วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โรงแรมอิสติน ตัน ยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสั่งปิด พบยังมีนักท่องเที่ยวเข้าพักปกติระหว่างร้องเรียน

จากกรณีเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล จ.เชียงใหม่ ของ ตัน ภาสกรนทีนักธุรกิจชื่อดัง โดยยืนยันว่าผิดกฎหมายผังเมือง และ กฎหมายควบคุมอาคาร โดยนายศรัญญู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7ต.ค.) พบว่า เปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร
นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกรณีทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้าทำการตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดที่พักอาศัย หรือ คอนโดมิเนียม แต่ทางผู้ประกอบการได้นำอาคารดังกล่าวมาเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ.ผังเมือง ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินกิจการประเภทโรงแรมได้
ทางโรงแรมอิสติน ตันฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจังหวัดประชุมร่วมกัน พร้อมทำเรื่องขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงแรมที่พัก จากกรณีการขออนุญาตอาคารดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่ออาคารดังกล่าวนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการโรงแรมที่พักตามกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โรงแรมออกมาชี้แจงว่ากำลังยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริม และกำกับธุรกิจโรงแรม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน
ด้านนายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของอาคารแห่งนี้ เป็นอีไอเอสำหรับอาคารอยู่อาศัย โดยไม่ได้ทำอีไอเอสำหรับโรงแรม จึงทำให้การนำอาคารชุดมาปรับเป็นโรงแรมถือว่าผิดกฎหมาย201610092012222-20021028190509ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานโรงแรมอิชิตันซึ่งกำลังให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่โดยพนักงานได้เปิดเผยว่า ทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้แจ้งให้กับพนักงานทราบว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องยังอยู่การร้องขอความเป็นธรรมอยู่ เมื่อมีแขกเดินทางมาติดต่อขอพักทางพนักงานก็จะให้ขึ้นไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ชั้น 2 ของโรงแรมทันที ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตลอดในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ
ที่มา>>>ข่าวสด

‘ตาแพน’ซึ้งน้ำใจคนบริจาคเงิน ทอดผ้าป่าส่งผลบุญตอบแทน นำเงินซ่อมบ้าน ลั่นทำนา-สานสุ่มเลี้ยงต่อ

‘ตาแพน’ วัย 72 ปี ชาวบุรีรัมย์ที่ทำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการที่เก็บสะสมไว้ก้อนสุดท้ายของชีวิต 1.5 หมื่นบาทหล่นหาย เตรียมนำเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือเกือบ 1.3 ล้าน ซ่อมแซมบ้านที่ผุพังตามฝัน ที่เหลือเก็บไว้เลี้ยงตัว ภรรยาและหลานพิการ ยันยังยึดอาชีพทำนา และสานสุ่มขาย ทั้งตั้งใจทำบุญทอดผ้าป่าส่งผลบุญตอบแทนผู้มีจิตศรัทธา
วันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าวตามติดชีวิตของ ตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี ชาว ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ทำกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาท ที่คุณตาเก็บสะสมจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั้งของตนเอง ภรรยา รวมถึงเบี้ยคนพิการของหลานสาว และเงินที่ลูกชายส่งมาเป็นค่าเล่าเรียน ซึ่งเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายของชีวิตหล่นหาย ขณะพา น้องแพม หลานสาวพิการวัย 6 ขวบ ไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์
ล่าสุดหลังมีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือเกือบ 1,300,000 บาท คุณตาแพนก็เตรียมที่จะนำเงินที่ได้รับบริจาคไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ มาทำการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมผุพังตามที่ตั้งใจไว้ โดยคาดว่าจะทำการเปลี่ยนหลังคาที่เป็นรูรั่ว ฝาบ้าน ปูพื้น และห้องน้ำจะใช้เงินประมาณ 400,000 บาท พร้อมทั้งชำระหนี้ ธกส. ที่กู้ยืมมาลงทุน 15,000 บาท หนี้กองทุนหมู่บ้าน 20,000 บาท รวมทั้งหนี้ที่ยืมน้องชายมาใช้จ่ายในครอบครัวอีก 37,000 บาท
ทั้งนี้ตั้งใจว่าจะนำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญทอดผ้าป่าให้กับวัดในหมู่บ้าน เพื่อส่งผลกุศลจากการทำบุญในครั้งนี้ตอบแทนให้กับผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่มีน้ำใจบริจาคเงินช่วยเหลือ ให้ทุกคนมีแต่ความสุข ความเจริญ  ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนเงินที่เหลือก็จะเก็บไว้เลี้ยงตัวเอง ภรรยา ในบั้นปลายชีวิต รวมถึงเก็บไว้เลี้ยงหลานสาวพิการด้วย
คุณตาแพน บอกว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่บริจาคช่วยเหลือ ยืนยันว่าจะใช้เงินที่ได้รับบริจาคให้เกิดประโยชน์แก่ครอบครัว ให้เป็นไปตามที่ผู้ใจบุญตั้งใจช่วยเหลือ และจะใช้อย่างประหยัดที่สุด ทั้งยังยืนยันว่าแม้จะได้รับเงินบริจาคจำนวนมากแล้ว ก็ยังจะยึดอาชีพทำนา สานสุ่มขาย ออกไปจับปู ปลา และใช้ชีวิตแบบพอเพียงเหมือนเดิม เพื่อจะได้เก็บเงินไว้ใช้ยามเจ็บป่วย หรือจำเป็นฉุกเฉิน
ที่มา>>>ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

มาแว้ว!! “น้องทราย-คอสเพลย์” จัดเต็มชุด “นาปี” แขม่วพุงประชัน “แต้ว-นาคี”

สร้างชื่อจากชุด “ถุงข้าวเกรียบ” เลียนแบบซุปตาร์ตัวแม่ระดับ ชมพู่ อารยา ที่เดินเฉิดฉายในพรมแดงเมืองคานส์ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุดสาวคอสเพลย์ น้องทราย-เบญจพร ก็งัดมุขฮาๆ มาครีเอตชุดเวอร์ชั่นใหม่แกะกล่อง “นาปี” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากละคร “นาคี” ที่กำลังโด่งดังเวลานี้
อัพรูปลงเฟซบุ๊กส่วนตัว Sine Benjaphorn เทียบรัศมีนางเอกคนงาม แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ เรียกได้ว่างานคอสตูมก็มา งานโพสท่าก็ไม่น้อยหน้า
จัดเต็มทั้ง ขิง ข่า กระชาย กาต้มน้ำ ผ้าขนหนู ชนิดที่กวาดมาแทบจะหมดครัว ขนาดโดนัทยังเอามาเป็นพร็อพ แต่งเป็นกำไรสวมข้อมือ
พร้อมแคปชั่นขำๆ “นาคี VS นาปี พี่แต้วเจอน้องแขม่ว สวยกินได้ทรายคนเดิม #วันยิ้มโลกอยากให้ทุกคนยิ้มกัน #นาคี #ทราย #ฟามสุขเล็กๆ”
งานนี้กินกันไม่ลง แต้วก็แต้วเหอะ!
ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าสยองคาหมู่บ้านหรู 2 หนุ่มสาวโดนคว้านท้องด้วยมีด คาดเป็นการฆาตกรรม!!

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ ประเทือง พิทักษ์ ร้อยเวรสอบสวน สน.บางเสาธง ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ากันตายที่ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซ.ราชพฤกษ์ 19 ถ.ราชพฤกษ์ แขวง บางเชือกหนัง เขต ตลิ่งชัน ที่เกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านระหว่างการก่อสร้าง ลักษณะบ้าน 2 ชั้น อยู่ระหว่างการตกแต่ง เบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1ราย และหญิง 1 ราย ถูกแทงด้วยอาวุธมีด อยู่ภายในห้องโถงชั้น 2 ของบ้านเบื้องต้นเป็นคนงานต่างด้าว คาดว่าน่าจะเป็นเหตุฆาตกรรม โดยรายละเอียดอยู่ระหว่างการติดตามต่อไป534038
ที่มา>>>ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เกิน 1 ล้านแล้ว ช่วยคุณตาแพนเงินหาย ยังอยากได้เงินที่หายคืน-เพราะเก็บสะสมมาทั้งชีวิต

