แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องสำอาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องสำอาง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565

เตือนภัย “คลอรีน” ผสมน้ำอาบ เสี่ยงผิวหนังไหม้ได้

 อย. เตือนอันตรายจากการผสมสารละลายสีม่วง รวมถึงผงคลอรีนลงไปในน้ำเพื่อใช้อาบ อ้างสรรพคุณช่วยให้ผิวขาวขึ้น แต่จริงๆ แล้วเสี่ยงผิวหนังไหม้รุนแรง และอาจระคายเคืองดวงตาและระบบทางเดินหายใจได้

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564

อันตรายจาก "สบู่ผสมสารต้านแบคทีเรีย"

 อย. ระบุว่า สบู่ผสมสารต้านแบคทีเรียถึงอาจจะส่งผลเสียต่อเราได้ หากใช้บ่อยหรือมากเกินความจำเป็น

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า สบู่ เป็นผลิตภัณฑ์ใช้ทำความสะอาดร่างกายในชีวิตประจำวัน สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีกว่าการใช้น้ำเพียงอย่างเดียว ซึ่งการใช้ในวัตถุประสงค์ทำความสะอาดจึงจัดเป็นเครื่องสำอาง ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายได้ผสมสารต้านแบคทีเรียลงไปในสบู่ โดยอ้างว่าสามารถทำความสะอาดผิวได้ดีขึ้น เนื่องจากสารต้านแบคทีเรียจะช่วยทำลายเชื้อโรคที่อยู่บนผิวหนัง

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564

แพทย์เตือน “สารปรอท” ในเครื่องสำอาง/ครีมบำรุง เสี่ยงอันตราย

 กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เตือนอันตรายจากสารปรอท พบได้มากในการผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563

โควิด-19: “เจลล้างมือ-แอลกอฮอล์” แบบไหน ฆ่าเชื้อไวรัสได้จริง

เจลล้างมือ-แอลกอฮอล์ ที่ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากกว่า 70% อย. ยัน ไม่ได้ห้ามผลิต นำเข้า หรือขายเจลล้างมือแอลกอฮอล์ แต่ผู้ประกอบการผลิต หรือผู้ที่ทำเจลล้างมือใช้เองต้องทำให้มีปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่า 70%

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562

กินเจ VS กินมังสวิรัติ ต่างกันอย่างไร ?

เข้าเทศกาลกินเจทีไร เราก็ต้องเริ่มเตรียมหาของกินมาตุนเอาไว้ที่บ้าน เตรียมถือศีลคิดดีพูดดี และทำตัวให้คุ้นชินกับการงดรับประทานเนื้อสัตว์ แต่การกินเจไม่ใช่เพียงแต่งดเนื้อสัตว์เท่านั้น เพราะกินเจ กับกินมังสวิรัติยังมีข้อแตกต่างอื่น ๆ ที่ควรทราบ

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

"แพ้เครื่องสำอาง" ไม่ได้มีแค่ผื่นหรือสิว แต่อาจถึงชีวิตได้

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ แนะ ก่อนเลือกใช้เครื่องสำอางควรมีการศึกษาทำความเข้าใจ และทดสอบให้ดีก่อนใช้ทุกครั้ง

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ดวงประจำวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560 ราศีใดเฮงสุดๆได้ลาภทรัพย์สิน/งาน+รักรุ่งอีก-ราศีใดมีคดี

ดวงใครดวงมัน
หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว)
ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค.
ท่านจะทำเครื่องประดับเครื่องสำอางหรือเครื่องใช้สอยต่างๆ ที่สวยงามสูญหาย อารมณ์ไม่ค่อยดีมักโกรธโดยง่าย ผู้คนในบ้านทำอะไรพลการไม่บอกกล่าวท่าน เสียเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนหนึ่ง อาจมีคดีความ
ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย.
ท่านทำการงานและเรื่องต่างๆ ได้ดีตลอดวัน ดวงจันทร์โคจรในราศีเกิดของท่านจนค่ำ จะได้ลาภจากญาติผู้ใหญ่ที่เป็นสตรี ท่านจะเข้าใจผิดเรื่องราวบางอย่างจนอาจได้รับความเสียหาย ท่านคิดว่ามีบางคนรักท่าน
ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค.
ท่านไม่ค่อยสบายเล็กน้อยหรือมีอุบัติเหตุ เช่น หกล้มตกบันไดหรือมีของหนักๆ ทับ เป็นต้น ดวงจันทร์ย้ายเข้าราศีมิถุน 19.06 น. อาจมีอาการคล้ายความดันสูง ญาติผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุนำลาภมาให้
ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค.
ท่านมีความมานะพยายามในการทำงานต่างๆ จนได้รับความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม แต่ค่าใช้จ่ายยังสูงอยู่ มีลาภลอยอย่างสม่ำเสมอ บริวารที่เป็นเด็กเล็กอาจหนีไปเที่ยวตามลำพัง เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียหาย
ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.
ท่านทำกิจการใดที่ยากเกินไปหรือมีอุปสรรคมาก จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่มีวุฒิภาวะสูง ซึ่งสามารถแก้ปัญหาให้ท่านได้โดยทันที ไม่ควรต่อความยาวสาวความยืดกับคนแปลกหน้า ได้รับชำระหนี้
ราศีกันย์ เกิดตั้งแต่ 17 ก.ย.-16 ต.ค.

