แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตาบอด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตาบอด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564

เล่นมือถือนานๆ เสี่ยง “ตาบอด” ได้หรือไม่?

 หลายคนอาจทราบดีว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ส่งผลเสียต่อดวงตา จึงควรลดการใช้เวลาจ้องหน้าจอลงในแต่ละวัน แต่ถ้าจ้องมองหน้าจอมากๆ จะมีอันตรายถึงขั้น “ตาบอด” ได้เลยหรือไม่ มีคำตอบจาก อ.พญ.วฎาการ วุฒิศิริ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาฝากกัน

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563

วิธีใช้ “คอนแทคเลนส์” ให้ถูกวิธี ลดเสี่ยงเชื้อโรค



 สมัยนี้คอนแทคเลนส์ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีการผลิตคอนแทคเลนส์ ที่มีสีสันหลากหลายและสามารถเพิ่มขนาดของตาดำได้ ทำให้หลายคนโดยเฉพาะสาวๆ หันมาใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อความสวยงามมากขึ้น แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า คอนแทคเลนส์ไม่ได้มีแค่แบบสีเท่านั้น แต่ยังมีแบบใสสำหรับคนที่มีค่าสายตาสั้น เอียง และยาวอีกด้วย

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สุดเวทนา!หนุ่มใหญ่ขาขาดลูกเมียทิ้งเก็บขยะขาย อีกรายยายตาบอดอยู่กับลูก-หลานในบ้านใกล้พัง