เกินล้าน – คุณตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี โชว์สมุดบัญชีธ.ก.ส. ที่มีผู้ใจบุญแห่บริจาคช่วยเหลือจนมียอดเงินสูงเกิน 1 ล้านบาทแล้ว ระบุจะนำเงินไปซ่อมบ้านและเลี้ยงหลานที่พิการ แต่ยังอยากได้เงินเก็บที่ทำหายคืนอยู่ เมื่อวันที่ 6 ต.ค
ยอดเงินบริจาคทะลุ 1 ล้านบาทแล้ว ผู้ใจบุญแห่โอนเข้าบัญชีช่วยเหลือ ‘คุณตาแพน’ ชาวบุรีรัมย์ที่เงิน 15,000 บาทหล่นหายระหว่างทางขณะจูงหลานไปร.พ. แต่คุณตาก็ยังอยากได้เงินที่หายคืน เพราะเป็นเงินเก็บสะสมมาทั้งชีวิต หากใครนำมาคืนจะให้ 2,000 บาทเป็นสินน้ำใจ ส่วนเงินช่วยเหลือจะเก็บไว้ซ่อมบ้าน เลี้ยงหลาน ดูแลตัวเองและภรรยาที่แก่ชรา ขณะที่ตร. สมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้านผลัดกันมาดูแล ป้องกันมิจฉาชีพมาต้มตุ๋น
จากกรณีนายแพน แผ้วผลสง คุณตาวัย 72 ปี ชาวบ้าน ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่จูงหลานสาววัย 6 ขวบ พิการพูดไม่ได้ เดินทางไปร.พ.เพื่อต่อบัตรเบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการ ปรากฏว่าเงินสด 15,000 บาท หล่นหายระหว่างทาง จึงวิงวอนขอให้ผู้เก็บได้นำมาคืนด้วย เพราะเป็นเงินเก็บสะสมก้อนสุดท้าย อีกทั้งมีฐานะยากจนอาศัยอยู่ในบ้านผุพังกับภรรยาคู่ชีวิตวัย 67 ปี และหลานสาว ต่อมามีผู้ใจบุญบริจาคผ่านบัญชีธนาคารช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีพระเอก “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ โอนเงินให้ 30,000 บาทด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น201610061220145-20041019172247ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.บุรีรัมย์ ว่าผ่านมา 2 วัน ปรากฏว่ายอดเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทเข้าบัญชีของนายแพน แล้วจำนวน 1,020,000 บาท และยังคงมีผู้ใจบุญทยอยบริจาคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สายตรวจตำบลสะแกซำ สมาชิก อบต. และผู้ใหญ่บ้านผลัดเปลี่ยนกันมาคอยดูแลนายแพน ภรรยา และหลานสาว เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสแอบอ้างหลอกลวง เนื่องจากมีเงินบริจาคเข้ามาจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.บุรีรัมย์ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ และตัดผมใหม่ให้กับคุณตาแพนด้วย
คุณตาแพนกล่าวว่าขอบคุณทั้งหน่วยงานรัฐ ผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่มีน้ำใจบริจาคทั้งเงิน และสิ่งของช่วยเหลือ แต่ก็ยังคงอยากได้เงิน 15,000 บาทที่ทำหล่นหายคืน เพราะเป็นเงินที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต วิงวอนผู้ที่เก็บได้นำเงินมาคืนด้วย จะมอบเงินเป็นสินน้ำใจตอบแทนผู้ที่เอามาคืน 2,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีคนบริจาคเงินมาช่วยเหลือจำนวนมาก แต่คุณตาแพนยืนยันจะใช้ชีวิตปกติ ออกหาจับ ปู ปลา และสานสุ่มไก่ขายตามปกติ ส่วนเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือ จะเก็บไว้ซ่อมบ้าน เลี้ยงหลานพิการ ดูแลตัวเองและภรรยาที่แก่ชรา หากผู้ใจบุญ หรือผู้มีจิตศรัทธา ยังต้องการช่วยเหลืออีก บริจาคได้ที่ชื่อบัญชีนายแพน แผ้วพลสง หมายเลขบัญชี 040-2-68475-9 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบุรีรัมย์
ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อถึงช็อก-ลูก2ขวบดับ รถนักเรียนทับ สยองต่อหน้าต่อตา

