการใจเต้นแรง และเร็ว ไม่ได้บวมแค่หน้า แต่บวมไปทั้งตัว ไปจนถึงไม่สามารถหลับได้สนิทในตอนกลางคืน เป็นผลมาจากความดันโลหิตที่อาจพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ทานอาหารที่มีโซเดียมสูงนั่นเอง (จะยิ่งมีอาการอื่นๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณมีโรคประจำตัวอย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหัวใจ เป็นต้น) แต่หากเผลอทานเข้าไปแล้ว แค่นั่งรู้สึกผิดคงไม่ทำให้ร่างกายของเราดีขึ้น เรามาลดปริมาณโซเดียมในร่างกายกันแบบด่วนๆ กันดีกว่า

  1. ดื่มน้ำตามมากๆ
จากคำแนะนำของ Brierley Horton ผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการของเว็บไซต์ Cooking Light.com อาหารรสเค็ม รวมไปถึงอาหารรสจัด จะทำให้ไตของคุณทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นการดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายมากขึ้นอีกเล็กน้อบ จะช่วยให้ไตของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และของเหลวที่เพิ่มมากขึ้นในร่างกายยังช่วยไม่ให้ร่างกาย และใบหน้าของคุณบวมอีกด้วย 
  1. ออกกำลังกาย
ยังไม่สายไปที่จะกินแล้วรีบออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานจากอาหารเหล่านั้นออกไปซะ โดยเฉพาะการลดโซเดียมที่จะถูกร่างกายขับออกมาผ่านเหงื่อที่ไหลออกมาระหว่างการออกกำลังกายนั่นเอง อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำก่อน และระหว่างออกกำลังกายด้วยล่ะ

  1. กินกล้วย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากล้วยมีประโยชน์ในแง่ของการเข้าไปช่วยลดปริมาณโซเดียมในร่างกายได้ เพราะกล้วยมีโพแทสเซียมที่ช่วยจัดการกับโซเดียมส่วนเกินในร่างกายนั่นเอง ถ้าไม่ชอบทานกล้วย จะเลี่ยงมาเป็นถั่วขาว ผักใบเขียว หรือมันฝรั่งก็ได้ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคไตควรระวังการทานอาหารที่มีโพสแทสเซียม เพราะอาจรบกวนการทำงานของไตได้ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทาน

ใครที่มีอาการอย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรก ว่าหากทางอาหารรสเค็ม หรืออาหารรสจัด แล้วมีอาการต่างๆ มากกว่าแค่หน้าบวม เช่น ตัวบวม ใจเต้น ใจสั่น ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทางออกให้กับร่างกายของตัวเองอย่างถูกต้อง เพราะคุณอาจมีปัญหาในการรับโซเดียมที่ทำให้หัวใจ ไต ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบอื่นๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปก็ได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าประมาทเด็ดขาด
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

จริงหรือมั่ว? แว๊กซ์ในถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อันตรายต่อร่างกาย


หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องบรรจุภัณฑ์ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วย โดยเฉพาะถ้วยกระดาษ ที่มีการเคลือบแว็กซ์ หรือขี้ผึ้งเอาไว้กันรั่วซึม แต่หากเราทานเจ้าขี้ผึ้งนี้เข้าไปในร่างกายนานๆ อาจเข้าไปเคลือบกระเพาะอาหารของเรา และทำอันตรายต่อสุขภาพของเราได้นั้น ความจริงเป็นเช่นไร  มีคำตอบมายืนยันค่ะ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วย มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ด้านในหรือไม่?
ก่อนที่จะไปถึงคำตอบที่ว่า ขี้ผึ้งเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราหรือไม่นั้น ต้องดูก่อนว่าในบรรจุภัณฑ์อาหารที่เราทาน มีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ด้านในจริงหรือไม่ ทั้งนี้คำตอบของเจ้าของผลิตภัณฑ์กล่าวไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของว่า ถ้วยของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นถ้วยกระดาษลามิเนตพลาสติกชนิด PE Food Grade (Polyethylene) ไม่มีการเคลือบแว๊กซ์ หรือขี้ผึ้งแต่อย่างใด ส่วนที่เห็นลื่นๆ ด้านในถ้วย เป็นพลาสติกชนิดทนร้อน ที่ใส่ไว้ด้านในของถ้วยเพื่อทำให้ถ้วยคงรูป และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองว่าใช้กับอาหารได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถนำเข้าเตาไมโครเวฟได้อีกด้วย

ชนิดของภาชนะสำหรับบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วย
โดยทั่วไปแล้ว ชนิดของภาชนะสำหรับบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วยมีด้วยกัน 3 แบบ คือ
1. ถ้วยพลาสติก PP (Polypropylene) ขึ้นรูปโดยการหลอมเม็ดพลาสติก PP Food Grade แล้วยิงขึ้นรูปถ้วย  พลาสติกประเภทนี้สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดนการเติมน้ำร้อนหรือน้ำธรรมดาและเข้าไมโครเวฟก็ได้  ถ้วยพลาสติกมีความแข็งแรงง  ป้องกันความชื้นและกลิ่นได้ดี

2. ถ้วยโฟม PS (Polystyrene)  ขึ้นรูปโดยการหลอมพลาสติก PS แล้วขึ้นรูปถ้วย ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเม็ดโฟมเล็กๆ เกาะกันแน่น มีข้อดีคือ เป็น ฉนวนความร้อน  เมื่อชงน้ำร้อนในบะหมี่แล้ว  บะหมี่จะร้อนนาน ผู้ถือถ้วยจะไม่รู้สึกร้อน อย่างไรก็ตามถ้วยโฟมไม่สามารถทนความร้อนระดับ 100 องศาเซลเซียสได้ จึงไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ยังมีข้อเสียของบรรจุภัณฑ์โฟมอีกหลายประการ คือ เป็นขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยวิธีทางชีวภาพโดยจุลินทรีย์  ยังไม่มีวิธีรีไซเคิลที่เหมาะสม  (นักวิชาการประเมินว่าต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย) นอกจากนี้ถ้วยโฟมพิมพ์สีภายนอกได้ไม่สวยงาม จึงต้องอาศัยการหุ้มด้วยพลาสติกอีกชั้นหนึ่งเพื่อเป็นพื้นที่ฉลากอาหาร

3. ถ้วยกระดาษลามิเนตพลาสติกชนิด PE (Polyethylene)  ขึ้นรูปโดยการพ่นพลาสติก PE Food Grade เป็นฟิลม์เคลือบบนผิวกระดาษด้านในของถ้วย  ถ้วยชนิดนี้เมื่อเติมน้ำร้อนยังสามารถถือถ้วยได้โดยไม่ร้อนมือ เพราะถ้วยออกแบบให้ปลอกกระดาษชั้นนอกที่พิมพ์ฉลากสวมทับไว้ ทำให้เป็นฉนวนอากาศป้องกันไม่ให้ความร้อนในถ้วยออกไปสู่ภายนอก สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้  และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะใช้เวลาย่อยสลายน้อยกว่าถ้วยชนิดอื่น อย่างไรก็ตามถ้วยอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไอน้ำ จึงควรถือถ้วยอย่างระมัดระวัง

ขี้ผึ้ง เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารได้หรือไม่?
หากรับประทานอาหารอื่นๆ ที่บรรจุภัณฑ์มีการเคลือบขี้ผึ้งอยู่จริงๆ อยากแจ้งให้ทราบว่า ขี้ผึ้งมีชนิดที่สามารถรับประทานได้อยู่ด้วย เช่น ขี้ผึ้งที่ใช้ในการเคลือบผักและผลไม้ เพื่อยืดระยะเวลาการเก็บรักษาให้ยาวนาน ป้องกันโรคราและแมลง รักษาน้ำหนัก รสชาติ และการสูญเสียวิตามิน ดังนั้นหากเลือกรับประทานจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตอย่างถูกต้อง ก็ขอให้มั่นใจได้ว่าเป็นขี้ผึ้งที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างที่กลัวกัน

รู้อย่างนี้แล้ว ก็ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันอย่างสบายใจได้เลยนะคะ แต่ถ้าจะให้ดีอย่าทานติดต่อกันเป็นประจำจะดีกว่า เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และหากต้องทานจริงๆ ควรเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยการเติมผัก เนื้อสัตว์ ไข่ และอื่นๆ ได้ตามใจชอบค่ะ
ที่มา:sanook