แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564

กิน "ไขมัน" อย่างไร ช่วยบำรุง "หัวใจ" ได้

 ข้อมูลจากโรงพยาบาลพญาไท ระบุว่า ในทุกๆ หนึ่งชั่วโมง จะมีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจโดยเฉลี่ย 7 คน หรือนับเป็นปีละ 58,681 คน เราสามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ง่ายๆ เริ่มด้วยการกินอาหารที่ช่วยบำรุงหัวใจ

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"น้ำมะพร้าว" 1 ลูก ให้สารอาหารอะไรบ้าง?

 น้ำมะพร้าวขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย และยังเป็นน้ำผลไม้ยอดฮิตของเหล่าคนดังในวงการฮอลลีวูดและบอลลีวูดด้วย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามะพร้าว 1 ลูก ประกอบไปด้วยสารอาหารอะไรบ้าง และดีต่อร่างกายอย่างไร

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"อาหาร-เครื่องดื่ม" ควรหลีกเลี่ยง เสี่ยง "ความดันโลหิตสูง"

หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเสี่ยงของ ภาวะความดันโลหิตสูง ก็คือ โซเดียม แต่อาหารในชีวิตประจำวันของเรา ก็มักจะหนีไม่พ้นส่วนประกอบของเกลือและโซเดียม วันนี้ ได้รวบรวมเอา อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูงมาฝาก มาดูกันว่าเรากำลังรับประทานอาหารบางประเภทบ่อยเกินไปหรือเปล่า และกินมากไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2563

10 อาการอันตราย ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล

เฟซบุคเพจ อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว สรุป 10 อาการอันตราย หากพบเห็นใครมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบตั้งสติ และรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะเป็นภาวะเร่งด่วนทางอายุรกรรม ควรได้รับการตรวจจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562

กินเค็มเท่าไหน ถึงจะห่างไกลโรคไต?

“หวานมาก เสี่ยงเบาหวาน เค็มมาก เสี่ยงโรคไต” ประโยคนี้ยังไงก็เป็นความจริงอย่างที่ไม่ต้องสงสัย แต่ที่สงสัยคือ ที่ว่าเค็มมากเนี่ย มากเท่าไรถึงเรียกว่ามาก ลดเค็มไปเท่าไรถึงจะเรียกว่าปลอดภัย  เลยมีข้อมูลของปริมาณของโซเดียม (ที่อยู่ในเครื่องปรุงรสเค็มๆ ทั้งหลาย) ที่เราสามารถทานได้ในแต่ละวัน จากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาฝากกันค่ะ

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

"อินซูลิน" กับเรื่องควรรู้ก่อนใช้ควบคุม "เบาหวาน"

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้างขึ้นและจำเป็นในการนำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายที่ต้องการพลังงาน แต่ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน การสร้างเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงจากอาหารไปใช้ให้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่ เพราะขาดฮอร์โมนอินซูลิน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีโรคแทรกซ้อนง่าย เช่น โรคติดเชื้อ เป็นแผลหายยาก โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต และโรคตา

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ไม่ควรดื่ม “กาแฟ” เกินวันละกี่แก้ว?

น่าจะเป็นคำถามที่คอกาแฟหลายคนสงสัยอยู่บ่อยๆ ว่าเราไม่ควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว แน่นอนว่าการดื่มกาแฟเล็กน้อยในทุกๆ วันไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายมากนัก แต่การดื่มกาแฟมากเกินไป และหากถึงขั้นสร้างปัญหาจากอาการ “ติดคาเฟอีน” แล้วล่ะก็ เมื่อนั้นอาจต้องย้อนกลับมาดูพฤติกรรมในการดื่มกาแฟของตัวเองเสียใหม่ว่ากำลังเสี่ยงต่ออาการติดคาเฟอีนหรือไม่

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

3 เคล็ดลับดูแลสุขภาพรับความสดใสหน้าร้อน ฉบับชาวออฟฟิศ

หน้าร้อนนี้ที่มาพร้อมลมร้อนแบบนี้ คงไม่น่าแปลกที่ชาวไทยเราจะเริ่มเลี่ยงการออกกำลังกายนอกบ้านและหันมาออกกำลังกายในร่มกันแทน อย่างไรก็ตาม ด้วยวิถีชีวิตที่ใช้เวลาอยู่แต่ในอาคารกว่าร้อยละ 90 ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใส่ใจรักษาสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะในหน้าร้อนนี้ 