ทับเด็ก – นายประวิน ใจหา ชี้รถตู้รับส่งนักเรียน คันที่ตนเองขับทับด.ญ.กมลวรรณ ตันริน อายุ 2 ขวบ น.ร.เตรียมอนุบาลโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.แพร่ เสียชีวิต ขณะมาส่งบ้าน โดยอ้างว่าเด็กวิ่งตัดหน้า
ด.ญ.สองขวบดับสลด รถนักเรียนมาส่งกลับบ้าน แล้วเฉี่ยวเด็กล้มก่อนทับ ขณะกำลังวิ่งข้ามถนนเข้าบ้าน ที่บ้านแม่ลานใต้ ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ พ่อ-แม่สุดเศร้า เผยลูกสาวลงรถพร้อมพี่ชาย เห็นพ่อมายืนรอรับ เลยวิ่งมาหา โวยคนขับไม่ยอมจอดให้สนิท ดูเด็กเข้าบ้านแล้วค่อยออกรถ ด้านตร.เผยรอเสร็จงานศพจะมาทำแผนประกอบคดีพร้อมแจ้งข้อหาคนขับ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ร.ต.ท.สินทอน กาศสนุก รองสารวัตรสอบสวน สภ.ลอง จ.แพร่ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.ลอง รับแจ้งจากนางสาลินี ตันริน อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ 5 ต.เวียงต้า อ.ลอง ว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. น้องฟางฟาง หรือด.ญ.กมลวรรณ ตันริน อายุ 2 ขวบ 4 เดือน บุตรสาว นักเรียนเตรียมอนุบาล โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอ.ลอง ถูกรถตู้รับส่งนักเรียนคันที่มาส่งชนเสียชีวิต
โดยนายประวิน ใจหา อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 12 ต.ห้วยอ้อ เป็นผู้ขับรถตู้โดยสารรับส่งนักเรียน ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน นข. 5446 ลำปาง มาส่งน้องฟางฟาง และเป็นผู้ขับเฉี่ยวชนขณะเด็กกำลังข้ามถนน เหตุเกิดบริเวณถนนในหมู่บ้าน ที่บ้านเลขที่ 41 บ้านแม่ลานใต้ หมู่ 12 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง หลังจากนั้นได้นำน้องฟางฟางที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลลอง ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแพร่ และเสียชีวิตในช่วงกลางคืนวันเดียวกัน
นางสาลินีกล่าวว่า ขณะที่ลูกสาวลงจากรถนักเรียนที่มาถึงหน้าบ้าน ลูกสาวดีใจที่เห็นพ่อกำลังเดินมารับ และวิ่งตัดหน้ารถตู้นักเรียนที่กำลังเคลื่อนตัวออก เป็นเหตุให้ถูกรถยนต์ทับบาดเจ็บสาหัส จึงนำส่งร.พ.ลอง แต่ลูกสาวอาการสาหัส จึงส่งตัวไปรักษาตัวที่ ร.พ.แพร่ และชีวิตที่ ร.พ.แพร่ เมื่อเวลา 21.00 น. คืนวันที่ 5 ต.ค.201610061849373-20021119163042-1ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่บ้านพักของน้องฟางฟาง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีศพ นายวีระชาติ ตันริน อายุ 33 ปี และนางสาลินี พ่อ-แม่ของน้องฟางฟาง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อนายประวินซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ขับรถตู้นักเรียนมาส่ง น้องฟางฟาง และด.ช.จิตภันธ์ ตันริน น้องแอนฟิลล์ อายุ 10 ขวบ พี่ชาย เด็กๆได้ลงรถด้านซ้าย ขณะที่ตนเองอยู่ที่หน้าบ้านทางขวามือ ลูกสาวเห็นตนก็วิ่งมาทางด้านหน้ารถในจังหวะที่รถออกพอดี ทำให้ถูกรถชนล้มลงและถูกล้อหลังด้านขวาทับอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
นายวีระชาติ กล่าวว่า ตนมีลูกสาวคนเดียวเป็นคนสุดท้อง น้องฟางฟางกำลังน่ารัก เหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้นคนขับรถน่าจะดับเครื่องจอดให้สนิท ดูนักเรียนข้ามมาถึงบ้าน แล้วถึงจะขับรถออกไป นักเรียนเล็กในรถยังอีกหลายคน จอดรถยังเปิดเครื่องเสียงเสียงดังด้วย
นายวีระชาติกล่าวอีกว่า ส่วนนายประวินทราบว่าวันนี้ขับรถส่งนักเรียนไม่ได้ ต้องให้ญาติไปขับรถส่งนักเรียนแทน ในเบื้องต้นนายประวินยินยอมว่า จะช่วยจัดการงานศพและจะมอบเงินที่ได้จากจากพ.ร.บ.รถยนต์ แต่ตนยังไม่ได้ตกลงใดๆ ทั้งสิ้น ทางด้านตำรวจได้มาดูที่เกิดเหตุแล้ว แต่เนื่องจากติดเต็นท์ที่กางหน้าบ้าน เพื่อจัดงานศพให้น้องฟางฟาง โดยตำรวจจะรอให้ผ่านพิธีเผาในวันเสาร์ที่ 8 ต.ค.ก่อน ถึงจะทำแผนประกอบคดีสำหรับทางโรงเรียนคาดว่าคณะครูคงจะเดินทางมาร่วมงานศพในคืนนี้
ด้านร.ต.ท.สินทอน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับนายประวิน ต้องรอให้ทางบ้านผู้เสียชีวิตจัดการศพเรียบร้อย ตำรวจจะออกไปทำแผนประกอบคดีและแจ้งข้อหา
นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นและได้สั่งการให้ขนส่งอำเภอลองตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องคดีเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขนส่งจะตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ หากมีความผิดชัดเจนก็อาจถึงขั้นพักใบอนุญาต และปรับสูงสุด ขนส่งจังหวัดแพร่ได้กำชับอยู่เสมอสำหรับรถรับส่งนักเรียนและจัดอบรมเป็นประจำทุกปี และเพิ่งจัดอบรมไปไม่นานมานี้ ขอให้ผู้บริการรถรับส่งนักเรียนได้ระมัดระวังอย่าให้เกิดเหตุเหมือนกับที่อำเภอลองอีกเลย
ที่มา>>>ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รถพ่วง!!ลื่นไถลฟาดจยย. อย่างจัง สาวใหญ่รอดตายเฉียดฉิว!