ท่านทำกิจการงานต่างๆ สำเร็จ ด้วยความรู้ความสามารถของตนเองเป็นส่วนใหญ่ จะซื้อเครื่องสำอางหรือเครื่องประดับโดยหลงเชื่อคำโฆษณาสินค้า บริวารของญาติมิตรจะหลบหนีมาขออาศัยอยู่กับท่าน
ราศีตุล เกิดตั้งแต่ 17 ต.ค.-15 พ.ย.
ท่านอาจเกิดทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกับผู้ใกล้ชิด และญาติมิตรเก่าแก่แม้แต่พี่น้องของท่านเอง ไม่ควรเข้าหุ้นส่วนเพื่อ เสี่ยงโชคกับผู้อื่น เพื่อนที่คบกันมาแต่เก่าก่อนนำโชคลาภมาให้
ราศีพิจิก เกิดตั้งแต่ 16 พ.ย.-15 ธ.ค.
ท่านจะหวังพึ่งพาอาศัยผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ได้เลย ได้ข่าวดีเกี่ยวกับหน้าที่การงานของท่าน บริวารหรือคนรับใช้ที่อ่อนกว่าทำให้วิตกกังวล โดยเฉพาะพวกเด็กเล็กอาจหายไปจากบ้านหรือมีการตกน้ำ
ราศีธนู เกิดตั้งแต่ 16 ธ.ค.-14 ม.ค.
ท่านได้ลาภเป็นบ้านเรือนไร่นาสวน ได้รับคำมั่นสัญญาที่เชื่อถือได้ คนโสดจะพบความรักอันจีรังยั่งยืน หรือได้ลาภที่เป็นหลักฐานมั่นคง ได้สิ่งที่เป็นหลักทรัพย์ ทำงานสำเร็จเพราะความพยายาม
ราศีมังกร เกิดตั้งแต่ 15 ม.ค.-12 ก.พ.
ท่านมีศัตรูที่มานะพยายามทำร้ายท่านด้วยวิธีต่างๆ ได้เครื่องประดับตกแต่งอันสวยงามมีราคา เช่น ทองรูปพรรณ ท่านชาวราศีนี้ที่ดวงดีมากๆ จะได้รับวัตถุมงคลอันประเสริฐมีค่าหายาก มักเชื่อคำยุยง
ราศีกุมภ์ เกิดตั้งแต่ 13 ก.พ.-14 มี.ค.
ท่านมีศัตรูเบ็ดเตล็ดต่างๆ ที่กระทำต่อท่านได้แต่เพียงด่าทอติฉินนินทาเท่านั้น ท่านไม่ควรเอาใจใส่ต่อคนที่หาค่ามิได้เช่นนี้ บริวารของเพื่อนบ้านจะหนีมาขออาศัยท่านอยู่ ท่านควรระวังการมีความคิดที่จะใช้เงินออม
ราศีมีน เกิดตั้งแต่ 15 มี.ค.-12 เม.ย.
ท่านมักมีอารมณ์ไม่ค่อยดีมักโกรธง่าย แต่เพื่อนบ้านที่เจ็บไข้ก็จะได้รับความช่วยเหลือจากท่าน จะซื้อสิ่งของสวยงามและเครื่องประดับต่างๆ ด้วยความเกรงใจญาติมิตร หรือเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน คนโสดพบรัก
ที่มา:ข่าวสด
สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เพื่อนเผยโพสต์สุดท้ายก่อนหนุ่มเกียรตินิยมดับ ใกล้ทางขึ้นภูเขาทอง วัดสระเกศ แม่เผยลูกชายเก็บความรู้สึก

กรณีนายนราวุฒิ พวงเกษร อายุ 28 ปี บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 คณะบริหารธุรกิจ ม.กรุงเทพ เสียชีวิตอย่างปริศนา บริเวณทางขึ้นภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(วัดภูเขาทอง) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ฟันธงสาเหตุการตาย เผยผู้ตายมีโลกส่วนตัวสูง และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจคราบเลือด ลายนิ้วมือแฝงบนระฆัง พร้อมจำลองพฤติกรรมที่เกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบวงจรปิดจับภาพผู้ตายเดินจงกรมบริเวณ หอระฆัง พร้อมทำท่าเหมือนนกบิน ขณะที่แม่ชีได้ยินเสียงกรีดร้อง และระฆังดังเป็นจังหวะ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่สน.สำราญราษฏร์ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.สำราญราษฏร์ ร.ต.อ.อานนท์ ไทรด้วง รองสว.(สอบสวน) สน.สำราญราษฏร์ เรียกนางอำไพ พวงเกษร อายุ 54 ปี มารดาของนายนราวุฒิ พร้อมด้วยพี่ชายของผู้เสียชีวิต เข้าพบเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่โดยในเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง นางอำไพ กล่าวว่า นายนราวุฒิเป็นลูกชายคนเล็กจากลูกทั้ง 3 คนของตน ซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 1 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และกำลังจะรับปริญญา ในช่วงระหว่างรอรับปริญญาตนจึงให้ลูกชายมาช่วยดูแลธุรกิจครอบครัว คือร้านอาหารลูกชายมีหน้าที่ดูแลในส่วนของเคาน์เตอร์ ส่วนตนดูแลเรื่องภายในห้องครัว ในวันเกินเหตุ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ตามจริงแล้วลูกชายตนมีนัดต้องไปงานแต่งงาน เพื่อนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเวลา 19.00 น. ซึ่งมีการจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วด้วย แต่จู่ๆลูกชายก็มาบอกว่าไม่ไปแล้ว ต่อมาในเวลา 4 ทุ่มลูกชายมาขอเงินตน 500 บาท แล้วไม่ได้ติดต่อลูกชายอีกเลย ก่อนที่ตนจะมาทราบข่าวว่า ลูกชายเสียชีวิตแล้ว
นางอำไพ กล่าวต่อว่า ปกติลูกชายตนเป็นคนร่าเริงและชอบทำบุญ แต่ตนกับลูกชายพักอาศัยอยู่คนล่ะบ้าน เลิกงานแล้วก็จะแยกย้ายกลับบ้านกันเลย ดังนั้นเวลามีปัญหาอะไรลูกชายมักจะไม่เล่าให้ฟัง แต่ตนรู้ดีว่าลูกชายตนมีนิสัยคล้ายผู้หญิง ชอบซื้อเครื่องสำอางมาแต่งหน้า แค่หยดน้ำร้อนกระเด็นใส่แขนเขายังร้อง จนบ้านแทบแตก ตนจึงไม่เชื่อว่าลูกชายตนจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีพิสดารแบบนี้ ตนกังวลว่าลูกชายจะถูกคนที่แอบขึ้นไปนอนอยู่ข้างบนนั่น แอบทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เพราะลูกชายของตนไปตีระฆังเสียงดัง แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกล้องวงจรและอธิบายถึงแนวทางการสอบสวนแล้วนั้น ตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ เพราะเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของตำรวจ คงเป็นเพราะลูกชายของตนตั้งใจที่จะฆ่าตัวตายเองจริง และมีการวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้ว
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตตั้งแต่มัธยมต้น อายุ 26 ปี เปิดเผยว่า เพื่อนตนเป็นคนร่าเริง และชอบทำบุญอย่างมาก แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้กังวลใจ ผู้ตายก็จะแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน และชอบเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว โดยผู้ตายโพสต์ข้อความสุดท้ายไว้ในเฟซบุ๊คในวันที่ 14 ส.ค. เวลา 21.19 น. มีข้อความว่า “หากเรารู้วันสุดท้ายในชีวิต และสามารถขออะไรก็ได้ เราจะขออะไรจากพรวิเศษเหล่านั้น”
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ได้อธิบายแนวทางการสอบสวนให้แม่ผู้เสียชีวิตฟังแล้วนั้น แม่ผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทิ้งแนวทางการสอบสวน หากกว่าในระหว่างสอบสวนพบพิรุธ และพบว่าไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตายเอง ก็จะมีเริ่มต้นสอบสวนและชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง
ที่มา>>>ข่าวสด