
จากกรณีเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล จ.เชียงใหม่ ของ ตัน ภาสกรนทีนักธุรกิจชื่อดัง โดยยืนยันว่าผิดกฎหมายผังเมือง และ กฎหมายควบคุมอาคาร โดยนายศรัญญู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7ต.ค.) พบว่า เปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร
นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกรณีทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้าทำการตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดที่พักอาศัย หรือ คอนโดมิเนียม แต่ทางผู้ประกอบการได้นำอาคารดังกล่าวมาเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ.ผังเมือง ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินกิจการประเภทโรงแรมได้
ทางโรงแรมอิสติน ตันฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจังหวัดประชุมร่วมกัน พร้อมทำเรื่องขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงแรมที่พัก จากกรณีการขออนุญาตอาคารดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่ออาคารดังกล่าวนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการโรงแรมที่พักตามกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โรงแรมออกมาชี้แจงว่ากำลังยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริม และกำกับธุรกิจโรงแรม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน
ด้านนายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของอาคารแห่งนี้ เป็นอีไอเอสำหรับอาคารอยู่อาศัย โดยไม่ได้ทำอีไอเอสำหรับโรงแรม จึงทำให้การนำอาคารชุดมาปรับเป็นโรงแรมถือว่าผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้นข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานโรงแรมอิชิตันซึ่งกำลังให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่โดยพนักงานได้เปิดเผยว่า ทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้แจ้งให้กับพนักงานทราบว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องยังอยู่การร้องขอความเป็นธรรมอยู่ เมื่อมีแขกเดินทางมาติดต่อขอพักทางพนักงานก็จะให้ขึ้นไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ชั้น 2 ของโรงแรมทันที ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตลอดในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ
ที่มา>>>ข่าวสด


เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ ประเทือง พิทักษ์ ร้อยเวรสอบสวน สน.บางเสาธง ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ากันตายที่ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซ.ราชพฤกษ์ 19 ถ.ราชพฤกษ์ แขวง บางเชือกหนัง เขต ตลิ่งชัน ที่เกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านระหว่างการก่อสร้าง ลักษณะบ้าน 2 ชั้น อยู่ระหว่างการตกแต่ง เบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1ราย และหญิง 1 ราย ถูกแทงด้วยอาวุธมีด อยู่ภายในห้องโถงชั้น 2 ของบ้านเบื้องต้นเป็นคนงานต่างด้าว คาดว่าน่าจะเป็นเหตุฆาตกรรม โดยรายละเอียดอยู่ระหว่างการติดตามต่อไป

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.บุรีรัมย์ ว่าผ่านมา 2 วัน ปรากฏว่ายอดเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทเข้าบัญชีของนายแพน แล้วจำนวน 1,020,000 บาท และยังคงมีผู้ใจบุญทยอยบริจาคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สายตรวจตำบลสะแกซำ สมาชิก อบต. และผู้ใหญ่บ้านผลัดเปลี่ยนกันมาคอยดูแลนายแพน ภรรยา และหลานสาว เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสแอบอ้างหลอกลวง เนื่องจากมีเงินบริจาคเข้ามาจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.บุรีรัมย์ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ และตัดผมใหม่ให้กับคุณตาแพนด้วย
ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่บ้านพักของน้องฟางฟาง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีศพ นายวีระชาติ ตันริน อายุ 33 ปี และนางสาลินี พ่อ-แม่ของน้องฟางฟาง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อนายประวินซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ขับรถตู้นักเรียนมาส่ง น้องฟางฟาง และด.ช.จิตภันธ์ ตันริน น้องแอนฟิลล์ อายุ 10 ขวบ พี่ชาย เด็กๆได้ลงรถด้านซ้าย ขณะที่ตนเองอยู่ที่หน้าบ้านทางขวามือ ลูกสาวเห็นตนก็วิ่งมาทางด้านหน้ารถในจังหวะที่รถออกพอดี ทำให้ถูกรถชนล้มลงและถูกล้อหลังด้านขวาทับอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
สภาพส่วนหัวไปทาง ส่วนบรรทุกพ่วงไปทางขวางถนน ใต้ท้องรถมีรถจักรยานยนต์ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน ครน 960 สงขลา ติดคาอยู่ ส่วนผู้ขับขี่ เป็นผู้หญิงวัยกลางคน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ขาซ้ายหัก 2 ท่อน ศีรษะแตก หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลสำนักขาม นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว
จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกชาวมาเลเซีย ที่ยืนรอมอบตัวอยู่ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถพ่วงไปรับสินค้าที่โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้แตะเบรกชะลอรถ แต่ปรากฏว่าตัวรถได้หมุนคว้างกลางถนน แล้วไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ที่มีผู้หญิงขับขี่อยู่ริมถนนจนล้มลงแล้วเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถ โชคดีที่ไม่ถูกล้อรถพ่วงเหยียบซ้ำ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพถนนลื่นเนื่องจากมีฝนตกลงมา
เบื้องต้นทาง ร.ต.อ.ดำรงเกียรติ ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป