แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โซเชียลมีเดีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โซเชียลมีเดีย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เตือนภัย! กิน “ปาท่องโก๋” บ่อย เสี่ยง “มะเร็ง”

 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สุ่มตรวจปาท่องโก๋ที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนบอแรกซ์ สารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารอะคริลาไมด์ หรือ AA ซึ่งเป็นสารที่พบในกระบวนการผลิตอาหารที่ผ่านการทอดด้วยน้ำมันโดยใช้ความร้อนสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้งสูง และมีรายงานการศึกษาด้านพิษวิทยาพบว่าอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

“โฆษกรัฐบาล” แจง ปฏิทินปี 60 ในโลกโซเชียลไม่จริง เตือนปล่อยข่าวมีความผิด

เมื่อวันที่ 21ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวลือในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการยกเลิกและกำหนดวันหยุดประจำปี 2560 ใหม่ เช่น ยกเลิกวันหยุดฉัตรมงคล วันที่ 5 พ.ค.พร้อมทั้งให้ดาวน์โหลดปฏิทินใหม่ ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดในเรื่องนี้ หากมีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงใหม่ คณะรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้อนุมัติอย่างเป็นทางการก่อน
ส่วนการปล่อยข่าวหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงผ่านโซเชียลมีเดีย อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดและส่งผลเสียหายต่อกิจการต่างๆได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบแหล่งที่มาว่ามาจากที่ใด ดังนั้นขอให้ประชาชนระมัดระวัง ไม่ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว หรือหากพบเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยด่วน เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
อย่างไรก็ตามประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวหรือข้อมูลที่ไม่ระบุที่มา และให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการเท่านั้น รัฐบาลมีความเข้าใจและเห็นใจทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะต้องจัดทำปฏิทินล่วงหน้า แต่เชื่อว่าทุกคนทราบดีถึงเหตุผลและความจำเป็น และรัฐบาลจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และแจ้งข้อมูลให้พี่น้องประชาชนทราบโดยเร็วต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หมอเปรม เตรียมเข้าแจ้งความกลับนักข่าว ฐานบุกรุกห้องทำงานนายกเทศมนตรี

14695850951469605444lจากกรณีมีการเผยแพร่ภาพข่าวในโซเชียลมีเดีย เป็นภาพบุคคลหน้าคล้ายนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ในพิธีแต่งงานกับหญิงสาวชั้น “ม.5” นั้น ทำให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปติดตามทำข่าว เพื่อสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจากนพ.เปรมศักดิ์ ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เนื่องจากไม่สามารถติดต่อ นพ.เปรมศักดิ์ ได้ ซึ่งเกิดเหตุการณ์กักตัวนักข่าวไว้ภายในสำนักงานตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ได้ลงภารกิจประจำวัน โดยระบุว่า “เนื่องจากในแต่ละวัน มีพี่น้องมิตรสหายจำนวนมาก ตลอดทั้งสื่อสารมวลชน ได้ติดต่อผมเข้ามาทุกช่องทางการสื่อสาร ซึ่งผมก็พยายามสนองตอบอย่างเต็มที่ แต่หลายครั้งก็พลาดการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากในแต่ละวันผมมีภารกิจรับใช้พี่น้องประชาชนรัดตัวมาก จึงขอแจ้งกำหนดการในแต่ละวันเพื่อทราบ และกราบขออภัยในความไม่สะดวกดังนี้ครับ08.00น. เข้าแถวเคารพธงชาติ ไหว้พระสวดมนต์ และแผ่เมตตา อันเป็นกิจวัตรทุกวันของเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ที่ผมได้ริเริ่มให้มีขึ้นนับแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มกราคม2557เป็นต้นมา
08.30 น. เดินทางไป สภ.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อสื่อสารมวลชน ฐานบุกรุกห้องทำงานนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่และหน่วงเหนี่ยวบีบคั้นกดดันเพื่อขอข่าวซึ่งไม่มีสาระประโยชน์ใดต่อสาธารณชน อันมีพฤติการณ์ละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิส่วนบุคคล แทนที่จะเปิดโอกาสให้ได้ทำงานบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สาธารณะและบริการประชาชนที่รอรับการบริการอยู่ เป็นการตัดโอกาสที่ประชาชนผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนต่างๆจะเข้าถึงบริการสาธารณะของภาครัฐ
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เปิดใจ ‘หมอเคน’ ทันตแพทย์สวมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ทำฟัน ขวัญใจเด็กภูเก็ต

“หมอเคน” ทันตแพทย์สวมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ ขวัญใจเด็กภูเก็ต เปิดใจ ชอบซุปเปอร์ฮีโร่จึงซื้อชุดสะสม ก่อนเกิดความคิดสวมชุดขณะทำฟัน ปลื้ม เป็นผลดี ทำให้เด็กไม่กลัวการทำฟัน
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 59 ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ ทพ.เสถียร สุรวิศาลกุล หรือ หมอเคน ทันตแพทย์หนุ่มวัย 34 ปี ซึ่งรับราชการอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และเปิดคลินิกทันตกรรมใน อ.เมืองภูเก็ต หลังกำลังโด่งดังในโลกโซเชียลมีเดีย โดยมีการแชร์ภาพ หมอเคน อยู่ในชุดซุปเปอร์ฮีโร่ขณะทำฟันให้กับเด็กๆ ทำให้เด็กที่มาทำฟันรู้สึกสนุกสนาน และไม่กลัวการทำฟัน“หมอเคน” ทันตแพทย์สวมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ ขวัญใจเด็กภูเก็ต
ทั้งนี้ หมอเคน เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการแต่งชุดซุปเปอร์ฮีโร่ขณะทำฟันให้กับเด็กๆ ว่า ก่อนที่จะมาเปิดคลินิกเป็นของตัวเอง ส่วนตัวชอบซุปเปอร์ฮีโร่อยู่แล้ว จึงเริ่มสะสมชุดต่างๆ จากนั้นลองนำมาใส่ทำฟันให้เด็ก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก สิ่งที่ได้คือเด็กๆ ไม่กลัวเครื่องมือทำฟันและเริ่มรู้สึกสนุก มีส่วนร่วมกับกิจกรรม และไม่ร้องไห้กันอีกเลย ปัจจุบันสะสมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ไว้กว่า 10 ชุดแล้ว และกำลังจะมีชุดใหม่อีก เช่น กัปตันอเมริกา และอื่นๆ อีกหลายชุด เนื่องจากเด็กๆ เรียกร้อง
โดยคลินิกเป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 2 คูหา สูง 4 ชั้น ด้านหน้าทำป้ายชื่อร้านสีสันสดใด ภายในทำสีให้ดูสบายตา มีการจัดมุมเครื่องเล่นและที่นั่งไว้คอยต้อนรับเด็กๆ และผู้ปกครองอย่างเป็นกันเอง ที่ผนังจะมีภาพของ หมอเคน และเด็กๆ ที่มาทำฟัน ซึ่งส่วนใหญ่ หมอเคน จะสวมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ อาทิ ซุปเปอร์แมน และเด็กๆ ที่มารอทำฟันต่างพากันเกาะผ้าแดงของซุปเปอร์แมน ตามกันเป็นขบวนไปยังห้องทำฟันที่บริเวณชั้นลอย
ขณะที่ในห้องทำฟันมีตุ๊กตานานาชนิด ประกอบกับสีสันสบายตาของห้อง ทำให้ความน่ากลัวของอุปกรณ์ หรือเครื่องมือทำฟันหายไปอย่างสิ้นเชิง เด็กๆ กล้าที่จะก้าวขึ้นไปบนเตียงทำฟันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและไม่มีเสียงร้องไห้ อีกทั้งตลอดเวลาที่ หมอเคน ทำฟันก็จะพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังพร้อมกับปลอบประโลมเพื่อไม่ให้เด็กหวาดกลัวเครื่องมือ หรือเสียงของอุปกรณ์ต่างๆ สร้างความโล่งอกให้กับพ่อแม่หรือผู้ปกครองหมอฟันสวมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ ขณะทำฟัน ปลื้ม บอกเป็นผลดี ทำให้เด็กไม่กลัวการทำฟัน
ด้านมารดาของเด็กที่มารอทำฟันรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกสาวกลัวการเข้าคลินิกทำฟันมากเนื่องจากกลัวเครื่องมือ แต่เมื่อลองมาที่คลินิกหมอเคน สิ่งแรกที่ทำให้ลูกสาวไม่กลัวคือบรรยากาศภายในคลินิก และยิ่งเห็นหมอแต่งชุดซุปเปอร์ฮีโร่ ทำให้ลูกสาวไม่ร้องไห้และไม่กลัวเครื่องมืออีกเลย ประกอบกับหมอคุยเก่ง ทำให้ลูกสาวไม่กลัวการทำฟันอีกแล้ว.
ที่มา>>>Thairath

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

รู้จักโรค Nomophobia 6 ข้อ Check List ติดมือถืออันตรายกว่าที่คิด!


อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ส่งผลดี เช่นเดียวกันกับการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือ สมาร์ทโฟน มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะใช้โทรศัพท์มือถือเล่นโซเชียลมีเดีย จนมีคำเรียกขานกันว่า ติดจอ
ดังนั้น วันนี้ จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลเสียจากการใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินความจำเป็น ซึ่งรุนแรงถึงกับส่งผลต่อสุขภาพ พร้อมกับวิธีตรวจสอบง่ายๆ ว่า ตัวเองเสพติดโทรศัพท์มือถือหรือไม่?
ที่มา>>>Thairath