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ร.ต.อ.ดำรงเกียรติ แก้วขาว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงลื่นไถลไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ บนสะพานพรวน ถนนกาญจนวนิช ฝั่งขาออกจากด่านพรมแดนสะเดา หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ส่วนหัวทะเบียน AEU 7611 มาเลเซีย ส่วนหาง ทะเบียน 71-0885 สงขลา201610052133501-20041020085649สภาพส่วนหัวไปทาง ส่วนบรรทุกพ่วงไปทางขวางถนน ใต้ท้องรถมีรถจักรยานยนต์ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน ครน 960 สงขลา ติดคาอยู่ ส่วนผู้ขับขี่ เป็นผู้หญิงวัยกลางคน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ขาซ้ายหัก 2 ท่อน ศีรษะแตก หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลสำนักขาม นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว201610052133504-20041020085649จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกชาวมาเลเซีย ที่ยืนรอมอบตัวอยู่ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถพ่วงไปรับสินค้าที่โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้แตะเบรกชะลอรถ แต่ปรากฏว่าตัวรถได้หมุนคว้างกลางถนน แล้วไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ที่มีผู้หญิงขับขี่อยู่ริมถนนจนล้มลงแล้วเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถ โชคดีที่ไม่ถูกล้อรถพ่วงเหยียบซ้ำ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพถนนลื่นเนื่องจากมีฝนตกลงมา201610052133506-20041020085649เบื้องต้นทาง ร.ต.อ.ดำรงเกียรติ ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด