วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงขึ้นโปรไฟล์ “ในหลวง” สีชมพู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค. อินสตาแกรมส่วนพระองค์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งทรงใช้พระนามแฝงว่า nichax ทรงขึ้นโปรไฟล์ “รักในหลวง” สีชมพู ซึ่งในโลกโซเชี่ยลต่างพร้อมใจกันใช้โปรไฟล์นี้เพื่อแสดงความรักต่อในหลวง
ที่มา>>>ข่าวสด

ไลน์ ประเทศไทย เตือนผู้ใช้งาน มีวิจารณญาณในการรับข่าวสาร และส่งต่อข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอคเค้าท์ไลน์ ประเทศไทย ได้ส่งข้อความถึงผู้ใช้งานว่า “Line ขอความร่วมมือทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารและส่งต่อข้อมูลที่กล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การรับรู้และเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดผ่าน Line ได้”
14699824_10210366619260140_1547227932_n
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ญาติรมต.ขับเก๋งชนขาตั้งรถเครนเสียชีวิตริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 11 ต.ค. 59 ร.ต.อ.ทัศนัย กรุดทรัพย์ รองสว.(สอบสวน)สน.เทียนทะเล รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านอาหารคำขวัญ ซีฟู๊ด ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์นั่งยี่ห้อ BMW สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พท 1719 กรุงเทพมหานคร ชนกับขาตั้งรถเครน ยี่ห้อ TADANO ทะเบียน 76-9881 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย สภาพรถ BMW ด้านหน้าพังยับ ภายในพบร่างนาย อนุชา วัฒนวรางกูร อายุ 43 ปี อาชีพซื้อขายรถมือสอง คนขับติดอยู่ภายในบริเวณที่นั่งคนขับนอนหายใจรวยริน ทางชุดกู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้งจึงรีบช่วยนำร่างคนเจ็บออกจากตัวรถเพื่อช่วยเหลือ แต่นายอนุชา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนนาย อุทัย สิทธิคำ อายุ 39 ปี คนขับรถเครนของบ.บางกอกไพบูลย์ ซึ่งรับเหมางานวางท่อประปาริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุนำรถเครนมาจอดเพื่อเปิดฝาท่อวางท่อประปาโดยมีป้ายสัญญาณไฟติดตั้งอยู่บริเวณด้านท้ายชัดเจน ขณะกำลังทำงานอยู่ จู่ๆก็พบมีรถพุ่งมากระแทกที่บริเวณขารถเครนที่ตั้งอยู่ด้านข้างอย่างแรง เมื่อลงมาดูก็พบคนเจ็บติดอยู่ภายในจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
สำหรับนายอนุชา คนขับรถเก๋ง BMW พบเป็นญาตินางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบรอยเบรคเชื่อว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใครทั้งนี้ต้องรอสอบพยานรวมถึงตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน นักร้องสาวโดนผญบ.หญิงใช้ปืนตีหัวเลือดอาบ เข้าใจผิดว่าเป็นกิ๊กผัว”ขรก.”