 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์บรรเทาทุกข์ศิษย์วัดจันทร์ว่า มีชาวบ้านหมู่ที่ 12 ต.บ้านโตก 2 รายได้รับความเดือดร้อน โดยรายแรกถูกตัดขาทิ้ง 1 ข้าง ถูกลูกเมียทิ้งเลี้ยงชีพโดยเก็บขยะขาย ต้องอาศัยทำเพิงซุกหัวนอนในที่ของคนอื่น ส่วนอีกรายเป็นหญิงชราตาบอดมากว่า 20 ปี อาศัยอยู่ภายในบ้านที่ทรุดโทรมใกล้พัง วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ จึงเดินทางไปตรวจสอบ รายแรกพบนายองค์อาจ เกตุศรีสังข์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 30 หมู่ 12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ สภาพร่างกายพิการขาขวาขาดลงมาใต้เข่าเล็กน้อย เนื่องจากป่วยเป็นโรคเบาหวาน ส่วนข้างซ้ายก็มีแผลที่เกิดจากเบาหวานต้องใช้ผ้าพันไว้เช่นเดียวกัน อาศัยอยู่ในเพิ่งที่มุงด้วยสังกะสีเก่าๆ พื้นและฝาทำจากฟากไม้ไผ่ นายองค์อาจ เกตุศรีสังข์ กล่าวว่า เมื่อก่อนตนมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง มีภรรยา และลูกชาย 1 คน ต่อมาได้ล้มป่วยเป็นโรคเบาหวาน จึงไม่สามารถทำงานได้ยังต้องถูกตัดขาขวาไปอีก 1 ข้าง ส่วนข้างซ้ายก็เป็นแผลเรื้อรังต้องไปให้หมอที่อนามัยล้างเป็นประจำ จึงทำงานอื่นไม่ได้เลย ซ้ำร้ายภรรยายังหนีแยกทางไป ส่วนลูกชายตอนนี้อายุ 20 ปี ก็หนีตนเองไปอยู่ที่อื่นอีก ตนจึงต้องมาขออาศัยคนที่รู้จักที่ใจบุญ ปลูกเพิงอาศัยเป็นที่ซุกหัวนอน ส่วนห้องน้ำเจ้าของบ้านสร้างให้ตามอัตภาพ โดยใช้ผ้าใบเป็นฝากั้นไม่ให้ใครมองเห็น
“ถึงแม้ร่างกายจะไม่อำนวยและไม่มีใครดูแลง ก็ไม่ท้อขี่รถจักรยานยนต์ออกหาเก็บขยะนำมารวบรวมไว้ 3-4 วัน ก็นำไปขายได้ครั้งละ 100-200 บาท พอเป็นค่าใช้จ่ายซื้ออาหารประทังชีวิตไปวันๆ แต่ถ้าหากถูกตัดขาอีกข้าง ซึ่งผมก็คิดว่าน่าจะถูกตัดอย่างแน่นอน เมื่อนั้นคงจะลำบากมากกว่านี้” นายองค์อาจ กล่าว
รายที่สองที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 12 ต.บ้านโตกพบน.ส.โตบัว อายุ 61 ปี อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวยกสูง มุงหลังคาสังกะสี ฝา และพื้นบ้านทำจากฟากไม้ไผ่ ลักษณะบ้านเอนไปด้านหลัง ต้องใช้ไม้ค้ำยันไว้
น.ส.โตบัว กล่าวว่า เดิมตนเป็นชาวจังหวัดกำแพงเพชร ย้ายมาอยู่กับสามีที่บ้านหลังดังกล่าว ต่อมาสามีเสียชีวิต ตนก็ยังอาศัยอยู่ที่เพชรบูรณ์มีลูกด้วยกัน 2 คน แยกไปมีครอบครัวแล้ว 1 คน ส่วนอีกคนเป็นลูกสาว มีครอบครัวและมีลูก 3 คน แต่ก็ยังอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน โดยมีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน สำหรับบ้านที่อาศัยหลังนี้ปลูกอยู่ในที่ดินของน้องชายสามี ซึ่งให้อยู่อาศัยโดยไม่คิดค่าเช่า แต่ขณะนี้บ้านทรุดโทรมเป็นอย่างมาก โดยบ้านเอนไปด้านหลังต้องใช้ไม้ค้ำยัน เพราะเกรงว่าจะพังลงมา เมื่อเร็วๆ นี้มีพายุฝนทั้งลมพัดแรงฝนตกหนักบ้านโอนเอนลูกๆ หลาน ๆพากันกระโดดหนีลงจากบ้าน เพราะเกรงว่าบ้านจะพัง ส่วนห้องน้ำก็ต้องเดินไปใช้กับญาติ ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 40 เมตร หากฝนตกได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
ด้านพระอาจารย์อ๊อด เจ้าอาวาสวัดจันทร์นิมิต ต.บ้านโตก ในฐานะประธานศูนย์บรรเทาทุกข์ศิษย์วัดจันทร์ กล่าวว่า จากการพิจารณาการช่วยเหลือในกรณีนายองค์อาจ เกตุศรีสังข์ ในเบื้องต้นจะได้ซ่อมแซมบ้านให้สามารถป้องกันแดดฝนได้ รวมทั้งซ่อมแซมอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ อีกทั้งดูแลในการเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และหากผู้ยากไร้รายนี้ต้องการความช่วยเหลือสิ่งใดเพิ่มเติมก็จะพิจารณาช่วยเหลือต่อไป
ส่วนกรณีของน.ส.โตบัว คงจะต้องรื้อและสร้างบ้านให้ใหม่เนื่องจากบ้านใกล้จะพังแล้ว อีกทั้งอยู่กันอย่างแออัดถึง 6 ชีวิต รวมทั้งยังจะได้สร้างห้องน้ำให้อยู่ใกล้ๆ บ้านเพื่อความสะดวกของผู้ยากไร้รายนี้ ซึ่งเจ้าของที่ดินก็อนุญาตให้สร้างได้ ดังนั้น จึงบอกบุญมายังผู้ใจบุญที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั้งสองรายหรือรายอื่นๆ ที่ขอความช่วยเหลือมายังศูนย์ฯทั้งสิ่งของเครื่องใช้หรือปัจจัยสามารถเดินทางมาบริจาคได้ที่วัดจันทร์นิมิต ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ หรือจะโอนเงินเพื่อสมทบทุนในการช่วยเหลือสามารถโอนผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเทสโก้ โลตัส ท็อปแลนด์เพชรบูรณ์ “วัดจันทร์นิมิต” เลขที่บัญชี 706-0-13692-1 หรือจะสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 081-0386841
ที่มา>>>ข่าวสด