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

กระแสข้าวไรซ์เบอร์รี่กำลังมาแรง และเราก็ยินดีที่จะให้กระแสนี้อยู่ด้วยกันกับคนไทยไปนานๆ เพราะของดีของเด็ดอยู่ในมือคนไทยแล้ว ไม่อยากให้คนไทยต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมอื่นๆ ให้เปลืองเงิน เพราะข้าวดีๆ ในบ้านเราทั้งรสชาติดี และมีประโยชน์มากเสียจนเราไม่อยากให้พลาด

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562

7 สิ่งที่ควรทำเมื่อต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน

เทรนด์ต่างประเทศที่เริ่มมีมาสักระยะแล้ว คือการ “ยืน” ทำงาน เพื่อลดการนั่งทำงานนานๆ เพราะการยืนทำงานเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจได้ แต่ก็มีงานวิจัยอีกหลายฉบับออกมาคัดค้านว่า การยืนทำงานนานๆ ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายไม่ต่างไปจากการนั่งทำงานนานๆ และยังไม่ได้ช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากมายชัดเจนขนาดนั้น

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

3 อาหารป้องกันโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดแข็ง


โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดแข็ง เป็นโรคที่คุกคามสุขภาพประชาชนไทยอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป็นโรคร้ายที่มาอย่างกะทันหันโดยไม่ให้ตั้งตัว และไม่มีสัญญาณเตือน เรามาทำความรู้จักกับโรคเหล่านี้กันค่

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

กินผักผลไม้ 10 ชนิดต่อวัน ช่วยอายุยืน


รายงานในวารสารระบาดวิทยานานาชาติอ้างอิงผลวิจัยของ "ดร.ดาร์ฟินน์ แอนเน" นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกรุงลอนดอน เกี่ยวกับระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย ในกลุ่มตัวอย่าง 95 รายที่ชอบรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เผยว่า "พวกเขาจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรน้อยลง คิดเป็นจำนวนประมาณ 7.8 ล้านคนต่อปี หากกินผักและผลไม้มากกว่า 10 ชนิดต่อวัน" ซึ่งจากการวิจัยลักษณะของผักและผลไม้กว่า 10 ชนิด โดยเฉพาะที่ให้พลังงานจำนวน 800 กรัมต่อวัน พบว่าแอปเปิลลูกขนาดกลางจะให้พลังงาน 182 กรัม
ทั้งนี้นักวิจัยคาดว่า ต้องรับประทานผักและผลไม้ให้ได้ 10 ชนิดต่อวันจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจลงได้ ร้อยละ 24, ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลงร้อยละ 33, ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง 28% ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลดลง 13% โดยรวมแล้วการบริโภคผักและผลไม้ จะลดความเสี่ยงทุกโรคที่กล่าวมา ลงได้ถึงร้อยละ 31 ถ้าเทียบกับการไม่กินผักและผลไม้อะไรเลย

สำหรับผลไม้และผักที่ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจหากบริโภคบ่อยๆ ได้แก่ แอปเปิล ส้ม และผักโขม ส่วน "ผักตระกูลกะหล่ำ" เช่น บร็อกโคลี กะหล่ำปลี พริกไทย และถั่วเขียว จะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
นักวิจัยระบุว่า ผักและผลไม้จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต เสริมสร้างหลอดเลือดให้แข็งแรง และสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ประกอบกับในผักและผลไม้มีกากใยและสารอาหารที่ซับซ้อนอยู่ภายใน หรืออธิบายได้ว่ากลุ่มอาหารดังกล่าวประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก จึงช่วยซ่อมแซม DNA ในร่างกายที่เสื่อมลง จากสิ่งแวดล้อมหรืออายุที่เพิ่มมากขึ้นให้กับมาแข็งแรงได้
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2561

น้ำตาล VS เกลือ อันไหนทำร้ายร่างกายมากกว่ากัน?


เมื่อพูดถึงเรื่องของน้ำตาล และเกลือ นั้นเราได้ยินกันมากว่า ถ้ารับประทานในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่แน่นอนว่าทั้งน้ำตาล และเกลือ ต่างก็มีความสำคัญต่อร่างกายของเรา สมอง ต้องการน้ำตาลเพื่อเพิ่มพลังงาน กล้ามเนื้อ ต้องการเกลือเพื่อความสมดุล เป็นต้น

Niket Sonpal ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก Touro College ในนิวยอร์ค กล่าวว่า การรับประทานน้ำตาล และเกลือ ที่มากจนเกินไปนั้น จะส่งกระทบต่อสุขภาพของเรามากมาย ลองมาดูผลกระทบของร่างกายจากน้ำตาลกันก่อนดีกว่า