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V5. ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งมีเลือดเต็มตัว และมีบาดแผลที่ศีรษะ โดยระบุข้อความว่า เป็นสาวนั่งดริ๊ง แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านสาวใหญ่ ภรรยาของชายข้าราชการที่อยู่ด้วย เข้าใจผิดคิดว่าเป็นชู้ ใช้ปืนตีหัวจนเลือดอาบ อีกทั้งยังดูถูกอาชีพผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนอีกด้วย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโลกออนไลน์%e0%b8%ab%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab
โดยล่าสุด “น้องฟ้า” (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บในภาพ ได้โพสต์ชี้แจงว่า ก่อนอื่นก้อต้องฝากบอกคนที่มาเม้นที่ว่าฉันก้อรู้จะจักเมียเขาดี หาว่าดิฉันวนเวียนไม่จบไม่สิ้น หาว่าดิฉันนัดเจอกันนอกสถานที่บ้าง ถึงดิฉันทำงานเป็นนักร้องกลางคืน แต่ดิฉันก็มีสมอง ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเม้นว่า ก้อเอาความจิงมาพูดิ
หนูก้อจะบอกเลยว่าคนที่โทรไปทำให้เขาทะเลาะกันคงไม่ใช่หนู แล้วเรา..คุณนักสืบเพราะดิฉันไม่ได้คิดต่อใครๆๆ มาเป็นสองเดือนสามเดือนแล้ว อีกอย่างดิฉันก้อเพิ่งมานครยากเมื่อวานแล้วโทรศัพท์ก้อเพิ่งซื้อ แล้วดิฉันจะมีเบอร์ใครได้ไง เพียงแต่เห็นมีเบอร์แปลกโทรมา เราก้อแค่เดินไปรับโทรศัพท์..เราทำงานเราก้อเดินมารับแขก ก้อขึ้นมานั่งคุยบนรถ..แล้วก้อไม่ได้ทำอะไรกัน..แล้วคุณก้อมาทำร้ายร่างกายทั้งๆๆที่คนที่โทรหาสามีคุณนะไม่ใช่ฉัน..แล้วอีกอย่างอย่างอาชีพไหนก้อคนเหมือนกัน..อย่ามาดูถูกคนกลางคืน….
ที่มา>>>ข่าวสด

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พังครืนทั้งหลัง โรงงานกระเบื้องดินเผาโบราณ อายุกว่า 100 ปี หลังเจอพิษฝน-ลมถล่ม

วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีโรงงานกระเบื้องดินเผาอายุกว่า 100 ปี พังถล่มลงมาที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 6 บ้านท่านางหอม ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงเดินทางไปตรวจสอบพบน.ส.ละออ ทิพโอสถ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมเปิดเผยว่า โรงกระเบื้องดินเผาดังกล่าวเป็นธุรกิจของครอบครัว ซึ่งสืบทอดกันมา 4 รุ่น ได้พังถล่มลงมาทั้งหลังเมื่อวันที่ 9 ต.ค. เนื่องจากเป็นโครงสร้างไม้เก่า และหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาแบบโบราณ ทำให้กระเบื้องที่เผาเสร็จแล้วกว่า 5 หมื่นแผ่นที่รอนำไปใช้บูรณะย่านเมืองเก่าสงขลาได้รับความเสียหาย201610100858279-20041020085649น.ส.ละออ กล่าวต่อว่า สาเหตุเนื่องจากในระยะนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีลมกระโชกแรง ทำให้ตัวโรงกระเบื้องที่สร้างมานานและเริ่มผุกร่อนพังถล่มลงมา แต่โชคยังดีที่โรงกระเบื้องพังถล่มลงมาในช่วงกลางคืนจึงไม่มีใครได้รับอันตราย
“ผมเตรียมที่จะบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าต้องใช้งบประมาณกว่า 3.5 แสนบาทและใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่อาจใช้โครงสร้างเหล็กและไม้เป็นหลักส่วนหลังคายังคงมุงด้วยกระเบื้องดินเผาเหมือนเดิม หลังเกิดเหตุทางมูลนิธิทักษิณคดีศึกษาได้เข้าไปสำรวจความเสียหายและหาแนวทางช่วยเหลือแล้ว” น.ส.ละออ กล่าว
น.ส.ละออ กล่าวต่อว่า สำหรับกระเบื้องดินเผาแบบโบราณหรือกระเบื้องเกาะยอที่ผลิตจากโรงผลิตได้ ถูกนำไปใช้ก่อสร้างและบูรณสิ่งก่อสร้างทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่ และใช้ในการสร้างเมืองโบราณ โครงการมัลลิกา ยุค ร.ศ.124 ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นช่วงที่ประกาศเลิกทาส และกระบวนการผลิตยังใช้รูปแบบโบราณที่สืบทอดกันมานับร้อยปี โดยใช้เวลาเผา 1 เดือน แล้วนำออกมาตากลมอีก 25-30 วัน รวมระยะเวลาประมาณ 2 เดือนจึงจะสามารถนำไปใช้ได้
ที่มา>>>ข่าวสด

เจ้าอาวาสวัดเกศเหนือ ยอมแพ้ประกาศขอรอวันตาย สงสารชาวบ้านต้องช่วยลงขันฟอกไต

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านเกศเหนือ ต.บ้านตะโก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ว่ามีเจ้าอาวาสวัด ได้ประกาศรอวันตาย หลังจากไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในการฟอกไตอีกแล้ว เพราะสงสารหมอและชาวบ้านที่พยายามช่วยเหลือมานานถึง 6 ปี จึงเดินทางไปที่วัดเกศเหนือ พบพระครูสุวรรณ จันทร์ศิริ อายุ 72 ปี ใช้ไม้เท้าพยุงเดินออกกำลังกายไปแบบช้าๆ ก่อนจะไปนั่งเก้าอี้ระนาด ในสภาพอาการอิดโรย เส้นเอ็นตามแขนปูดบวม เพราะเกิดจากรอยเข็มที่ถูกเจาะเป็นประจำ สอบถามทราบว่าพึ่งกลับมาจากการฟอกไตที่ศูนย์ไตโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์
นางกิมลาน นิพานรัมย์ อายุ 67 ปี เปิดเผยว่า พระครูสุวรรณ จำอยู่วัดเกศเหนือ มานานกว่า 40 ปี จนกระทั่งได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดเกศเหนือ และเมื่อปี พ.ศ.2539 พระครูเริ่มเป็นเบาหวาน แต่สุขภาพยังแข็งแรง ซึ่งได้รักษาด้วยการทานยามาเป็นประจำ โดยเมื่อปี 2553 พระครูสุวรรณ ป่วยเป็นโรคไตวาย จะต้องฟอกไตด้วยเครื่องสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะเสียค่าฟอกไต 1,500 บาท เฉลี่ยเดือนละ 18,000 บาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งต้องจ้างเหมารถไปทุกครั้ง (ค่าใช้จ่ายเดินทางครั้งละ 1,000 บาท) รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน 30,000 บาท หลังจากฟอกไตมาได้ 4 ปี หมดเงินไปกว่า 1,4000,000 บาท ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงให้ฟอกไตฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายvlcsnap-2714-05-19-22h50m47s241นางกิมลาน กล่าวอีกว่า หลังจากไม่ได้เสียค่าฟอกไต มาตั้งแต่ปี 2557 พระครูสุวรรณ จะมีค่าใช้จ่ายเพียงค่าเหมารถและค่าอื่นๆครั้งละประมาณ 1,000 บาท สัปดาห์ละ 3 ครั้งเฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาท แต่เริ่มไม่มีเงินไปเป็นค่าใช้จ่าย ชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน ได้พยายามบริจาคเงินมาเป็นค่ารักษาแต่ได้เงินเพียงเดือนละประมาณ 3,000-4,000 บาท ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอ จนกระทั่งล่าสุดวันนี้ (10 ต.ค.) พระครูสุวรรณ ได้กลับมาจากการฟอกไต และประกาศว่าจะขอหยุดการรักษาเพราะไม่มีเงินเดินทาง ประกอบกับสงสารชาวบ้านและหมอที่พยายามช่วยเหลือมานาน ไม่อยากจะไปรบกวนใครอีก ขณะนี้ชาวบ้านไม่มีทางออก จึงอยากจะให้ผู้ใจบุญหรือหน่วยงานใด มาช่วยรักษาพระครูสุวรรณ ให้ยืนยาวต่อไปอีก
 ด้านพระครูสุวรรณ จันทร์ศิริ บอกว่า ตอนนี้หมดกำลังใจแล้ว สงสารทั้งหมอและชาวบ้าน ที่พยายามช่วยเหลือ หลังจากนี้หากไม่มีเงินก็จะไม่ไปฟอกไตอีก ปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรม แต่หากมีคนมาช่วยเหลือ ก็ขอให้ผลบุญส่งกลับไปทั้งชาตินี้และชาติหน้า
s__25427971หมายเหตุ..ผู้สนใจช่วยเหลือค่าใช้จ่ายโอนเงินมาได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ เลขบัญชี 308-1-42886-6 ชื่อบัญชี พระครูสุวรรณ จันทสิริ
ที่มา>>>ข่าวสด