น้ำตาล
ถ้าเราลองดูอาหารธรรมชาติ อย่าง นม และน้ำผลไม้ 100% อาหารพวกนี้ มีน้ำตาลจากธรรมชาติ และมีพลังงานอยู่จำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็มีคุณค่าอาหารอื่นๆ ด้วย เช่น วิตามิน เกลือแร่ โปรตีนในนม และโพลีฟีนอล ส่วนเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลอย่างเช่นน้ำอัดลม ชาผสมน้ำตาล พวกนี้ จะมีน้ำตาลเป็นหลัก ในขณะที่มีคุณค่าอาหารอื่นอยู่น้อย พวกขนมของขบเคี้ยวอื่น ๆ ก็เช่นกัน อาหารพวกนี้ ไม่มีกากใยอาหาร โปรตีน วิตามิน หรือแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากนัก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกอะไรที่คนที่รับประทานของพวกนี้เข้าไปมากๆ จะกลายเป็นโรคอ้วน และขาดสารอาหารที่จำเป็น
Kaleigh McMordie ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากเท็กซัส กล่าวว่า น้ำตาลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายขาว น้ำเชื่อม หรือน้ำตาลแดง ต่างก็ให้ผลต่อร่างกายไม่แตกต่างกัน นั้นคือ มันจะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นเหตุให้มีการผลิตอินซูลิน ร่างกายของเราจะปล่อยอินซูลิน เพื่อที่ขับน้ำตาลออกจากเลือดไปยังเซลล์ เพื่อใช้ในการให้พลังงาน

กระบวนการดังกล่าวนี้ ก็เป็นกระบวนการทั่วๆ ไปของร่างกาย แต่ถ้าหากเราบริโภคน้ำตาลมากเกินไปเมื่อไหร่ กระบวนการเก็บสะสมไขมันก็จะทำงานมากขึ้น ยิ่งร่างกายสร้างอินซูลินมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสะสมไขมันมากขึ้น นานวันเข้า ก็พัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหิน โรคไต รวมทั้งโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตันด้วย
การที่ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป โดยเฉพาะน้ำตาลสกัด จะทำให้ระบบการย่อยดูดซึมอาหารของเราเปลี่ยนไป การอักเสบเกิดขึ้นได้ง่าย และนำไปสู่โรคร้ายหลายอย่าง Rachel Head นักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคเบาหวาน บอกว่า มีการศึกษาพบความเกี่ยวพันของการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป กับการมีระดับไขมันเลือดผิดปกติ ความดันสูง โรคตับ โรคทางเดินอาหาร และโรคหัวใจ
เกลือ
มาดูผลเสียจากการบริโภคเกลือมากเกินไปกันบ้าง แน่นอนว่า ร่างกายของเราต้องการเกลือ เพื่อการทำงานที่สมดุลของเซลล์ในร่างกาย แต่เกลือที่มากเกินไป ก็ส่งผลต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน Kaleigh McMordie กล่าวว่า สำหรับคนที่มีสุขภาพดี การได้รับเกลือในปริมาณปานกลาง ถึงมากไปบ้าง ร่างกายของเราก็จัดการได้ แต่ถ้าหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างแน่นอน มีคำแนะนำว่า เราควรบริโภคเกลือให้น้อยกว่าวันละ 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชาเท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่ จะบริโภคกันประมาณ 3,400 มิลลิกรัม ต่อวัน
เป็นเวลาหลายปีแล้ว ที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า โซเดียม ทำให้เกิดภาวะความดันสูง การที่เราไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้นั้น นำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย รวมทั้งโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตัน และโรคไต Kaleigh McMordie กล่าวอีกว่า ร่างกายของคนบางคนก็มีความไวต่อเกลือมาก ยิ่งถ้าหากใครที่มีภาวะความดันสูง ก็ยิ่งต้องระวัง อาหารที่เรารับประทานตามร้านอาหารนั้น มีเกลือมาก นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยไขมัน และพลังงานสูง ดังนั้นหากสุขภาพของเราไม่แข็งแรง มีภาวะความดันโลหิตสูง ควรทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน




อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า หากเรารับประทานน้ำตาล และเกลือในปริมาณปกติ ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป ก็จะไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ามากเกินไป ต่อเนื่องยาวนาน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างแน่นอน ดังนั้น ในการจะบริโภคทั้งน้ำตาล และเกลือ เราต้องเช็คปริมาณที่เราทานในแต่ละวัน แต่ละมื้อ และให้ความสำคัญกับอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เช่นธัญพืชไม่ขัดสี นม และผลไม้สดด้วย
 ที่มา:sanook